"คุณกำลังใช้ตรรกะของเด็กฝึกหัดที่เพิ่งหัดจับเมาส์ครั้งแรกในชีวิตหรือยังไงกันครับ เรย์"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกังขาของเอลล่าดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของลานฝึกซ้อมโบราณภายในกิลด์ร้าง พื้นหินแกรนิตสีดำสนิทสะท้อนเงาร่างของหญิงสาวในชุดคลุมนักเวทสีเงินยวง ดวงตาคู่นคมกริบของเธอกำลังจ้องมองหน้าจอระบบเสมือนจริงที่แสดงค่าสถานะและความเสียหายจากการโจมตีเมื่อครู่ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความผิดหวังกับความฉงน
เรย์ยืนถือคีย์บอร์ดเรืองแสงสีฟ้าอ่อนไว้ในมือข้างหนึ่ง เขาสบตากับอาจารย์สาวผู้คุมกฎแห่งกิลด์ร้างด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ใบหน้าของอดีตโปรเพลเยอร์หนุ่มยังคงความสุขุมเยือกเย็นไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าเป้าหุ่นซ้อมเวทมนตร์เบื้องหน้าจะเพิ่งถูกทำลายจนแหลกละเอียดด้วยการโจมตีเพียงชุดเดียวก็ตาม
"บางครั้งครับอาจารย์เอลล่า ตำราเรียนมักจะบอกให้เราเดินตามเส้นตรงที่ถูกขีดไว้ให้ แต่ในโลกของความเป็นจริง... ทางลัดที่สั้นที่สุดมักจะซ่อนอยู่หลังมุมอับสายตาเสมอ" เรย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เป็นสุภาพบุรุษตามเคย เขากดนิ้วลงบนปุ่ม Enter บนคีย์บอร์ดเบาๆ จนเกิดเสียงคลิกเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย
"ทางลัดที่คุณว่า มันคือการฝ่าฝืนกฎพื้นฐานของเอ็นจิ้นฟิสิกส์ในเกม *Chronicles of Etheria* ต่างหากล่ะครับ" เอลล่าถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาบางกะพริบลงช้าๆ เพื่อเรียบเรียงความคิด "การคอมโบสกิลระดับสูงต้องอาศัยการร่ายเวทตามลำดับธาตุ ไฟ น้ำ สายฟ้า ดิน เพื่อสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ แต่วิธีที่คุณเพิ่งทำเมื่อครู่... คุณไม่ได้ใช้มานาในการสร้างธาตุเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย คุณใช้แรงเหวี่ยงจากองศาการกดแป้นพิมพ์และทิศทางของลมในแมปนี้เหวี่ยงกระสุนเวทระดับต่ำให้สะท้อนกับผนังหินสามครั้งเพื่อหักเหความเร็ว มันเป็นไปไม่ได้ในเชิงทฤษฎีระบบ"
"ทฤษฎีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนรุ่นหลังพัฒนาต่อยอด ไม่ใช่ให้ยึดติดจนกลายเป็นกรงขังหรอกนะครับ" เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาววับด้วยความมั่นใจ "ถ้าอาจารย์ไม่รังเกียจ... ผมขอสาธิต 'ทฤษฎีการกดสกิลแบบที่โลกไม่เคยเห็น' ให้ดูอีกสักรอบก็แล้วกันครับ"
สิ้นคำพูดนั้น เรย์ก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายของเขาย่อลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อม ท่าทางของเขาไม่ได้ดูเหมือนนักเวทหรือนักรบผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน แต่กลับมีกลิ่นอายของนักกีฬามืออาชีพที่กำลังตั้งสมาธิก่อนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ นิ้วมือเรียวยาวทั้งสิบบางเบาดั่งขนนกทาบลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไก
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเรย์ได้เปิดโหมดทดสอบพิเศษที่เขาตั้งค่าขึ้นมาเอง เอลล่าขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มกัดกินจิตใจของหญิงสาวผู้ผ่านกาลเวลามานับร้อยปี นัยน์ตาคู่สวยเพ่งมองทุกการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มอย่างไม่กะพริบ
"เริ่มจากปุ่ม W, A, S, D เพื่อควบคุมทิศทางในการเคลื่อนที่แบบ Vector Movement..." เรย์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ขณะเดียวกัน นิ้วชี้มือขกก็กดปุ่ม 'Spacebar' ค้างไว้สามมิลลิวินาที
ปัง!
ร่างของเรย์พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงผิดปกติ ผิดไปจากค่าความเร็วพื้นฐานของตัวละครสายอาชีพนักเวทอย่างสิ้นเชิง แรงลมจากการพุ่งตัวทำให้เศษฝุ่นบนพื้นหินหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น เอลล่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นรายละเอียดที่ซ่อนอยู่
*เขาไม่ได้ใช้สกิลพุ่งตัว (Dash)... แต่เขาใช้แรงเสียดทานต่ำของพื้นผิวหินแกรนิตผสมผสานกับการยกเลิกอนิมิชัน (Animation Cancellation) ของระบบเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนด้วยตัวเอง!*
"ยังไม่หมดแค่นั้นครับ" เรย์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเร็วที่พุ่งทะยาน นิ้วมือของเขากดรัวลงบนปุ่มตัวเลขด้านขวาของคีย์บอร์ดด้วยจังหวะที่แม่นยำราศีจับ *แต๊ก-แต๊ก-แต๊ก-แคร็ก!*
เสียงกลไกคีย์บอร์ดดังประสานกันเป็นท่วงทำนองที่แปลกประหลาด ทว่าทรงพลัง บนอากาศเบื้องหน้าของเรย์ ปรากฏรอยแยกของมิติขนาดเล็กเท่าเหรียญบาทขึ้นสามจุด รอยแยกเหล่านั้นไม่ใช่เวทมนตร์อัญเชิญ แต่เกิดจากการบีบอัดอากาศด้วยความเร็วสูงจากการกดคีย์สลับซ้ำไปมาในมุม 45 องศา ซึ่งเป็นองศาที่คำนวณตามหลักอากาศAero-dynamics ในโลกความเป็นจริง!
"บ้าน่า..." เอลล่าเผลอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกตะลึง ภาพที่เธอเห็นตรงหน้าไม่ใช่การเล่นเกมตามกฎเกณฑ์ของโลกเสมือนอีกต่อไป แต่มันคือการใช้ความเข้าใจใน "ฟิสิกส์เชิงกล" มาบิด10เบือนระบบโค้ดของเกมด้วยมือเปล่า
กระสุนเวทมนตร์ธาตุไฟระดับต่ำสุด (Fireball) ถูกยิงออกมาจากปลายนิ้วของเรย์ มันพุ่งตรงไปยังรอยแยกมิติทั้งสามจุดที่เขาสร้างขึ้นอย่างแม่นยำ ทันทีที่กระสุนลูกนั้นกระทบกับรอยแยกแรก รอยแยกดังกล่าวทำหน้าที่เสมือนกระจกเงาสะท้อนทิศทาง เพิ่มความเร็วและพลังทำลายล้างขึ้นเป็นเท่าตัวในทุกครั้งที่สะท้อนผ่านรอยแยกถัดไป
*ตูม! ตูม! ตูม!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วกิลด์ร้าง หุ่นซ้อมเวทมนตร์ไทเทเนียมเกรด A ที่ต่อให้โดนเวทมนตร์ระดับสูงก็แทบจะไม่สะเทือน บัดนี้กลับถูกพลังงานความร้อนและความเร็วที่ถูกทวีคูณด้วยฟิสิกส์แปลกประหลาด เจาะทะลวงจนกลายเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ เศษเหล็กหลอมละลายหยดลงสู่พื้นส่งเสียงดังฉ่า
เรย์หยุดเคลื่อนไหว ร่างกายของเขายังคงตั้งตรงอย่างสง่างาม นิ้วมือค่อยๆ ยกออกจากคีย์บอร์ดช้าๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอไม่มีความเหนื่อยหอบให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตากลับมามองอาจารย์สาวผู้ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ก่อนจะส่งยิ้มสุภาพตามแบบฉบับสุภาพบุรุษไปให้
"เรียบร้อยครับ... ทฤษฎีการกดสกิลแบบที่โลกไม่เคยเห็น หวังว่าคงจะพอผ่านเกณฑ์การประเมินของอาจารย์นะครับ" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เจือความขี้เล่นเล็กน้อยในแววตา
เอลล่าเงียบไปนานหลายวินาที เธอมองซากหุ่นซ้อมที่พังพินาศสลับกับใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มมั่นใจของเรย์ หัวใจภายในอกที่ไม่ได้เต้นแรงมานับร้อยปีกลับเริ่มสั่นไหวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ความตื่นเต้น ความทึ่ง และความคาดหวังบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจของหญิงสาวผู้กุมความลับของกิลด์ร้าง
"คุณ... คุณเป็นใครกันแน่ เรย์" เอลล่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นกว่าเดิม ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม ราวกับต้องการค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น "คนธรรมดาไม่มีทางมองเห็นช่องว่างของระบบที่ลึกซึ้งถึงระดับนี้ได้... แม้แต่ผู้สร้างเกมเองก็อาจจะไม่เคยคิดค้นวิธีนี้มาก่อนด้วยซ้ำ"
"ผมก็แค่... นักเล่นเกมธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่อยากแพ้ให้กับอดีตของตัวเองก็เท่านั้นเองครับ" เรย์ตอบกลับอย่างเรียบง่าย ทว่าแววตาของเขากลับไหววับด้วยประกายความมุ่งมั่นที่ทรงพลัง ซึ่งซ่อนปมความเจ็บปวดในอดีตเอาไว้เบื้องลึก
ก่อนที่เอลล่าจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม บรรยากาศภายในลานฝึกซ้อมก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนังหิน แสงไฟสีฟ้าจากคีย์บอร์ดของเรย์กะพริบถี่รัวด้วยความเร็วสูงผิดปกติ ราวกับกำลังเตือนภัยถึงบางสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่ามอนสเตอร์ทั่วไป
*ติ๊ง! เตือนภัยระดับวิกฤต! ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดจากผู้เล่นนิรนามในรัศมี 500 เมตร...*
หน้าจอสีแดงฉานเด้งขึ้นมาตรงหน้าของทั้งสองคน พร้อมกับเสียงระฆังสนิมเขรอะที่ดังขึ้นจากหอคอยร้างเบื้องบน ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่ได้ยินมานานนับทศวรรษ
เอลล่าหันขวับไปมองยังทางเข้าลานฝึกซ้อม สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความตกตะลึงเป็นความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด "แย่แล้ว... เขากลับมาเร็วกว่าที่คาดไว้..."
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วมือขวาเลื่อนกลับมาวางบนปุ่มควบคุมคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ รอยยิ้มสุภาพหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความสุขุมและเยือกเย็นขั้นสุด
เงาดำสนิทร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเท้าเดินผ่านม่านหมอกสีเทาเข้ามาในลานฝึกซ้อม เสียงฝรองเท้ากระทบพื้นหินดัง ก้องกังวาน บ่งบอกถึงพลังกดดันมหาศาลที่ทำให้แม้แต่อากาศก็แทบจะหยุดนิ่ง และเมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นความมืด เผยให้เห็นใบหน้าที่สวมหน้ากากเหล็กสีทองคำขาวพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน เรย์ก็ต้องขมวดคิ้วแน่นทันทีเมื่อตระหนักได้ว่าบุคคลที่ไม่คาดฝันผู้นี้คือใคร...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และอาจารย์เอลล่าในตอนนี้นะครับ
เซียนคีย์บอร์ดสายชิลล์กับอาจารย์สาวผู้คุมกฎแห่งกิลด์ร้าง•ตอนที่ 3
ทฤษฎีการกดสกิลแบบที่โลกไม่เคยเห็น
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคีย์บอร์ดสายชิลล์กับอาจารย์สาวผู้คุมกฎแห่งกิลด์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!