เสียงสายฝนจำลองภายในโลก VRMMO ของเกม *Chronicles of Aethelgard* ไม่ได้ให้ความรู้สึกเปียกชื้นหรือหนาวเหน็บทางกายภาพ แต่มันถูกออกแบบมาให้ส่งผ่านความรู้สึก "อ้างว้าง" สู่ประสาทสัมผัสของผู้เล่นได้อย่างแนบเนียน หยดน้ำดิจิทัลร่วงหล่นกระทบหลังคาผุพังของกิลด์ร้างแห่งนี้ เกิดเป็นเสียงซ่าที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท สะท้อนความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองที่นั่งอยู่คนละมุมห้อง
เรย์ยกถ้วยชาสมุนไพรไอควันกรุ่นขึ้นจิบ ของเหลวสีอำพันอุ่นๆ ช่วยคลายความตึงเครียดจากกลยุทธ์การต่อสู้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเขา ข้อมูลสถิติ ค่าสถานะ และผังสกิลของกิลด์ยังคงแสดงผลค้างไว้ แสงสีฟ้าอ่อนจากอินเทอร์เฟซส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม เผยให้เห็นร่องรอยของความครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
"คุณคิดว่า... อดีตมันสามารถถูกเขียนทับด้วยปัจจุบันได้จริงหรือครับ อาจารย์เอลล่า"
เรย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเขาเรียบเรื่อยแต่มั่นคง ดวงตาคู่คมมองลอดผ่านหน้าต่างที่ถูกหยดฝนโปรยปรายออกไปเบื้องนอก มองเห็นความมืดมิดของป่าหมอกที่โอบล้อมซากโบราณสถานแห่งนี้ไว้
เอลล่าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกไม้เก่าๆ หยุดมือจากการถักทอเวทมนตร์ป้องกันรอบอาคาร เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มปริศนาและแววตารู้ทันโลกบัดนี้ฉายแววอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ร่างอวตารของ NPC ระดับตำนานผู้ถูกลืมเลือนค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ที่เรย์นั่งอยู่
"ในโลกแห่งความเป็นจริง... บางทีรอยแผลเป็นอาจไม่มีวันจางหายไปหรอกนะครับ เรย์" เสียงหวานนุ่มทุ้มเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเธอนั้นเต็มไปด้วยความหมายแฝงที่ชวนให้ขบคิด "แต่สำหรับที่นี่... ในโลกที่ถูกสร้างขึ้นจากรหัสข้อมูลและความฝัน อดีตไม่ใช่โซ่ตรวน แต่มันคือวัตถุดิบต่างหากครับ"
เธอวางมือเรียวบางลงบนขอบโต๊ะ สายตาคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เรย์อย่างจริงจัง ไม่มีท่าทีหยอกล้อเหมือนเช่นเคย
"คุณแบกรับภาระอะไรไว้มากมายเหลือเกิน โปรเพลเยอร์ผู้เก่งกาจ... คุณกลัวความพ่ายแพ้ กลัวว่าการตัดสินใจของคุณจะทำให้คนที่เชื่อใจต้องผิดหวังอีกครั้ง ใช่ไหมล่ะครับ"
เรย์ชะงักไปเล็กน้อย ถ้วยชาในมือหยุดค้างอยู่กลางอากาศ ไวบ์ความกดดันจากความผิดพลาดในอดีต—แมตช์การแข่งขันระดับประเทศที่เขาพลาดท่าจนทีมต้องพ่ายแพ้—ยังคงตามหลอกหลอนเขาในยามหลับใหล แม้จะผ่านมานานนับปีแล้วก็ตาม เขานึกว่าตัวเองเก็บซ่อนมันไว้ภายใต้มาด "เซียนคีย์บอร์ดสายชิลล์" ได้อย่างแนบเนียนเสียอีก แต่กลับถูกหญิงสาวตรงหน้ามองทะลุปรอทได้อย่างง่ายดาย
"ผมแค่... ไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยครับ" เรย์วางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ฝืน
"การที่เราก้าวพลาด ไม่ได้แปลว่าเราต้องหยุดเดินนะครับ" เอลล่ากล่าวต่อ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลราวกับกระแสลมที่พัดพาความหนาวเหน็บออกไป "จำวันที่คุณก้าวเข้ามาในกิลด์ร้างแห่งนี้ครั้งแรกได้ไหมครับ? ตอนนั้นคุณก็แค่เด็กหนุ่มผู้เบื่อหน่ายกับระบบเกมพาณิชย์ แต่ตอนนี้... ดูสิ่งที่คุณสร้างขึ้นสิครับ"
เธอยกมือขึ้นปัดอากาศเบื้องหน้า หน้าจอโฮโลแกรมขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้น แสดงแผนผังการฟื้นฟูอาณาเขตกิลด์ ระบบป้องกันที่ถูกอัปเกรด และบันทึกการเติบโตของทักษะที่เรย์เป็นคนคิดค้นขึ้นทั้งหมดด้วยมันสมองและสองมือของเขาเอง
เรย์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านผ่านหน้าอก เขาไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาเล่นเกม VRMMO เพื่อฆ่าเวลา จะทำให้เขาได้พบกับสถานที่ที่สามารถ "พักพิง" และ "เริ่มต้นใหม่" ได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในพื้นที่รกร้างแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว
"ขอบคุณนะครับ..." เรย์พึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาที่เคยไร้ประกายกลับมาทอแสงแห่งความมุ่งมั่นอีกครั้ง "บางที... ผมอาจจะลืมไปแล้วว่า การเล่นเกมให้สนุกโดยไม่ต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่ามันรู้สึกอย่างไร"
เอลล่ายิ้มรับบางๆ เป็นรอยยิ้มที่งดงามและบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่เรย์เคยเห็นมาในโลกเกมแห่งนี้ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยมิตรภาพและความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันท่ามกลางคืนฝนตก
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบและความอบอุ่นกำลังโอบกอดคนทั้งสองไว้ เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเกมก็ดัง "ติ๊ด!" แหลมสูงเสียดแทงบรรยากาศอันผ่อนคลายให้ขาดสะบั้นลงทันที
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของเรย์กะพริบเป็นสีแดงฉาน ข้อความเตือนภัยระดับสูงสุดปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงไซเรนดิจิทัลที่ดังสะท้อนไปทั่วทั้งอาณาเขตกิลด์
[ประกาศจากระบบ: ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่หวงห้ามระดับ SSS]
[ผู้เล่น / สิ่งมีชีวิตนิรนาม กำลังเข้าสู่เขตแดนชั้นในของกิลด์ร้าง]
[คำเตือน: พลังงานปริศนาที่ไม่รู้จักกำลังทำลายเกราะป้องกันเวทมนตร์... อัตราการรอด 0.01%]
เรย์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณโปรเพลเยอร์กลับมาทำงานอย่างเต็มพิกัด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่เรดาร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่กำลังสั่นระรัว
ด้านนอกหน้าต่าง ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัด เงาร่างมหึมาของบางสิ่งบางอย่างกำลังก้าวผ่านม่านหมอกเข้ามา พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงรากฐานของปฐพี
เอลล่าหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้า สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด—เป็นครั้งแรกที่เรย์เห็นความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ NPC ระดับตำนานผู้นี้
"แย่แล้ว..." เอลล่าพึมพำเสียงสั่น "มัน... มันตามรอยกุญแจโบราณมาเร็วกว่าที่คาดไว้..."
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูไม้บานใหญ่ของกิลด์ก็ถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดจนกระเด็นหลุดจากวงกบ เศษไม้กระจายเกลื่อนกลาด พร้อมกับร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ก้าวพ้นความมืดเข้ามา—บุคคลที่แม้แต่ระบบก็ยังไม่กล้าเปิดเผยชื่อ...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต" เสมอนะครับ
เซียนคีย์บอร์ดสายชิลล์กับอาจารย์สาวผู้คุมกฎแห่งกิลด์ร้าง•ตอนที่ 9
มิตรภาพผ่านหน้าจอ
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคีย์บอร์ดสายชิลล์กับอาจารย์สาวผู้คุมกฎแห่งกิลด์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!