กลิ่นอายความชื้นของดินหลังฝนตกผสมผสานกับกลิ่นไอฟืนจากเตาไฟโบราณ ลอยอบอวลอยู่ทั่วกระท่อมไม้ปลายนาในอำเภอสวนผึ้ง ที่นี่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไม่มีเสียงแตรรถที่เร่งรีบ และไม่มีเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานของประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์มูลค่าพันล้าน มีเพียงความเงียบสงบ... กับเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
"บอกแล้วไงคะว่ารินก่อไฟเองได้ ไม่ต้องมานั่งทำหน้ายักษ์ใส่เตาผิงแบบนั้นหรอกค่ะท่านประธาน"
รินรดาเอ่ยแซوพลางหัวเราะคิกคัก ขณะมองชายหนุ่มร่างสูงตระหง่านในชุดลำลองเรียบง่าย ที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นจดจ่ออยู่กับการพัดเตาถ่านด้วยพัดใบตาลอย่างจริงจัง ภาพลักษณ์ของนักบริหารหนุ่มผู้เนี๊ยบเฉียบคมในสูทแบรนด์เนมมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มหน้าตาดีที่เหงื่อซึมตามไรผมและกำลังหงุดหงิดกับก้อนถ่านสีดำ
ธีรดนย์เงยหน้าขึ้นจากเตาไฟ ดวงตาคมกราบกรานมองค้อนคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยความหมั่นไส้
"ถ้าฉันไม่มานั่งเฝ้าเธอเอาแต่ใจเผากระท่อมหลังนี้พังไปซะก่อน ใครจะรับผิดชอบล่ะหึ... รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเจือความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
"แถวบ้านเรียกว่าปากไม่ตรงกับใจค่ะคุณธีร์" รินรดาลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว เธอเดินเข้ามาใกล้ร่างสูง กลิ่นกายหอมสะอาดอ่อนๆ ของหญิงสาวลอยเข้าแตะจมูกคนที่นั่งอยู่ ทำเอาธีรดนย์ต้องแกล้งเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดแบบนี้เริ่มอันตรายต่อหัวใจของเขาขึ้นทุกทีแล้ว
ตั้งแต่หนีความวุ่นวายในเมืองกรุงมาติดแหง็กอยู่ที่นี่ด้วยกันสองคนเพราะรถเสียกลางทาง บรรยากาศรอบตัวก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กำแพงความเย็นชาที่ชายหนุ่มสร้างไว้ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย เหลือเพียงช่องว่างระหว่างกันที่บางเบาเสียจนแคบหายใจ
"ถอยไปน่า ร้อนจะตายอยู่แล้ว เธอจะมาเดินวนเวียนอะไรแถวนี้"
"อ้าว! ก็ตรงนี้มันทางเดินเข้าครัวนี่คะ หรือว่าท่านประธานอยากให้รินไปนั่งกอดเข่ารออยู่มุมห้องเฉยๆ เหมือนตุ๊กตาหน้ารถล่ะ?" รินรดาย้อนถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาหวานฉ่ำทอดมองคนปากแข็งอย่างรู้ทัน
ธีรดนย์ถอนหายใจยาวพรืด เขาวางพัดในมือลงแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว จนหญิงสาวต้องถอยหลังไปชนกับผนังไม้โดยอัตโนมัติ
ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกร่างสูงกักตัวไว้ในวงแขน
"บางที... เธออาจจะพูดมากเกินไปหน่อยนะริน" ธีรดนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมหูจนคนฟังขนลุกซู่ "รู้ไหมว่าการที่เธอทำตัวน่าหมั่นไส้แบบนี้ มันมีบทลงโทษนะ"
"อะ... อะไรของคุณคะ ถอยไปเลยนะ" รินรดาใจเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก มือบางพยายามดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของคนตัวโตกว่าได้
"ไม่ถอย..." ธีรดนย์ปฏิเสธเสียงนุ่ม ดวงตาคมกริบทอดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่เขาไม่เคยเข้าใจตีตื้นขึ้นมาในอก การได้อยู่กับรินรดาในสถานที่ไกลผู้คนแบบนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เราสองคนจริงๆ
บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงทันตา เหลือเพียงเสียงฟืนในเตาที่ปะทุเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรัวแข่งกัน รินรดานิ่งงันไปเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววความรู้สึกลึกซึ้งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้งอบอุ่นและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน จนคำพูดต่อรองทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ
นิ้วเรียวของชายหนุ่มเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความซึนเดเระที่เคยมีหายลายกลายเป็นความเขินอายจนใบหน้าร้อนผ่าว
"ถ้าไม่อยากโดนทำโทษ... ก็เลิกทำหน้าแบบนี้ใส่ฉันสักที" ธีรดนย์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายค่อยๆ โน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงจนแทบจะไม่เหลือช่องว่าง
รินรดาหลับตาลงช้าๆ หัวใจดวงน้อยสั่นไหวรุนแรง เธอเตรียมตัวจะรับสัมผัสวาบหวามที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่รอมร่อ...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระท่อมดังขึ้นสามครั้งติดกันราวกับทำลายบรรยากาศสีชมพูให้แตกกระเจิง พร้อมกับเสียงตะโกนโหว่เหว่คุ้นหูที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก
"เฮ้ย! ไอ้ธีร์! แกติดอยู่ในป่ากับน้องรินรดาสองต่อสองนานเกินไปแล้วนะเว้ย รถลากมาถึงแล้ว เปิดประตูเดี๋ยวนี้โว้ย!"
ธีรดนย์ชะงักกึก เปลือกตาคมลืมขึ้นด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงทันทีเมื่อถูกขัดจังหวะสำคัญในวินาทีชีวิต รินรดาลืมตาขึ้นเช่นกัน ก่อนจะแอบอมยิ้มกลั้นขำกับท่าทางเสียดายของท่านประธานหนุ่มที่ตอนนี้ได้แต่สบถเบาๆ อย่างหัวเสีย
"ฝากไว้ก่อนเถอะ..." ธีรดนย์กระซิบคาดโทษชิดริมฝีปากบางเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะจำใจผละร่างออกจากหญิงสาวด้วยความอาลัยอาวรณ์
รินรด้ารีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วก้าวขาเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าแดงก่ำ แต่ทว่า... ทันทีที่บานประตูไม้ถูกผลักเปิดออก รอยยิ้มขบขันบนใบหน้าของเธอก็ต้องแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าคนที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่หน้าประตูกลับไม่ใช่เพื่อนสนิทของธีร์อย่างที่คิด
แต่เป็นร่างของมารดาตัวเองที่ยืนกอดอกจ้องเขม็งมาที่เธอ พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบโตและสายตาคาดคั้นที่พร้อมจะพิพากษาคดีใหญ่!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและจิกหมอนไปกับโมเมนต์หวานปนฮาของบอสธีร์และน้องรินในตอนนี้ด้วยนะคะ! ไว้มาลุ้นต่อกันในตอนหน้าว่าทั้งคู่จะแก้ตัวกับคุณแม่ยังไงดีนะคะ จากใจ "เหมยฮวาแรกแย้ม" ค่ะ
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 28
บรรยากาศเก่าๆ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!