เอกสารแฟ้มหนังสีดำสนิทถูกผลักมาหยุดตรงหน้าธีรดนย์ด้วยปลายนิ้วเรียวยาวของศอ — ผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตรินรดาและเขาด้วยรอยยิ้มเคลือบยาพิษเสมอ
“อ่านดูสิครับพี่ธีร์ พินัยกรรมฉบับจริงของคุณป้าไม่ได้อยู่กับทนายความประจำตระกูล... แต่‘บังเอิญ’ มาอยู่ในมือผมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำของศอเจือแววท้าทายอย่างไม่ปิดบัง ภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่เวลานี้ บรรยากาศรอบตัวแทบจะลดอุณหภูมิจนเยียบเย็น ธีรดนย์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวหนังสือทางกฎหมายที่ระบุเงื่อนไขบ้าคลั่งนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
*‘เงื่อนไขแห่งการสืบทอดสิทธิ์การบริหารและทรัพย์สินทั้งหมด จะต้องเกิดขึ้นผ่านการสมรสกับทายาทสายตรงของตระกูลศอเท่านั้น’*
กระดาษแผ่นเดียวที่ทรงพลังพอจะพลิกอาณาจักรที่เขาเพียรสร้างมากับมือให้กลายเป็นจุณได้ในพริบตาเดียว
“นายกำลังเล่นเกมสกปรกอะไร ศอ”
เสียงของธีรดนย์ต่ำลึก ลอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ มือหนากำขอบโต๊ะทำงานแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว หากเป็นเวลาปกติ เขาคงใช้กฎหมายและอิทธิพลจัดการคนตรงหน้าให้ราบคาบไปนานแล้ว แต่ทว่า... พินัยกรรมฉบับนี้มีผลทางกฎหมายสมบูรณ์ และหากเขาเลือกที่จะปัดตก มันหมายถึงความเหนื่อยยากตลอดหลายปีของมารดาและการสูญเสียบริษัทที่หล่อเลี้ยงพนักงานนับร้อยชีวิต
ศอหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู “เกมสกปรกอะไรกันครับพี่ธีร์ ผมแค่กำลังมอบ ‘ทางออก’ ให้ต่างหาก ทางออกที่พี่จะได้รักษาบริษัทของครอบครัวไว้... แลกกับการปล่อยมือจากเด็กในปกป้องคนนั้นซะ รินรดาน่ะ... ไม่เหมาะกับเก้าอี้ข้างกายประธานใหญ่อย่างพี่หรอกครับ เขาควรอยู่กับคนที่พร้อมจะดูแลด้วยเงินสดและเวลามากกว่าจะมานั่งทนกินข้าวกล่องกับคนบ้างานอย่างพี่”
คำพูดพาดพิงถึงรินรดากระตุกต่อมความอดทนของธีรดนย์จนขาดผึ่ง
ร่างสูงสง่าผุดลุกขึ้นเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนศอต้องชะงักรอยยิ้มค้าง ธีรดนย์ก้าวเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน มือหนาคว้าคอเสื้อสูทราคาแพงของศอขึ้นมาก่อนจะกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนใบหน้าเกือบชนกัน
“ถ้ารินเขาได้ยินคำพูดต่ำๆ จากปากนายเมื่อกี้ นายคิดว่าหน้าหล่อๆ ของนายจะเหลือสภาพเดิมไหม... หึ?” ธีรดนย์เค้นเสียงเหี้ยมเกรียม นัยน์ตาดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ “อยากได้บริษัทนักใช่ไหม อยากได้อำนาจนักใช่ไหม... งั้นก็เอาพินัยกรรมเฮงซวยนี่ไสหัวไปซะ!”
“อุ๊ย... ใจร้อนจังเลยนะครับพี่ธีร์” ศอยังคงยิ้มเยาะ แม้จะหายใจติดขัดเล็กน้อยจากการถูกกระชาก “แต่ระวังหน่อยนะ... ถ้าผมเอาพินัยกรรมนี้ไปยื่นให้บอร์ดบริหารตอนนี้ คนที่จะพังไม่ใช่แค่บริษัท... แต่หมายถึงอนาคตของรินรดาด้วย เพราะที่ดินแปลงใหญ่ที่เขากำลังลงทุนทำโปรเจกต์อยู่... ติดจำนองชื่อผมอยู่ครึ่งหนึ่งนะพี่รู้ตัวไหม?”
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล ธีรดนย์ชะงักกึก มือที่กำคอเสื้ออีกฝ่ายค่อยๆ คลายลงอย่างไม่เต็มใจ
ที่ดินแปลงนั้น... โครงการที่รินรดาทุ่มเทแรงกายแรงใจปลุกปั้นมานานนับปี รินรดารักและผูกพันกับมันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด หากโปรเจกต์นั้นพังทลายลงเพราะเงื่อนไขของเขา รินรดาที่มีศักดิ์ศรีค้ำคอและเกลียดการใช้เงินฟาดหัวเป็นที่สุด... จะไม่มีวันให้อภัยเขาไปตลอดชีวิตแน่
“นายมัน...” ธีรดนย์กัดฟันกรอด ขบกรามแน่นจนปวดร้าวไปหมด สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความกดดันที่บีบรัดหัวใจจนหายใจแทบไม่ออก ระหว่าง ‘งาน’ และอาณาจักรที่เขารับผิดชอบ กับ ‘หัวใจ’ และความสุขของคนคนเดียวที่เข้ามามีอิทธิพลเหนือความรู้สึก... เขาต้องเลือกอะไร?
“ผมให้เวลาพี่ถึงเที่ยงคืนวันนี้... เซ็นสัญญาโอนสิทธิ์บริหารบางส่วนให้ฝั่งผม และประกาศยุติความสัมพันธ์กับรินรดาซะ แล้วผมจะคืนโฉนดที่ดินให้เด็กนั่นแบบครบถ้วน” ศอจัดปกเสื้อตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะเดินยิ้มร่าออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้ธีรดนย์ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและอุณหภูมิที่เย็นเยียบของห้อง
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้นก่อนที่บานประตูจะเปิดออก ร่างโปร่งบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแลคเข้ารูปเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส รินรดากระชับถุงกระดาษใส่กาแฟและแซนด์วิชในมือแน่น ใบหน้าหวานส่งยิ้มกว้างให้คนรักที่ยืนหันหลังให้อยู่ริมกระจกบานใหญ่
“พี่ธีร์... วันนี้ประชุมเครียดเหรียญหน้าดำคร่ำเครียดเชียวนะคะ รินซื้อกาแฟลาเต้อุ่นๆ กับแซนด์วิชทูน่าร้านโปรดมาให้... เอ๊ะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าเครียดจัง?”
รินรดาววางของลงบนโต๊ะก่อนจะรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความห่วงใย ดวงตากลมโตฉายแวววิตกกังวลเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มที่ดูซีดเซียวและเหนื่อยล้ากว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวยื่นไปแตะเบาๆ ที่ต้นแขนแกร่งเพื่อส่งผ่านความอบอุ่น
“ไม่มีอะไร... แค่เรื่องงานนิดหน่อย” ธีรดนย์พยายามฝืนยิ้ม แต่มันช่างฝืดเคือนและดูแย่เสียจนรินรดารู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“โกหกค่ะ ตาพี่ฟ้องหมดแล้วนะว่ามีเรื่องใหญ่” รินรดาหรี่ตามองอย่างจับผิด ก่อนจะขยับเข้าไปประชิดตัวแล้วสวมกอดเอวหนาไว้หลวมๆ ใบหน้าแนบซบลงกับอกแกร่งเพื่อฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัว “มีอะไรทำไมไม่ยอมบอกรินคะ? เราสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่แบกรับอะไรไว้คนเดียว... หรือว่าเกี่ยวกับเรื่องพินัยกรรมบ้าบอนั่นอีกแล้ว?”
ชื่อนั้นทำให้ร่างกายของธีรดนย์สะท้านเฮือก มือหนายกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางของคนรักไว้โดยอัตโนมัติ สัมผัสอุ่นซ่านจากรินรดาช่างหอมหวานและเยียวยาความเหนื่อยล้าได้ดีเหลือเกิน แต่ยิ่งสัมผัสมากเท่าไหร่... ความรู้สึกเจ็บหน่วงในอกก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น เพราะเขารู้ดีว่า... เวลาที่พวกเขาสามารถกอดกันแบบนี้ได้ กำลังจะหมดลงในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
“ริน...” เสียงของธีรดนย์แหบพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาก้มลงสูดดมความหอมจากกลุ่มผมนุ่ม ปลายจมูกฝังลงลึกราวกับอยากจะจดจำกลิ่นกายนี้ไว้ให้ได้มากที่สุด
“คะ? เป็นอะไรเนี่ย ทำไมทำเสียงเหมือนคนจะร้องไห้เลยล่ะ คนเก่งของรินหายไปไหนซะแล้ว” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับส่งยิ้มหวานละมุนที่มักจะทำให้หัวใจของประธานหนุ่มสั่นไหวได้เสมอ แต่วันนี้... ในดวงคู่นั้นกลับสะท้อนความกังวลลึกๆ ออกมา
ธีรดนย์สบตากับดวงตาคู่สวยที่เขารักสุดหัวใจ นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา หัวใจดวงแกร่งบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ เขาต้องเลือก... ระหว่างการรักษาบริษัทของครอบครัวเพื่อไม่ให้ตระกูลต้องล่มจม กับการปกป้องรให้อยู่ห่างจากอันตรายแม้จะต้องแลกด้วยการปล่อยมือเธอไปตลอดกาล
“ถ้าวันหนึ่ง... พี่ต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องบริษัทนี้... แม้ว่ามันจะทำให้รินโกรธพี่มากก็ตาม รินจะเกลียดพี่ไหม?” ธีรดนย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ความลับที่หนักอึ้งจุกอยู่ที่ลำคอ
รินรดาชะงักรอยยิ้มค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับคำถามที่ไร้ที่มาที่ไป แต่วินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยถามเพื่อเค้นหาความจริง...
ปัง!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานกระแทกผนังดังลั่นสนั่นตึก พร้อมกับร่างของเลขานุการหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตกใจสุดขีด
“ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! บอร์ดบริหารฉุกเฉินเรียกประชุมด่วน... และตอนนี้... ตอนนี้มีตำรวจกับเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีมายืนรออยู่ที่ล็อบบี้บริษัทแล้วค่ะคุณธีร์!”
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เหมยฮวาแรกแย้ม" มาโดยตลอดนะคะ!
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 33
บททดสอบความเชื่อใจ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!