ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 14

มือที่ยื่นเข้ามาช่วย

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นอายน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี กลับดูเบาบางลงไปถนัดตา เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายของธีรดนย์ ชายหนุ่มยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอ่อนทว่าแผ่รังสีคุกคามรอบตัวจนอากาศแทบจะหยุดนิ่ง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึกเมื่อเงาสูงใหญ่ของผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาบดบังแสงไฟเบื้องบน "คุณพ่อ..." รินหลุดปากออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่ธีร์หันไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยสายตาดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ ท่านอรรณพ ประธานกรรมการบริษัทคู่แข่งทางธุรกิจและบิดาบังเกิดเกล้าของรินรดา ยืนยิ้มเย็นชาอยู่ที่กรอบประตู สายตาคมกวาดมองลูกชายตัวดีที่เข้ามาพัวพันกับประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยความเหยียดหยันเจือความสมเพช "ไม่คิดเลยนะริน ว่าลูกชายคนรองของบ้านจะลดตัวลงมาเล่นบทบาท 'เด็กเลี้ยง' คอยปรนเปรอท่านประธานธีร์ถึงห้องทำงานส่วนตัวแบบนี้ ถึงว่าล่ะ... ช่วงนี้ถึงได้ปีกกล้าขาแข็งนัก กล้าแม้กระทั่งขัดคำสั่งพ่อ" อรรณพเหยียดรอยยิ้มเยาะ สำนวนคำพูดเชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำ รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวและน้อยเนื้อต่ำใจพุ่งพล่านจนขอบตาร้อนผ่าว แต่ก่อนที่ร่างบางจะได้สวนกลับด้วยวาจาเจ็บแสบตามนิสัย มือหนาคู่หนึ่งก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้เสียก่อน แรงบีบกระชับที่ส่งผ่านความอบอุ่นทำให้รินต้องช้อนตาขึ้นมอง ธีรดนย์ไม่ได้หันมามองเขา แต่แผ่นหลังกว้างที่ก้าวออกไปยืนบังร่างบอบบางไว้ครึ่งหนึ่งนั้น ราวกับกำแพงเหล็กที่พร้อมจะปกป้องทุกพายุร้ายที่โหมกระหน่ำ "ท่านอรรณพคงเข้าใจอะไรผิดไปกระมังครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เยือกเย็นและทรงพลัง ทว่าน่ากลัวจนอรรณพชะงัก "ห้องทำงานของผม และคนของผม... จะเป็นใครหรืออยู่ในสถานะไหน ไม่น่าจะใช่กงการอะไรที่ประธานบริษัทคู่แข่งจะต้องมาล้ำเส้นวิจารณ์นะครับ" "หึ! ปากดีนักนะท่านธีร์ ระวังเถอะ... เด็กนี่มันแค่ตัวปัญหาที่จะพาบริษัทคุณพังพินาศ ผมเตือนด้วยความหวังดีในฐานะผู้ใหญ่" อรรณพแค่นหัวเราะอย่างไม่ยี่หล่า พลางปรายตามองรินด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "ถ้าอยากได้เด็กคอยปรน្ន ผมส่งคนอื่นที่ดีกว่านี้มาให้ก็ได้ ไม่เห็นต้องเก็บเศษสบู่ที่คนอื่นเขี่ยทิ้งมาใช้เลยนี่นา" เพล้ง! ความรู้สึกเหมือนแก้วแตกกระจายในอก รินรดาหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก คำว่า 'เศษสบู่' จากปากพ่อแท้ๆ มันช่างกรีดแทงหัวใจจนเกินกว่าจะรับไหว ร่างบางเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่ทว่า... ไหล่บางกลับชนเข้ากับแผงอกอุ่นของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว ธีรดนย์สะบัดหน้าขวับ นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างง่ายดาย กฎเหล็กสามข้อที่เขาตั้งไว้ในการบริหารชีวิตและธุรกิจ—ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร, ไม่ก้าวก่ายปัญหาครอบครัวคนอื่น, และไม่ทำลายหลักการทางธุรกิจ—บัดนี้กำลังถูกฉีกทิ้งเป็นจุลต่อหน้าต่อตา "เชิญออกไปจากห้องของผมครับ" ธีร์เอ่ยเน้นทีละคำ น้ำเสียงกดต่ำจนน่ากลัว "ก่อนที่ผมจะลืมมารยาทและสั่งให้บอดี้การ์ดโยนคุณออกไปจริงๆ" อรรณพหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเจอไม้นี้เข้า แม้จะใหญ่มาจากไหน แต่การปะทะกับธีรดนย์ในถิ่นของอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องฉลาดนัก ประธานเฒ่าแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ "ฝากไว้ก่อนเถอะริน... แกอย่าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือฉัน!" พูดจบก็สะบัดหน้าเดินกระแทកเท้าออกไปจากห้องทันที ประันทึกห้องปิดสนิท ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนนิ่ง น้ำใสๆ คลอเบ้าแต่ถูกเจ้าตัวกลั้นไว้อย่างสุดชีวิต ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี ร่างบางพยายามสะบัดข้อมือออกจากจากการกุมมือของธีร์เบาๆ พร้อมกับหลบสายตา "ปล่อยผมเถอะครับ... ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ แต่คุณคงสมเพชผมมากสินะที่เห็นสภาพน่าสมเพชแบบนี้" เสียงหวานสั่นเครือเล็กน้อย เจือความตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด ธีรดนย์ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาดเมื่อเห็นแววตาไหวระริกคู่นั้น ปากที่มักจะหาเรื่องเก่งและต่อปากต่อคำเสมอกลับสั่นเทาจนน่าสงสาร แทนที่จะปล่อยมือตามที่อีกฝ่ายขอ ธีร์กลับออกแรงดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาใกล้กว่าเดิม จนหน้าอกแนบชิดกับอกแกร่ง "ใครบอกว่าผมสมเพชคุณ" เสียงทุ้มเอ่ยลอดไรฟัน แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง "คุณนี่มันโง่หรือซื่อบื้อกันแน่รินรดา ถึงดูไม่ออกว่าผมกำลังเดือดร้อนแทนคุณอยู่" รินเบิกตากว้าง เงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงกว่าอย่างไม่เชื่อหู "คุณ..." "ผมเกลียดกฎเกณฑ์ และเกลียดที่สุดคือการยื่นมือไปยุ่งเรื่องของคนอื่น" ธีร์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น "แต่กับคุณ... ดูท่าทางผมคงต้องยอมฉีกกฎทุกข้อที่มี ทิ้งมันลงถังขยะแล้วล่ะมั้ง" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่ง ทำเอาห้องทำงานทั้งห้องเงียบสงบลงไปถนัดตา รินรดาลืมหายใจไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระร้ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีที่เคยคุกกรุ่นด้วยความหมั่นไส้ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง "คุณธีร์... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย" รินเสหลบสายตาพวงแก้มเนียนขึ้นสีแดงจัดอย่างห้ามไม่อยู่ ความซึนเดเระที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า "ไม่ได้บ้า ผมพูดจริง" ธีร์กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนไว้ไม่มิด นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยทำกับใครมาก่อน "นับจากวินาทีนี้ไป... ไม่ว่าพ่อคุณหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องคุณทั้งนั้น เพราะคุณอยู่ภายใต้การคุ้มครองของผมแล้ว" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจพองโตจนคับอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในซอกหลืบความโดดเดี่ยวที่เคยมี แต่วินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหวานซึ้งจนจิกหมอน เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของธีร์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ *กริ๊งงงงง!* ธีร์สบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ แต่รินรีบใช้มือเรียวดันแผงอกเขาออกเบาๆ เพื่อจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ทว่าก่อนที่ธีร์จะเอื้อมมือไปกดตัดสาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงเลขาหน้าห้องดังทะลุเข้ามาด้วยความตระหนก "ตอนนี้ทางบอร์ดบริหารฉุกเฉิน และ... และคุณหญิงแม่ของคุณมารออยู่ที่ห้องโถงใหญ่แล้วครับ ท่านทราบเรื่องที่คุณช่วยคุณรินแล้ว และกำลังจะ..." ยังไม่ทันที่เลขากร่ายยาวจบ ประตูห้องทำงานวีไอพีก็ถูกผลักเปิดผางด้วยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้! รินรดาหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นร่างระหงสง่างามของคุณหญิงมารศรีมารดาของธีร์ก้าวเข้ามาพร้อมกับสายตาดุจคมมีดที่จ้องตรงมายังพวกเขา ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เหมยฮวาแรกแย้ม" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%