ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 15

หัวใจที่เปลี่ยนทิศ

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันราคาแพงระยับลอยอบอวลเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว รุกรานพื้นที่หายใจจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างระหงในชุดสูทผ้าทวีตตัดเย็บประณีตของคุณหญิงมารศรีหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า สายตาคู่คมที่ถอดแบบมาจากบุตรชายราวกับแกะกวาดตามองความชุลมุนตรงหน้าด้วยความเรียบเฉย ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลเสียจนบรรยากาศรอบกายลดฮวบลงจนแทบติดลบ “ดูท่าทาง... ห้องทำงานของประธานบริษัทจะไม่ใช่ที่สำหรับเคลียร์เรื่องส่วนตัวกระมังคะ รินรดา” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบราดรดลงมากลางกระหม่อม รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกฉุน ขยับตัวจะก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าข้อมือบางกลับถูกฉุดรั้งไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นจัดของคนที่ยืนเคียงข้างอย่างรวดเร็ว “คุณแม่มาทำอะไรที่นี่ครับ” เสียงทุ้มต่ำของธีรดนย์เอ่ยแทรกขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงนั้นแม้จะยังมีความกระด้างอยู่บ้างตามนิสัยเดิม แต่กลับเจือกระแสความตึงเครียดที่รินรดาสัมผัสได้ทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวขยับมาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับต้องการปกป้องเธอจากสายตาดุจคมมีดของผู้เป็นมารดา คุณหญิงมารศรีปรายตามองมือหนาที่ยังคงกุมข้อมือของรินรดาไว้แน่น มุมปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มหยัน “ถ้าแม่ไม่มา... ก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นว่าลูกชายคนเก่งของแม่ ยอมลดตัวลงมาปกป้องเด็กฝึกงานปากกล้าคนนี้ออกหน้าออกตาถึงเพียงนี้” “ผมทำตามหน้าที่ของประธานบริษัทครับ” ธีร์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัด สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น แสดงถึงความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้น “รินรดาเป็นพนักงานในความดูแลของผม เรื่องงานตรงนี้... ผมจัดการเองได้ครับ” “จัดการเอง? หึ...” คุณหญิงแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาดุเปลี่ยนเป้าหมายมาจ้องตรงที่รินรดาราวกับจะแสกหน้าให้ทะลุ “จัดการจนปล่อยให้ข่าวฉาวระหว่างเธอกับเด็กนี่หลุดรอดไปถึงหูบอร์ดบริหารแล้วอย่างนั้นสินะธีร์ เธอเองก็เก่งไม่เบานี่รินรดา ใช้มารยากี่ร้อยเล่มเกวียนถึงทำให้ลูกชายฉันเสียการเสียงานได้ขนาดนี้” ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามพุ่งตรงเข้าใส่ราวกับลูกศรอาบยาพิษ รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้มใส เธอไม่ใช่คนยอมคนให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเล่นๆ ต่อให้เบื้องหน้าจะเป็นมารดาของคนที่เธอร่วมงานด้วยก็ตาม เธอก็พร้อมจะสวนกลับให้หน้าชา แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ริมฝีปากบางจะอ้าออกโต้แย้ง แรงบีบที่ข้อมือก็กระชับแน่นขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับมารดาเต็มตัว “พอได้แล้วครับคุณแม่!” เสียงตวาดห้ามปรามดังขึ้นลั่นห้องทำงาน ธีรดนย์หน้าดำคร่ำเครียด ดวงตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน “อย่าเอาความคิดสกปรกของคุณแม่มาตัดสินคนอื่น รินรดาไม่ได้ทำอะไรผิด และเรื่องงานในบริษัท... ผมตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตัวเอง ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้น!” ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ คุณหญิงมารศรีเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าบุตรชายผู้ว่านอนสอนง่ายและอยู่ในกรอบมาตลอดจะกล้าขึ้นเสียงใส่เธอเพื่อคนนอก “ธีร์... แกกล้าขึ้นเสียงใส่แม่เพื่อเด็กนี่เหรอ!” “ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ผมพูดความจริง” ธีร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ น้ำเสียงผ่อนลงแต่ยังคงความแข็งกร้าว “ถ้าคุณแม่ไม่มีเรื่องงานสำคัญ กรุณากลับไปก่อนเถอะครับ ตอนนี้... ผมมีงานที่ต้องเคลียร์ต่อ” พูดจบ ธีรดนย์ก็ไม่รอให้มารดาได้เอ่ยคำใดต่อ เขาคว้าข้อมือบางของรินรดาให้เดินตามออกไปจากห้องทำงานทันท่ามกลางสายตาทึ่งและตกตะลึงของผู้เป็นมารดา ทิ้งให้คุณหญิงมารศรียืนกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้นอยู่ที่เดิม ร่างบางถูกลากจูงให้เดินตามแรงกึ่งบังคับผ่านหน้าโต๊ะทำงานออกไปยังระเบียงกระจกด้านนอกที่ปลอดผู้คน ลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านปะทะผิวหน้า ทว่าความร้อนรุ่มในใจของคนทั้งคู่กลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย “ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ! คุณจะลากฉันมาทำไมเนี่ย!” รินรดา สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมทันทีเมื่อพ้นสายตาคน เธอหันมาถลึงตาใส่ร่างสูงที่ยืนหายใจหอบถี่อยู่ตรงหน้า “คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย ไปขึ้นเสียงใส่คุณแม่ตัวเองทำไม เดี๋ยวท่านก็เกลียดฉันมากกว่าเดิมหรอก!” ธีรดนย์หันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังคงทำหน้ายุ่ง ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เสยผมสีเข้มที่เริ่มยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับราวระเบียงกระจก “เธอเป็นห่วงฉัน... หรือเป็นห่วงตัวเองกันแน่หะ รินรดา” เสียงทุ้มเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโห ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนรินรดาต้องเอียงหน้าหลบ “ฉันจะห่วงใครมันก็เรื่องของฉัน! แต่คุณทำแบบนั้นมันเกินไปนะ คุณหญิงท่านเป็นแม่ของคุณนะ!” รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง พยายามดันอกแกร่งให้ถอยห่าง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน “แล้วเธอล่ะ... ทำไมถึงไม่เถียงกลับบ้าง หูหนวกหรือไงถึงยอมให้คนอื่นมาด่าอยู่ฝ่ายเดียว” ธีร์สวนกลับเสียงเขียว แววตาที่มองเธอนอกจากความดุดันแล้ว กลับซ่อนประกายความห่วงใยที่ร้อนรนจนน่าประหลาด “รู้ไหมว่าท่าทางเงียบๆ ยอมให้เขาเหยียบหัวน่ะ มันน่าหงุดหงิดแค่ไหน!” รินรดาชะงักไปชั่วขณะ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมคายคู่นั้น ไร้ซึ่งร่องรอยของการเสแสร้ง มีเพียงความกังวลและหงุดหงิดที่ฉายชัดอยู่ข้างใน หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะรัวด้วยความโกรธ กลับเริ่มเปลี่ยนจังหวะไปอย่างควบคุมไม่ได้ คนปากร้ายคนนี้... กำลังปกป้องเธออย่างนั้นเหรอ? “ฉัน... ฉันไม่อยากมีเรื่องกับแม่คุณต่างหากเล่า” รินรดาหลบสายตา เสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มอ่อนลงโดยอัตโนมัติ “อีกอย่าง... ฉันเป็นแค่เด็กฝึกงาน ถ้าไปต่อปากต่อคำกับท่าน ฉันคงโดนไล่ออกจากบริษัทตั้งแต่ยังไม่ทันได้เรียนจบแน่ๆ” ธีรดนย์มองท่าทางพยศที่เริ่มอ่อนลงของคนตรงหน้า ความโกรธเกรี้ยวในอกเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบางเบาที่ตีตื้นขึ้นมาในทรวงอก มือหนายื่นออกไปอย่างลืมตัว ปลาย้วยนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่รอยแดงจางๆ ตรงข้อมือบางที่เขาเพิ่งจะบีบมันไว้เมื่อครู่ สัมผัสนั้นแผ่วเบาและทะนุถนอมเสียจนรินรดาต้องสะดุ้งเงยหน้าขึ้นสบตา “เจ็บ... หรือเปล่า” คำถามห้วนสั้นแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ธีร์ก้มมองรอยแดงบนข้อมือเธอด้วยแววตาสำนึกผิดลึกๆ ใบหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยและดุดันตลอดเวลา ตอนนี้กลับฉายความรู้สึกผิดออกมาอย่างปิดไม่มิด รินรดาใจกระตุกวูบ เธอนิ่งอึ้งไปกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของประธานหนุ่มจอมเผด็จการ นี่เป็นครั้งแรก... ที่เธอได้เห็นมุมที่ไร้ซึ่งเกราะกำบังและกำแพงความเย็นชาของเขา “...ไม่ค่ะ” รินรดาตอบเสียงแผ่วเบา ความโกรธเคืองก่อนหน้าหายวับไปกับตา ราวกับถูกลบเลือนด้วยสัมผัสอุ่นๆ ที่ข้อมือ “ฉันไม่ได้บอบบางขนาดนั้นสักหน่อย” ธีร์เงยหน้าขึ้นสบตาเงามืดในดวงตากลมโตของเธอ เนิ่นนาน... ท่ามกลางเสียงลมพัดผ่านและเสียงจอแจของเมืองกรุงเบื้องล่าง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง “ต่อไปนี้...” ธีรดนย์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง “อย่าปล่อยให้ใครมาว่าเธออีก... แม้แต่แม่ของฉันก็ไม่มีสิทธิ์ เข้าใจไหม?” หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับคุณหญิงมารเสียเสียอีก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธหรือหาเรื่องกลบเกลื่อนความเขินอาย ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงใดออกมา... *กริ๊งงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธีรดนย์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ ธีร์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจ เขายอมละสายตาจากใบหวานอย่างเสียดาย ควักโทรศัพท์ขึ้นมากดรับด้วยสีหน้าหงุดหงิด “มีอะไร... พูดมา” รินรดาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบฉวยโอกาสนี้ถอยหลังก้มตัวหนีเพื่อเว้นระยะห่าง ทว่าสายตาคมกริบที่เพิ่งกดวางสายไปกลับหันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม ร่างสูงคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของเธอไว้ทันที ราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหน “เกิดอะไรขึ้นคะ?” รินรดาถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของอีกฝ่าย “โปรเจกต์ใหญ่ที่เราร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติ... กำลังมีปัญหาใหญ่” ธีรดนย์สบตากรAพัดกับเธอ แววตาคมกริบฉายประกายความเครียดจัด “และคนที่จะแก้ปัญหานี้ได้ทันที... คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้” รินรดาหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อรู้ว่างานชิ้นโบแดงที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจมาทั้งเดือน กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย! ——————————————- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของบอสธีร์ด้วยกันนะคะ!*
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%