บรรยากาศในห้องรับรองพิเศษอบอวลไปด้วยไอความตึงเครียดที่แทบจะใช้มือจับต้องได้ ประโยคท้าทายที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของ ‘ปกรณ์’ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ ทำให้กล้ามเนื้อกรามของธีรดนย์กระตุกเกร็งขึ้นมาทันที
ทว่าชายหนุ่มร่างสูงกลับไม่ได้คลายวงแขนที่โอบกอดเอวบางของรินรดาเอาไว้เลย ตรงกันข้าม... เขากลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าศัตรูหัวใจและคู่ค้าทางธุรกิจในคราวเดียวกัน
“ปล่อยรินได้แล้วมั้งครับ... ประธานธีร์” ปกรณ์ทวนคำเดิม รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาเคลือบด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองมือหนาที่ยังคงวางนิ่งอยู่บนเอวคอดกิ่วของคนในอ้อมแขน
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเขากับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ประธานจอมเผด็จการ’ มันใกล้ชิดเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างขมับ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของธีร์กำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มพร่าเลือน
“ทำไมผมต้องปล่อย?” ธีร์สวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังต้องหนาวสะท้าน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองปกรณ์ด้วยหางตา “นี่คือคนของผม ถ้าผมอยากจะกอด จะจับ หรือจะทำอะไรกับเขา... มันก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับคุณกระมังครับ คุณปกรณ์”
คำว่า ‘คนของผม’ กระแทกเข้ากลางใจรินรดาเต็มแรง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบหันไปถลึงตาใส่ร่างสูงที่ยืนซ้อนหลังอยู่
“นี่! พูดบ้าอะไรเนี่ย ใครคนของคุณเลิกพูดจาพล่อยๆ สักที!” รินรดากระซิบลอดไรฟัน พยายามบิดตัวหนี แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของประธานหนุ่มผู้บ้าอำนาจได้ นอกจากจะขยับไปไหนไม่ได้แล้ว เขายังรู้สึกได้ถึงแผ่นอกกว้างที่แนบชิดติดกับแผ่นหลังของตัวเองจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
ปกรณ์หัวเราะในลำคอ สีหน้าฉายแววดูแคลน “ระวังเถอะครับประธานธีร์ ของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้ ปากจัดและพยศไม่เบา ระวังจะโดนแว้งกัดเข้าสักวัน”
“ต่อให้เขาจะพยศจนน่าปวดหัวแค่ไหน... มันก็เป็นเรื่องของผมคนเดียว” ธีร์ก้าวออกมาบังร่างโปร่งของรินรดาไว้มิดชิด สายตาคมปلاบกวาดมองคู่แข่งทางธุรกิจด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนปกรณ์ต้องเป็นฝ่ายชะงัก “และถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นสุนัขหางจุกกูดmนหวงก้างแถวนี้ ผมเกรงว่าโปรเจกต์ที่เรากำลังแย่งชิงกันอยู่ อาจจะจบลงเร็วกว่าที่คุณคิด”
บรรยากาศคุกกรุ่นจนแทบระเบิด ปกรณ์แค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยอมถอยหลังไปหนึ่งก้าว ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้รินรดาแวบหนึ่งแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้ความลังเล
เมื่อลับร่างของคู่ปรับ ธีร์ถึงได้ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา เขาก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้หน้าตาบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิด รินรดาสลัดตัวหลุดจากการเกาะกุมแล้วถอยหลังไปสามก้าวทันที ดวงตากลมโตตวัดมองด้วยความไม่พอใจ
“คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย! ใครเป็นคนของคุณเลิกพูดจาฉวยโอกาสแบบนี้สักทีนะ!” รินรดาแหวใส่ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายที่ถูกผสมปนเปไปกับความโกรธ
“ทำไม? กลัวคนอื่นเข้าใจผิดว่าเรามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน หรือว่า... กลัวใจตัวเองกันแน่ที่เผลอหวั่นไหวไปกับผม” ธีร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละก้าว นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้งดุดันและร้อนแรงในเวลาเดียวกัน
“คุณ... คุณมันหลงตัวเองเป็นบ้า!” รินรดาถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับผนังห้องรับรองอย่างไร้ทางหนี มือหนาของธีร์ยกขึ้นทาบกับผนังทั้งสองข้าง กักขังร่างโปร่งเอาไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขากับกำแพง
“ผมไม่ได้หลงตัวเอง แต่ผมพูดความจริง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “จำไม่ได้หรือไง... ว่าเมื่อกี้ใครกันแน่ที่ตัวสั่นตอนที่ผมกอด”
“ผมไม่ได้สั่นเพราะกลัวหรือ... หรืออะไรทั้งนั้น!” รินรดาเถียงเสียงสั่น หลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างเจาะลึก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน “ปล่อยผมออกไปนะ ประธานธีร์!”
“ไม่ปล่อย...” ธีร์ปฏิเสธเสียงพร่า สายตาเคลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดเก็บเอาไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งและเย็นชามาตลอด เริ่มปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้พื้นพิภพ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาใช้กำแพงความเจ้าระเบียบและอำนาจเงินตราเป็นเกราะกำบังหัวใจที่เว้าแหว่ง แต่ตั้งแต่มีเด็กปากกล้าคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต กำแพงเหล่านั้นก็เริ่มพังทลายลงทีละน้อย รอยยิ้ม ความดื้อรั้น และดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจคู่นั้น... มันกัดเซาะหัวใจด้านชาของเขาจนหมดสิ้น
“คุณมันเผด็จการ เอาแต่ใจที่สุด!” รินรดายังคงพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ยิ่งผลัก ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ กลิ่นอายความเป็นชายหนุ่มตรงหน้าก็ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเขากระเจิดกระเจิง
“ใช่... ผมมันเอาแต่ใจ” ธีร์พึมพำเสียงพร่า ก่อนที่มือหนาข้างหนึ่งจะเปลี่ยนจากการทาบผนัง เลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าหวานเอาไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิด นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนใสอย่างลืมตัว
รินรดาชะงักกึก ลืมคำด่าทอทั้งหมดที่จะเปล่งออกมา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่คืบ
“ป... ประธานธีร์ คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ...” เสียงที่เคยด่าทอกลับแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แรงขัดขืนที่มีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นร้อนของอีกฝ่ายลูบไล้อยู่ที่พวงแก้ม
“ริน...”
เสียงทุ้มที่เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นครั้งแรก ทำให้หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม มันไม่ใช่เสียงเย่อหยิ่ง ไม่ใช่คำสั่ง และไม่ใช่การประชดประชัน แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่หนักอึ้งและจริงจัง
“ผมเบื่อ... ที่จะต้องมานั่งเล่นเกมไล่จับกับคุณแล้วนะ” ธีร์กระซิบชิดริมฝีปาก ระยะห่างระหว่างลมหายใจแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกัน “และผมก็เบื่อที่จะต้องทำเป็นไม่สนใจ... เวลาที่เห็นผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้คุณ”
รินรดานิ่งงัง สมองขาวโพลนไปหมด คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มผู้หยิ่งทะนง ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งสติ หรือเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมา ธีร์ก็ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปมากกว่านั้น ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มทันทีอย่างไร้การCตือน!
สัมผัสแรกช่างนุ่มนวลและสั่นไหวราวกับความฝัน ธีร์ไม่ได้รุกล้ำด้วยความดิบเถื่อนอย่างที่เคยพาลใส่ แต่เป็นการสัมผัสที่ค่อยเป็นค่อยไป ราวกับต้องการทดสอบและยืนยันความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ รินรดาดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อ สมองตื้อตันจนคิดอะไรไม่ออก
กลิ่นอายความอบอุ่นผสานกับความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดาพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วที่ประคองกรอบหน้าไว้มั่นกลับบังคับให้เขาต้องรับสัมผัสอันลึกซึ้งนี้อย่างจำยอม... หรืออันที่จริง คือความเต็มใจที่ลึกเกินกว่าจะปฏิเสธ
เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างเริ่มอ่อนระทวย ธีร์จึงเปลี่ยนจากความนุ่มนวลเป็นความเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยความโหยหา ริมฝีปากอุ่นบด1เบียดซึมซับความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหอมหวานที่เขาเฝ้าปรารถนามาเนิ่นนาน รินรดาหลับตาลงช้าๆ ความรู้สึกต่อต้านที่มีทั้งหมดละลายหายไปกับจูบที่ร้อนรุ่ม มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ ยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวในยามที่เรียวขาแทบจะพับลงไปกองกับพื้น
นี่ไม่ใช่แค่เกม... และมันไม่ใช่แค่ความหลงใหลชั่วครู่ชั่วคราว เส้นกั้นบางๆ ที่เคยขีดเอาไว้ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง พังทลายลงในค่ำคืนนี้ พร้อมกับหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
สัมผัสที่ลึกซึ้งนี้กำลังจะเปลี่ยนสถานะของพวกเขาไปตลอดกาล...
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเคลิบเคลิ้มจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านนอก ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท!
“ประธานธีร์ครับ! เอกสารด่วนจาก... เฮ้ย!”
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและคอยจิกหมอนไปด้วยกันเสมอนะคะ!
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 19
ข้ามเส้นที่เคยกั้นไว้
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!