“ถ้าคุณยังไม่อยากให้ผมอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ ก็หุบปากแล้วไสหัวออกไปซะ!”
เสียงตะโกนก้องของธีรดนย์ดังสะท้อนไปทั่วห้องทำงานหรูบนชั้นดาดฟ้า ก่อนที่แฟ้มเอกสารราคาแพงจะถูกเหวี่ยงไปกระแทกบานประตูจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เลขาส่วนตัวของเขารีบถอยกรูออกไปแทบไม่ทัน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านราวกับน้ำแข็งที่เกาะตัวหนา
ธีร์หอบหายใจถี่ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังเก้าอี้ว่างเปล่าที่รินรดาเคยนั่งอยู่เมื่อวาน... หรืออาจจะเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาจำไม่ได้แล้ว เพราะตั้งแต่วินาทีที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาในเพนท์เฮาส์สุดหรู ร่องรอยของคนตัวเล็กก็หายไปราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา
เขาลุกขึ้นพรวดพราด เดินไปเปิดประตูห้องทำงานออกกว้าง กวาดสายตามองหาใครบางคนในโถงทางเดินที่เงียบสงัด ความกระวนกระวายที่เขาพยายามกดทับเอาไว้กำลังตีตื้นขึ้นมาจนน่ารำคาญใจ
“ริน... รินรดา!”
เขาเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงมา แต่มันกลับแฝงไปด้วยความสั่นเครือที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่อยากจะยอมรับ ธีร์ก้าวเท้าเร็วๆ มุ่งหน้าไปยังห้องครัว ก่อนจะชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นเพียงความว่างเปล่า กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟที่รินมักจะชงให้เขาทุกเช้าไม่มีอีกต่อไป เหลือเพียงแก้วเซรามิกเปล่าที่วางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์หินอ่อน ราวกับคำบอกลาที่เงียบเชียบที่สุด
*บ้าเอ๊ย... หายไปไหนของเขานะ*
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมากดเบอร์ที่คุ้นเคยเป็นครั้งที่สิบ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสัญญาณเรียกเข้าที่ดังซ้ำซากจนน่าหงุดหงิด ก่อนจะถูกตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียงในที่สุด
“ริน! อย่ามาเล่นตลกกับผมนะ คุณคิดว่าคุณเป็นใครถึงได้กล้าหายไปโดยไม่บอกผมสักคำ ถ้าคิดจะหนีละก็... ผมบอกไว้เลยนะว่าอย่าหวัง!”
เขาพึมพำกับความว่างเปล่า นิ้วมือเรียวยาวกำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ธีร์ไม่ใช่คนที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาง่ายๆ แต่ความรู้สึกโหวงเหวงในอกที่เหมือนกับมีใครมาควักเอาหัวใจส่วนหนึ่งออกไปมันทำให้เขาแทบบ้า
เขาเดินวนไปวนมาในห้องนั่งเล่น สายตาคมกริบกวาดหาของใช้ส่วนตัวของคนปากเก่งคนนั้น ทั้งกระเป๋าเป้ใบเก่า เสื้อคลุมสีซีด หรือแม้แต่หนังสือเล่มโปรดที่รินมักจะถือติดมือ แต่ทุกอย่าง... หายไปหมดแล้ว
รินรดาไม่ได้แค่ 'ไปทำงาน' หรือ 'แอบไปพักผ่อน' แต่รินรดา 'จากไป'
ภาพความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว... รอยยิ้มเยาะหยันที่อีกฝ่ายส่งมาให้ตอนที่เขาทำตัวงี่เง่าใส่ คำพูดที่ว่า *“คุณธีร์คะ โลกนี้มันไม่ได้หมุนรอบตัวคุณแค่คนเดียวหรอกนะ และที่สำคัญ... เงาของคุณน่ะ มันมืดมนเกินกว่าที่ใครจะอยากยืนเคียงข้างไปตลอดชีวิต”*
ในตอนนั้นเขามองว่ามันเป็นเพียงคำประชดประชันของคนปากกล้า แต่ในวินาทีนี้... คำพูดเหล่านั้นกลับกรีดลึกลงในใจของเขาราวกับมีดโกน
ธีร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาว ความมั่นใจที่เคยมีล้นเหลือพังทลายลงไม่เป็นท่า เขาหันไปมองบานประตูใหญ่ที่ปิดสนิท ลึกๆ ในใจเขาเริ่มตระหนักได้ว่า เขาอาจจะเสียคนคนนี้ไปจริงๆ แล้ว... เพียงเพราะความปากร้ายและทิฐิที่เขาสร้างขึ้นมาบดบังทุกอย่าง
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้ง ก่อนจะถูกเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งของบอดี้การ์ดคนสนิทเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับหลบวูบ
“คุณธีร์ครับ... ผมไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดมาแล้วครับ”
ธีร์เงยหน้าขึ้นทันที แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เหลือเพียงความคาดหวังที่พังพินาศ “บอกมา... ว่าเขาไปทางไหน”
“คุณรินไม่ได้ออกจากทางประตูหลักครับ แต่ดูเหมือนจะ...” บอดี้การ์ดคนนั้นเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “ดูเหมือนว่าเธอจะออกไปทางเส้นทางรถส่งของตั้งแต่นายยังไม่ตื่น และมีรถคันหนึ่งมารับออกไป... เป็นรถของคนที่นายสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้เขตบ้านหลังนี้โดยเด็ดขาด”
ธีร์ผุดลุกขึ้นยืนในทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนเสียดาย “ใคร! ใครมันบังอาจพาตัวเขาไป!”
บอดี้การ์ดก้มหน้าลงต่ำ “คุณตะวันครับ... เขาเพิ่งกลับจากต่างประเทศเมื่อเช้า”
ราวกับฟ้าผ่าลงกลางอก ชื่อของคู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฉกฉวยทุกอย่างไปจากเขาทำให้ธีร์รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ ความกระวนกระวายเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความแค้นที่ร้อนรนจนแทบคลั่ง เขาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะก้าวฉับๆ ออกไปที่ประตู แต่ก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสกับลูกบิดประตูนั้น... บานประตูก็ถูกเปิดออกเสียก่อน
เงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู คนที่เขาตามหามาตลอดทั้งเช้าบัดนี้กลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าในมือของรินรดากลับถือกระเป๋าเดินทางใบย่อม... และข้างๆ เขามีตะวันยืนยิ้มเยาะอยู่
“ผมบอกแล้วไงครับริน ว่าถ้ามาที่นี่... คุณต้องเจอผลลัพธ์แบบนี้” ตะวันเอ่ยเสียงเรียบพลางมองธีร์ด้วยสายตาดูแคลน
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาธีร์ สายตาที่เขาเคยเห็นว่าดื้อรั้น บัดนี้กลับว่างเปล่าจนเขารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก “คุณธีร์คะ... ฉันกลับมาเพื่อบอกว่า ของทุกอย่างที่คุณเคยให้ ฉันจะส่งคืนผ่านเลขาส่วนตัวของคุณภายในเย็นนี้”
“เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น!” ธีร์คำราม พุ่งเข้าไปคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น “เธอคิดจะไปกับมันงั้นเหรอ? หลังผ่านเรื่องทั้งหมดมาเนี่ยนะ?”
รินรดาไม่ได้สะดุ้ง ไม่ได้ขัดขืน เพียงแต่เหลือบมองมือของเขาที่จับแขนเธอไว้ด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดที่เขาเคยได้รับ “ในเมื่อคุณคิดว่าความสัมพันธ์ของเราคือ ‘ดีล’ งั้นดีลนี้ก็ถือเป็นอันสิ้นสุดค่ะ เพราะตอนนี้... ฉันได้ ‘เงา’ ใหม่ที่อบอุ่นกว่าคุณมากพอแล้ว”
คำว่า 'เงาใหม่' เหมือนกระสุนนัดสุดท้ายที่เจาะทะลุกลางใจธีร์ เขามองเห็นรินรดาค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างช้าๆ ก่อนจะหันหลังเดินเคียงคู่ไปกับศัตรูคู่อาฆาตของเขา
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วโถงทางเดิน ธีร์ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิมราวกับรูปปั้นที่แตกสลาย สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่ห้องที่ว่างเปล่า... แต่มันคือชีวิตที่ไร้เงาของใครบางคนที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าสำคัญกับลมหายใจมากแค่ไหน
ทันใดนั้นเอง... ตะวันที่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดชะงัก แล้วหันกลับมาส่งยิ้มที่มุมปาก “อ้อ... เกือบลืมไป ธีร์... รินเขาไม่ได้แค่จะไปกับผมหรอกนะ แต่เขายังมีบางอย่างที่สำคัญกว่านั้นจะมอบให้คุณ... ก่อนที่จะจากไปตลอดกาล”
ตะวันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวสะอาดออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะข้างประตู
“จดหมายลาออก... และ 'สิ่งนั้น' ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณพังพินาศในวันพรุ่งนี้”
รินรดาหันกลับมามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของธีร์ดับวูบลง “เพราะโลกที่ไร้เงาของฉัน... ก็ไม่จำเป็นต้องมีคุณอยู่ในนั้นอีกต่อไปค่ะ”
ก้าวต่อไปของรินรดาคืออิสรภาพ แต่สำหรับธีร์... มันคือจุดจบที่เขาไม่พร้อมจะยอมรับ!
กราบขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่หัวใจบีบคั้นขนาดนี้กับ "เหมยฮวาแรกแย้ม" นะคะ!
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 25
โลกที่ไร้เงาใครบางคน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!