ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 24

รินเลือกถอยออกมา

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
เสียงประตูกระจกนิรภัยปิดกระแทกไล่หลังดังสนั่น สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างของแผนกเลขาฯ ดึงให้พนักงานหลายคนต้องเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ด้วยความตกใจ รินรดายืนหอบหายใจสะท้าน ตัวสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำใสๆ ไม่ให้ไหลร่วงลงมาประจานความอ่อนแอ ภาพใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดปนความกังวลของธีรดนย์ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงคำนึง คำพูดตัดพ้อและบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกในห้องทำงานท่านประธานเมื่อครู่ ราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย "ดีลธุรกิจ" บนความไม่เต็มใจ บัดนี้มันเดินทางมาถึงทางตันที่เธอกลายเป็นตัวถ่วงความเจริญของเขาเสียแล้ว *“ถ้าการที่ฉันอยู่ตรงนี้มันทำให้คุณต้องกลายเป็นเป้าโจมตีของบอร์ดบริหาร... งั้นฉันก็ควรจะเดินออกไปเองตั้งแต่แรก”* หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ แววตาที่เคยฉายแววดื้อรั้นและท้าทายมาตลอด บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความเจ็บปวด รินรดารู้ดีว่าข่าวลือเรื่องความสนิทสนมระหว่างเธอกับประธานหนุ่มกำลังแพร่สะพัดไปทั่วบริษัทราวกับไฟลามทุ่ง บรรดาญาติผู้ใหญ่ในตระกูลใหญ่โตของธีร์ต่างมองเธอเป็นแค่ "เครื่องมือราคาถูก" ที่เข้ามาสร้างความเสื่อมเสีย และที่สำคัญที่สุด... เธอไม่อาจทนเห็นผู้ชายปากร้ายแต่ใจบางคนนั้นต้องยืนเดี่ยวท่ามกลางพายุหมุนเพื่อปกป้องเธอได้อีกต่อไปแล้ว ก้าวเรียวเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไร้ซึ่งวิญญาณ ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น บ้างก็สมน้ำหน้า บ้างก็เวทนา แต่รินรดาไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทาเหล่านั้นแม้แต่น้อย เธอดึงลิ้นชักโต๊ะทำงานออก หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ออกมา ก่อนจะบรรจงเขียนจดหมายลาออกด้วยลายมือบรรจงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่สติอันน้อยนิดจะอำนวย *“เรียน ประธานบริษัทที่เคารพ... ข้าพเจ้ารินรดา ขอลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการส่วนตัว โดยมีผลทันทีในวันนี้”* ข้อความสั้นๆ ห้วนๆ แต่เด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่คำบอกลาอาลัยอาวรณ์ เพราะเธอกลัวว่าหากเขียนมากกว่านี้ ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นมาจะพังทลายลงต่อหน้ากระดาษแผ่นนี้ทันที เธอวางจดหมายฉบับนั้นไว้กึ่งกลางโต๊ะทำงาน พร้อมด้วยบัตรพนักงานและคีย์การ์ดที่ถูกปลดออกอย่างเป็นทางการ "ริน... เธอจะทำอะไรน่ะ?" เสียงกระซิบด้วยความตกใจของเพื่อนร่วมงานคนสนิทดังขึ้น พร้อมกับมือที่เอื้อมมาจับแขนเธอไว้ "ยื่นใบลาออกตอนนี้เนี่ยนะ บ้าหรือเปล่า! ท่านประธานรู้เข้ามีหวังพลิกตึกตามหาตัวเธอกันพอดี!" "ฉันไม่ได้บ้านะ..." รินรดาหันกลับไปส่งยิ้มบางๆ ที่แลดูขมขื่นที่สุดให้เพื่อนร่วมงาน "ฝากบอกเขาด้วยนะ... ว่าฉันขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา และ... ขอโทษที่ทำตามสัญญาจนจบเกมไม่ได้" พูดจบ เธอก็ก้มศีรษะอำลาเล็กน้อย คว้ากระเป๋าผ้าใบโปรดสะพายไหล่ แล้วก้าวเดินออกจากแผนกไปอย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเบื้องหลังอีกเลย ในขณะเดียวกัน ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่โอ่อ่า ธีรดนย์กำลังนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนานวดคลึงขมับตัวเองอย่างแรงเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอกจนเขาอยากจะอาละวาดทำลายข้าวของให้สิ้นเรื่อง เขายอมรับว่าเมื่อครู่นี้เขาใจร้อนเกินไป น้ำเสียงที่กระแทกกระทั้นใส่หญิงสาวไม่ได้มาจากความเกลียดชัง แต่มันมาจากความกลัว... กลัวว่าเธอจะได้รับอันตรายจากเกมการเมืองในบริษัทที่เขากำลังเผชิญอยู่ต่างหาก "รินรดา... รั้นไม่เข้าเรื่องจริงๆ ให้ตายสิ!" ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะตัดสินใจผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนากระชากประตูห้องทำงานเปิดออกเพื่อตามไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง ปากบอกว่าเกลียดนักคนดื้อรั้น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นกระหน่ำทุกครั้งที่นึกถึงดวงตากลมโตคู่นั้นที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ทว่า... ทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตูห้องทำงาน สายตาดุดั่งพญาเหยี่ยวของประธานหนุ่มก็ต้องกวาดมองไปที่โต๊ะทำงานเป้าหมาย ซึ่งบัดนี้มันว่างเปล่า ไร้เงาร่างโปร่งบางที่เคยนั่งสะสางเอกสารอยู่ที่นั่น มีเพียงซองจดหมายสีน้ำตาลวางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับบัตรพนักงานที่สะท้อนแสงไฟนีออนวาววับ ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงักกะทันหัน ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูยักษ์ ลมหายใจของธีรดนย์สะดุดกึก ความรู้สึกหนาววาบแล่นพล่านไปตามสันหลังตั้งแต่หัวจรดเท้า สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนภัยเสียงดังลั่นในหัวใจว่าเขากำลังจะสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ร่างสูงพุ่งตัวเข้าไปที่โต๊ะทำงานนั้นด้วยความเร็วสูง มือหนาคว้าซองจดหมายขึ้นมาเปิดอ่านด้วยอาการมือสั่นเทาที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ข้อความสั้นๆ ในกระดาษแผ่นนั้นบาดลึกเข้ามาในขั้วหัวใจ ยิ่งกว่าคำดูถูกเหยียดหยามใดๆ ในโลกใบนี้ *ลาออก...* เธอกล้าดียังไงถึงกล้าทิ้งเขาไปแบบนี้! กล้าดียังไงถึงตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวโดยไม่ฟังคำอธิบายจากเขาเลยสักนิด! "รินรดา!" เสียงคำรามต่ำในลำคอด้วยความเกรี้ยวกราดและร้อนรนดังขึ้นจนพนักงานรอบข้างสะดุ้งโหยง ธีรดนย์กำจดหมายในมือยับยู่ยี่ นัยน์ตาคมกريบแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะผสมความหวาดกลัว เขารีบควักโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดโทรออกเบอร์คุ้นเคยซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมีเพียงเสียงสัญญาณรอสายที่ยาวนาน... และไร้ซึ่งการตอบรับใดๆ จากปลายสาย "รับสายสิโว้ย! บอกให้รับสายไง!" ชายหนุ่มสบถลั่นอย่างคนควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ ขายาวก้าววิ่งลงลิฟต์ส่วนตัวด้วยความเร็วแสงเพื่อตามล่าตัวคนตัวแสบที่กล้าดีนักมาหักหาญน้ำใจประธานบริษัทอย่างเขา ในขณะที่รินรดากำลังก้าวเท้าพ้นประตูทางเข้าออกของบริษัทใหญ่ เธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเผชิญหน้ากับร่างสูงสง่าของใครบางคนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจเธอไม่แพ้กัน ร่างนั้นยืนขวางทางออกไว้อย่างจงใจ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากและแววตาท้าทายที่ส่งตรงมาถึงเธอ "จะรีบไปไหนล่ะครับ คุณเลขาฯ คนเก่ง... เพิ่งโดนท่านประธานไล่ออกมาหมาดๆ ไม่ใช่เหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักอย่างเย้ยหยัน พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด รินรดากัดริมฝีปากแน่น ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจเมื่อตระหนักว่าบุคคลตรงหน้าคือใคร... ศัตรูตัวฉกาจของธีร์ที่กำลังจ้องจะเล่นงานเธอเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางธุรกิจ! ทันทีที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งกระชั้นชิดเข้ามาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยโทสะของใครบางคน "หยุดรังเกียจคนของฉัน... ถ้าไม่อยากตายคาทีตรงนี้!" กราบขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เหมยฮวาแรกแย้ม" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%