ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 11

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพเงาของชายหนุ่มที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น "คุณรินรดา... ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าเอกสารชุดนี้ต้องสรุปตัวเลขกำไรสุทธิ ไม่ใช่ยอดขายรวมทั้งก้อน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างโปร่งระหงก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว โดยไม่ต้องมีคำทักทายหรือพิธีรีตองใดๆ ทั้งสิ้น ธีรดนย์เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความเหนื่อยล้า แต่กลับมีความพะว้าพะวงบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ ที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับกับตัวเอง รินรดาชะงักเท้าเล็กน้อย ใบหน้าหวานเชิดขึ้นทันทีด้วยความหมั่นไส้ ดวงตากลมโตตวัดมองประธานหนุ่มจอมเผด็จการอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง' จนกระดาษข้างในแทบกระเด็น "นี่ค่ะท่านประธานผู้ตรวจตราความเรียบร้อยยิ่งกว่ากล้องวงจรปิด อ่านภาษาไทยไม่แตกฉานหรือไงคะ หน้าสามบรรทัดรองสุดท้าย ฉันเขียนสรุปกำไรสุทธิไว้ตัวเบ้อเริ่ม หรือว่าสายตาอันกว้างไกลของท่านประธานจะมองเห็นแต่ตัวเลขยอดขายที่ฉันตั้งใจทำพลาดเพื่อจะได้โดนคุณด่าคะ?" วาจาเผ็ดร้อนพ่นออกมาเป็นชุดตามสไตล์คนปากเก่งที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร รินรดากอดอกแน่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยเจอใครที่จู้จี้จุกจิกเรื่องงานเท่าผู้ชายคนนี้เลยสักคน แถมพักหลังมานี้ สายตาที่อีกฝ่ายใช้มองเขามันชักจะแปลกๆ ชอบกล จนเขาต้องสร้างเกราะกำบังความใจเต้นด้วยคำพูดเชือดเฉือนทุกครั้งที่มีโอกาส ธีรดนย์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเลื่อนจากใบหน้าหวานที่กำลังง้ำงอด้วยความโกรธ ลงมามองแฟ้มเอกสารตรงหน้า มือหนาเปิดผ่านไปที่หน้าสามตามที่อีก่อยว่าจริงๆ นัยน์ตาคมกะพริบปริบเมื่อพบว่าตนเองต่างหากที่เป็นฝ่ายผิดพลาดและใช้อารมณ์เข้าใส่ก่อน ชายหนุ่มเม้มปากเป็นเส้นตรง ความรู้สึกกระดากอายตีตื้นขึ้นมาผสมโรงกับความหงุดหงิด ปกติแล้วธีรดนย์ไม่เคยต้องมานั่งอธิบายหรือรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง เขาเป็นเจ้านาย เป็นผู้กุมอำนาจ และเป็นคนที่ต้องเหนือกว่าเสมอ แต่ทำไม... กับคนปากจัดตรงหน้านี้ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ที่กำลังโดนคุณครูฝ่ายปกครองดุเสียได้ "เอ่อ... ผม..." ธีรดนย์กระแอมไอเบาๆ เพื่อปรับเสียงให้กลับมาขรึมและทรงอำนาจเหมือนเดิม "ผมแค่... ตรวจงานเร็วเกินไปหน่อย คุณเองก็เถอะ ทำไมต้องทำหน้าถมึงทึงใส่ผมตลอดเวลาด้วยเล่า เป็นลูกน้องประสาอะไร ถึงได้เถียงเจ้านายฉอดๆ ทุกวัน" "อ้าว! นี่ท่านประธานกำลังโทษฉันเหรอคะ?" รินรดายกมือขึ้นท้าวสะเอว ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้นจนระยะห่างลดลงถนัดตา "ถ้าคุณไม่หาเรื่องตักเตือนฉันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง มีหรือที่ฉันจะต้องเปลืองน้ำลายเถียงคุณคะ เวลาทำงานฉันก็ทำเต็มที่ เอกสารทุกชิ้นผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี หรือว่า... จริงๆ แล้วคุณแค่หาข้ออ้างมาเจอหน้าฉันกันแน่คะ?" ประโยคหลังหลุดออกจากปากด้วยความตั้งใจจะหยอกเย้าและกวนประสาทให้อีกฝ่ายปรีแตกเล่น แต่ทว่า... มันกลับทำเอาบรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันอย่างกะทันหัน ธีรดนย์ชะงักค้าง ดวงตาคมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอจู่ๆ ก็กระตุกวูบอย่างแรงราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูขาวสะอาดโดยอัตโนมัติ คำพูดเมื่อครู่ของรินรดามันไม่ใช่เรื่องจริง... หรืออย่างน้อยเขาก็พยายามหลอกตัวเองมาตลอดว่ามันไม่ใช่ความจริง แต่ทำไม... พอนึกทบทวนดูดีๆ แล้ว ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เขากลับคอยมองหาแต่เงาร่างโปร่งระหงนี้ทุกครั้งที่เดินผ่านแผนก ประชุมทีไรก็ต้องคอยหาจังหวะสบตาเพื่อดูว่าอีกฝ่ายกำลังทำหน้ายุ่งใส่เขาอยู่หรือเปล่า ยิ่งเวลาที่รินรดาเดินมาส่งเอกสารแล้วเถียงปากคอเราะรายใส่ เขากลับไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเลยสักนิด มีแต่ความรู้สึก... เอ็นดู และอยากจะแกล้งต่อให้โมโหเล่นนานๆ เท่านั้น บ้าจริง... นี่เขาเป็นอะไรไปแล้ว? ธีรดนย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองส่วนเหตุผลพยายามร้องเตือนสติว่าคนตรงหน้าเป็นเพียงลูกน้องในความดูแล เป็นคู่สัญญาทางธุรกิจที่ต้องรักษาระยะห่าง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับปฏิเสธคำสั่งเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง ภาพรอยยิ้มรั้นๆ และแววตาดื้อดึงของรินรดากลับผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพสไลด์ซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกที่พยายามกดทับเอาไว้ภายใต้มาดขรึมและท่าทีเย่อหยิ่งมาโดยตลอด บัดนี้มันเริ่มสั่นคลอนและพังทลายลงทีละน้อย ความห่วงใยที่เกินเลยกว่าขอบเขตของเจ้านายกับลูกน้อง ความกระวนกระวายใจเวลาที่เห็นอีกคนป่วยไข้ หรือแม้แต่ความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลตอนที่เห็นเพื่อนร่วมงานแผนกอื่นเดินมาพูดคุยด้วย... ทั้งหมดนั้น มันไม่ใช่หน้าที่เลยสักนิด มันคือความรู้สึกของคนที่กำลัง 'ตกหลุมรัก' ต่างหาก รินรดาที่ยืนรอฟังคำแก้ตัวหรือคำด่าทอสวนกลับ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าประธานหนุ่มจอมซึนเอาแต่นิ่งเงียบ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อแปลกๆ ดวงตาคู่คมที่มักจะมองมาด้วยความดุดัน บัดนี้กลับไหวระริกและเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก "นี่... เป็นใบ้ไปแล้วเหรอคะ หรือว่าโดนฉันจี้ใจดำเข้าให้ ถึงได้เงียบเป็นเป่าสากแบบนี้" รินรดาลดมือลง เอียงคอมองด้วยความสงสัย พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิดเพื่อสำรวจอาการของคนตรงหน้าให้ชัดเจนขึ้น ธีรดนย์สะดุ้งสุดตัวเมื่อใบหน้าหวานเลื่อนเข้ามาใกล้ในระยะประชิด กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ ลอยมาแตะจมูกปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัว ดวงตาคมประสานเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยที่มองมาอย่างไร้เดียงสา หัวใจของประธานหนุ่มเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ระหว่างคำเตือนของสมองที่บอกให้ถอยหลัง กับเสียงกระซิบของหัวใจที่อยากจะเอื้อมมือไปคว้าเอวบางนั้นเข้ามาดึงเข้าหาตัวแรงๆ มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ธีรดนย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันก่อนจะตัดสินใจขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เพื่อทำลายระยะห่างที่อันตรายต่อหัวใจดวงนี้ "ผมไม่ได้เป็นใบ้..." เสียงทุ้มแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ธีรดนย์ก้าวเท้าอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าร่างโปร่ง ร่างสูงใหญ่บังแสงไฟจากโคมไฟเพดานจนเกิดเงาทอดทับร่างของรินรดาไว้มิดชิด "และผมก็ไม่ได้หาข้ออ้างด้วย..." รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนจากความตึงเครียดกลายเป็นความร้อนรุ่มที่ชวนให้ใจสั่นระทึก ดวงตาหวานช้อนมองขึ้นสบตาคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ใกล้แค่คืบ สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชายหนุ่ม "ทะ... ธีร์ คุณจะทำอะไร ถอยไปเลยนะ" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่ กลับสั่นพร่าและขาดห้วงลงอย่างน่าอาย ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ รินรดาขยับถอยหลังตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางเอกสารด้านหลังเข้าอย่างจัง จนหนีไปไหนไม่ได้อีก ธีรดนย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบจะไม่มีช่องว่าง มือข้างหนึ่งวางทาบลงบนชั้นวางเอกสารเพื่อกักขังร่างบางไว้ในอาณาเขตของตนเอง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่าง "ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้แค่อยากหาเรื่องเถียงกับคุณล่ะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู ไอร้อนจากลมหายใจเป่ารดต้นคอจนรินรด ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "แล้วถ้าผมบอกว่า... ทุกวินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในห้องนี้ ความรู้สึกของผมมันไม่ได้มีแค่เรื่องงานเลยสักนิด..." รินรดารู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก คำพูดกำกวมและแววตาดุคลั่งรักที่ส่งตรงมานั้น มันทำเอาเขาสติหลุดลอยไปไกลลิบ ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด หัวใจของคนทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้เสียงดนตรี ธีรดนย์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอค้างด้วยความตกใจ ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น... แกร๊ก! เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างของเลขาคนสนิทที่พรวดพราดเข้ามาพร้อมแฟ้มกองโตในมือ โดยไม่ได้ดูตาม้าตาเรือเลยสักนิด "ท่านประธานคะ! เรื่องประชุมด่วนกับลูกค้ารายใหญ่ตอนบ่ายโมงนี้— อุ๊ย! ขอโทษค่ะ!" ขอขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาลุ้นระทึกและจิกหมอนไปกับก้าวแรกของความโบ้ที่กำลังจะเริ่มคลั่งรักของท่านประธานกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%