"ถ้าคุณยังเดินเข้ามาใกล้กว่านี้อีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณฉวยโอกาสในยามวิกาลนะคะ ท่านประธาน"
รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน แผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับบานประตูกระจกใสของระเบียงห้องสูทวีไอพี เบื้องล่างคือทัศนียภาพระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก กลับไม่ใช่แสงไฟนับล้านดวงเหล่านั้น... หากแต่เป็นร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนค้ำยันแขนกักขังเขาไว้ตรงนี้ต่างหาก
ธีรดนย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเลื้อยระบายอยู่บนริมฝีปากหยักลึก แววตาคมกริบที่เคยนิ่งสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพง ตอนนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ทำเอาคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง
"ฉวยโอกาสเหรอครับ... หืม?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำจงใจลากเสียงยาวอย่างยียวน ร่างสูงขยับเข้ามาประชิดอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นอายแอลกอฮอล์จางๆ ผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความอันตรายที่เย้ายวนใจเกินต้านทาน
"แล้วใครบอกให้คุณเดินตามผมออกมาที่ระเบียงเงียบๆ นี่ล่ะครับ คุณรินรดา... หรือว่าที่จริงแล้ว คุณเองก็กำลังรอจังหวะนี้อยู่เหมือนกัน"
"คนหลงตัวเอง!" รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนเขิน เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาร้อนแรงที่ราวกับจะแผดเผาให้เขากลายเป็นจุล "ฉันแค่จะออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากโดนพวกผู้ใหญ่ในงานรุมถามเรื่องโปรเจกต์จนปวดหัวต่างหากล่ะคะ ใครจะไปคาดคิดว่าท่านประธานผู้แสนเคร่งขรึม จะมีงานอดิเรกคการตามตื๊อและพูดจาหาเรื่องชาวบ้านในมุมมืดแบบนี้"
"ผมไม่ได้หาเรื่อง... ผมแค่มาทวงสิทธิ์"
คำพูดนั้นทำให้รินรดากลับมาจ้องหน้าอีกฝ่ายทันที ดวงตากลมโตฉายแววฉงน "สิทธิ์อะไรของคุณคะ? เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องนะ"
ธีรดนย์ไม่ตอบในทันที นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปปัดปอยผมที่ปลิวมาปรกลงบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะผ่านผิวเนื้อทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงเพลงแผ่วเบาที่เล็ดลอดมาจากงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของบริษัทด้านใน
"เจ้านายกับลูกน้องที่ไหน... เขาจ้องตาหวานเยิ้มใส่กันแบบนี้บ้างล่ะครับ"
เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนต้นคอ
งานเลี้ยงฉลองครบรอบห้าปีของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ในค่ำคืนนี้ ควรจะเป็นแค่งานสังสรรค์ธรรมดาๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงาน ทว่าแอลกอฮอล์ดีกรีแรงและบรรยากาศกึ่งทางการ กลับค่อยๆ หลอมละลายเส้นแบ่งเขตสถานะระหว่างเขากับเจ้านายหนุ่มจอมเผด็จการให้เลือนรางลงอย่างน่าใจหาย
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ในห้องจัดเลี้ยงสุดหรู
รินรดายืนรับลมอยู่มุมห้องพร้อมแก้วแชมเปญในมือ ชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อนขับให้ผิวเนียนผ่องดูโดดเด่นจนสะดุดตาใครหลายคน รวมถึงสายตาคมกริบของประธานหนุ่มที่คอยมองมาจากโต๊ะประธานไม่วางตา จนกระทั่งมีนักลงทุนหนุ่มใหญ่กระเป๋าหนักเดินเข้าไปประชิดตัวพร้อมส่งยิ้มหวานหยด
'น้องรินสนใจมาร่วมงานกับโปรเจกต์ส่วนตัวของพี่ไหมครับ รับรองว่าผลตอบแทนคุ้มค่ากว่านั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ที่นี่แน่ๆ'
มือหนาทำทีเป็นโอบไหล่บางอย่างถือวิสาสะ ทว่ายังไม่ทันที่รินรดาจะทันได้ปัดป้อง ร่างสูงของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี
'ขอโทษด้วยนะครับ พอดีคุณรินรดาเป็นคนสำคัญของโปรเจกต์เดתเรา และที่สำคัญ... เขามีสัญญาผูกพันกับทางบริษัทเราแบบเอ็กซ์คลูซีฟ'
ธีรดนย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาคมกริบที่ส่งไปให้นักลงทุนหนุ่มนั้นเย็นเยียบจนอีกฝ่ายต้องรีบยกมือขอโทษแล้วเดินเลี่ยงหนีไปทันที และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ธีรดนย์ลากแขนเขาออกมาสงบสติอารมณ์ที่ระเบียงห้องสูทส่วนตัวนี่เอง
ปัจจุบัน...
"คุณมันเผด็จการ... อื้อ!"
คำต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหยักกดทาบทับลงมาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า เป็นการจุมพิตที่ไม่ได้รุกเร้าด้วยความรุนแรง หากแต่หนักแน่นและดึงดูดใจจนรินรดาแทบจะยืนไม่อยู่
มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้ร่างบางทรุดฮวบลงไปกับพื้น ส่วนรินรดาที่สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ทำได้เพียงกำปกเสื้อสูทของอีกฝ่ายไว้แน่นเพื่อระบายความสั่นเทา รสสัมผัสหวานล้ำและไอร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มกำลังหลอมละลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือน
เนิ่นนานกว่าธีรดนย์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความพึงพอใจ
"ทีนี้... ยังจะกล้าบอกอีกไหมครับ ว่าเราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง"
รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น เม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนเสียฟอร์ม แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปเช่นนี้ ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือนี้อาจข้ามเส้นที่ไม่มีวันหวนกลับ
"คุณธีร์... เรา..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกจากด้านในห้องสูทดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงหวานใสของเลขาฯ สาวหน้าห้องที่ตะโกนเรียกเข้ามาด้วยความร้อนรน
"ท่านประธานคะ! คุณแม่ของคุณธีร์มารออยู่ที่ห้องรับรองชั้นล่างแล้วค่ะ ท่านบอกว่ามีเรื่องด่วนสำคัญที่สุดต้องคุยกับคุณตอนนี้เลยค่ะ!"
รินรดาเบิกตากว้าง สติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่างทันที เขาออกแรงผลักอกแกร่งให้ออกห่างอย่างแรงในขณะที่ธีรดนย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ
ทว่าก่อนที่รินรดาจะทันได้ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ประตูระเบียงอีกด้านหนึ่งที่เชื่อมต่อกับห้องพักแขกข้างเคียงก็ถูกเปิดออกผาง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสยาวหรูหรา ใบหน้างดงามคมเข้มที่ถอดแบบมาจากธีรดนย์กวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"อ้าว... ลูกชายแม่ ดูเหมือนแม่จะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานเข้าสินะ... แล้วนี่... เด็กฝึกงานคนนี้อีกแล้วงั้นเหรอ ธีรดนย์!"
ขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 8
ค่ำคืนที่ใจสั่น
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!