“ข้อสามคืออะไรนะคะ... หรือว่าสมองของคุณประธานคนเก่งจะช็อตไปดื้อๆ หลังจากพ่นเรื่องไร้สาระออกมาได้สองข้อ?”
เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความท้าทายดังขึ้นทันทีที่รินรดาตั้งสติได้จากประกาศิตสุดบ้าระห่ำเมื่อคืน ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสไตล์ working woman ทว่าแววตากลับดื้อรั้นเกินกว่าจะเป็นแค่เลขานุการทั่วไป ก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องพักผ่อนส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรู โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย
กวินหรือธีรดนย์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ตในมือ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตางอนหนาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะความเงียบ เขากำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์ผู้ชายปากร้ายที่เก่งนักเรื่องการกดคนอื่นให้จมดิน แต่ทว่า...
“ดิฉันบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าถ้าข้อสามของคุณมันเลยเถิดไปถึงเรื่องบนเตียงหรือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาคุกคามทางเพศจากรินรดาคนนี้ได้เลยค่ะ!” รินรดาชิงตัดบทด้วยการยื่นนิ้วชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ สีหน้าและแววตาไม่มีความเกรงกลัวต่อบารมีของท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเลยแม้แต่น้อย
ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ “หึ... คิดว่าตัวเองมีค่าพอให้ฉันลดตัวไปแตะต้องเหรอคะ คุณรินรดา? หน้าตาอย่างเธอน่ะ ต่อให้ยืนแก้ผ้าอยู่ตรงหน้า ฉันยังนึกว่ากำลังมองไม้กระดานติดสปริงเลยมากกว่า”
เพล้ง! (ไม่ใช่เสียงแก้วแตก แต่เป็นเสียงเส้นความอดทนของรินรดาที่ขาดผึ่งลงอย่างสวยงาม)
“ปากแบบนี้นี่เองสินะคะ ถึงได้ไม่มีใครเอา... อ้อ ไม่สิ! มีค่ะ แต่คงทนความประสาทกินของคุณไม่ได้ ถึงได้หนีหายหัวไปหมด!” รินรดาตอกกลับเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะปีนข้ามไปกระชากคอเสื้อคนปากเสียให้รู้แล้วรู้รอด “ข้อสามของคุณน่ะ เก็บใส่กระเป๋าแล้วกลืนลงคอไปซะนะคะ เพราะต่อให้แผ่นดินจะแยกหรือโลกจะแตก ฉันก็ไม่มีวันไปเหยียบห้องนอนของคุณเด็ดขาด!”
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันลดฮวบลงจนติดลบ ธีรดนย์ค่อยๆ วางแท็บเล็ตในมือลงอย่างช้าๆ แรงกดดันรอบตัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสาวเท้าเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อตัวน้อยที่กำลังถูกราชสีห์เจ้าเล่ห์ต้อนให้จนมุม แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ เธอจึงเชิดหน้าขึ้นสู้โดยไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
“กล้าดีนี่คะ... ปากเก่งแบบนี้ หวังว่าตอนทำงานจริงจะทำได้สักครึ่งของที่เห่า เอ๊ย ที่พูดออกมาก็แล้วกัน” ธีรดนย์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มใส รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ทั้งที่สมองกำลังสั่งให้ถีบยอดอกคนตรงหน้าออกไปให้พ้นทาง
“นี่คุณถอยไปเลยนะคะ! ระยะห่างทางสังคมมีไว้ให้คนมีมารยาทเขาใช้กันค่ะ!” เธอผลักอกแกร่งเต็มแรง แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหินแกรนิต ซ้ำยังฉวยโอกาสรวบข้อมือบางทั้งสองข้างด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แล้วตรึงมันไว้แนบกับลำตัวของเธอ
“ปล่อยฉันนะ!”
“ยังไม่ได้บอกข้อสามเลย จะรีบดิ้นไปไหนล่ะคะ” เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบอยู่ชิดริมฝีปากอิ่ม รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องเม้มปากแน่น “ข้อสามก็คือ... เริ่มจากวันนี้ เธอต้องเป็นคนชงกาแฟให้ฉันด้วยตัวเองทุกเช้า สูตรลับเฉพาะที่ฉันชอบ... ห้ามขาด ห้ามสาย และห้ามบ่น ไม่งั้น... ฉันจะหักเงินเดือนเธอครึ่งหนึ่ง!”
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความเหลืออด “นี่คุณแกล้งฉันเหรอคะ! เรื่องแค่นี้ทำไมต้องเอามาเป็นเงื่อนไขในสัญญาบ้าๆ นี่ด้วย!”
“เพราะฉันเป็นเจ้านาย และเธอก็เป็นแค่ลูกจ้างที่มีหน้าที่ทำตามคำสั่ง... เข้าใจไหมคะ คุณเลขาฯ ตัวแสบ” ธีรดนย์ยักคิ้วกวนประสาท ยอมปล่อยข้อมือเธอให้เป็นอิสระ แต่ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าเขา เสียงเคาะประตูก็izz ดังขึ้นขัดจังหวะสงครามประสาทเสียก่อน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ท่านประธานคะ เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ใหม่พร้อมแล้วค่ะ... เอ๊ะ ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?”
ร่างชะมดชะม้อยของเลขาฯ คนเก่าหน้าห้องที่เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตกใจสุดขีดหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มสุดเนี๊ยบกำลังยืนประชิดตัวกับเลขานุการคนใหม่ในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว รินรดารีบกระโดดถอยหลังกรูดหน้าตาตื่นเพื่อจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
ธีรดนย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างขัดใจที่มารมารผจญโผล่มาถูกจังหวะเกินไป เขากลับมาตีสีหน้านิ่งเรียบราวกระดาษทรายเบอร์ละเอียด หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นชา “มีอะไรก็ว่ามาค่ะ อย่าเสียเวลา”
เลขาฯ สาวกลืนน้ำลายเอื้อมมือส่งแฟ้มเอกสารให้ แต่สายตายังคงแอบเหลือบมองรินรดาด้วยความอิจฉาและหมั่นไส้ระคนกัน รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติเตรียมจะเดินออกไปสะสางงานวันแรกตามบัญชาของพ่อคุณประธานจอมเผด็จการ แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าพ้นขอบประตู เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธีรดนย์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะอีกครั้ง
ธีรดนย์หยิบขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความมืดทะมึนเยียบเย็นจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขากลายเป็นสนามรบทันทีเมื่อกดรับสาย
“ค่ะ... แม่คะ?”
คำว่า "แม่" ที่หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มปากร้าย ทำให้รินรดาที่กำลังจะก้าวขาออกจากห้องถึงกับต้องชะงักกึก หันกลับไปมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังเกร็งตึงขึ้นทีละน้อยด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง
“ผมบอกแล้วไงคะว่าผมไม่ไป... ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ธุระอะไรของผม!” เสียงทุ้มตึงเครียดตวาดกร้าวใส่โทรศัพท์อย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ก่อนที่เขาจะตวัดสายตาคมกริบกลับมามองที่รินรดาโดยตรง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ราวกับเผลอตัดสินใจเรื่องบ้าบิ่นที่สุดในชีวิตลงไปแล้ว
“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณรินรดา...” ธีรดนย์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ทว่าหยุดฝีเท้าของเธอไว้ได้ชะงักงัน “เปลี่ยนใจละ... ข้อสามจริงๆ ของเธอ ไม่ใช่เรื่องกาแฟหรอกค่ะ”
รินรดารemสิ่วหน้า ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวง “แล้วมันเรื่องอะไรล่ะคะ?”
“เย็นนี้... เธอต้องปลอมตัวเป็นแฟนฉัน แล้วตามไปงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัทคู่แข่ง เพื่อหักหน้ายัยคุณหนูจอมปลอมคนนั้นให้ฉันซะ!”
————————————————————————
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมวงความแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ•ตอนที่ 3
ปากร้ายก็สู้กลับได้
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!