คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว!•ตอนที่ 31

ความเข้าใจผิดที่ถูกทำลายด้วยความใส่ใจ

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"ดูท่าว่า... มื้อค่ำอันสงบสุขของเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอส่วนบุญเสียแล้วล่ะค่ะ สามี..." น้ำเสียงของลู่ชิงเซียนราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความเย็นเยียบที่แฝงไว้ซึ่งความท้าทาย เธอยังคงยืนอยู่หน้าเตาไฟในครัวสะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมอวลของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวตุ๋นกับรากบัวและสมุนไพรจีนโชยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ตัดกับบรรยากาศภายนอกรั้วบ้านที่เริ่มถูกความมืดมิดของยามค่ำคืนในชนบทเข้าปกคลุม เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังปึงปังไม่ขาดสาย พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นหูจนน่ารำคาญตะโกนแผดเสียงโวยวายเข้ามา "ลู่ชิงเซียน! นังสะใภ้อกตัญญู! ผัวแกไม่อยู่บ้านไม่กี่เดือน ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้าปิดประตูใส่หน้าแม่สามีอย่างฉันแล้วหรือไง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นฉันจะแหกปากให้ชาวบ้านเขารู้กันหมดว่าแกมันสำส่อน พาผู้ชายเข้าบ้านตอนสามีไม่อยู่!" คำพูดสาดโคลนอันไร้ยางอายนั้นดังลั่นไปทั่วตรอกซอกซอย หานอี้เฉินที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านผ่านทางประตูหลัง ร่างสูงใหญ่ชะงักกึก กล้ามเนื้อทุกมัดบนแผ่นหลังกว้างเกร็งขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบทอประกายดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกล้ำ ก่อนหน้านี้... ยอมรับตามตรงว่าในใจของนายทหารหนุ่มอนาคตไกลผู้นี้เคยมีความระแวงสงสัยอยู่ลึกล้ำ จดหมายจากทางบ้านที่ถูกส่งไปถึงค่ายทหารมักจะเป่าหูเขาอยู่เสมอว่า ภรรยาที่แต่งเข้าบ้านมาด้วยการคลุมถุงชนนั้นเกียจคร้าน ใช้เงินมือเติบ และมักจะออกไปลับๆ ล่อๆ นอกหมู่บ้านยามวิกาล จนมีข่าวลือหนาหูว่าเธออาจจะแอบมีชายอื่นซุกซ่อนไว้ ยิ่งคิดถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของเธอในตอนนี้ ทั้งความเฉลียวฉลาด ความมั่งคั่งเล็กๆ ที่เธอสร้างขึ้นมาจากไหนก็ไม่รู้ และความเด็ดเดี่ยวที่ทำเอาคนตระกูลหานต้องพากันเงียบกริบ อี้เฉินจึงอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามในใจว่า... *ภายใต้รอยยิ้มและฝีมือการทำอาหารอันยอดเยี่ยมนี้ เธอซ่อนความลับอะไรไว้ หรือข่าวลือพวกนั้นจะมีมูลความจริง?* ทว่า ในวินาทีนี้... เมื่อได้ยินถ้อยคำหยาบคายที่แม่แท้ๆ ของตนเองใช้ประจานภรรยา ความสงสัยระแคะระคายทั้งหมดก็มลายหายวับไปราวกับกลุ่มควันยามต้องลม ความรู้สึกผิดบาปตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนแน่นหายใจแทบไม่ออก เขาปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ต้องเผชิญหน้ากับคำครหาและคนใจร้ายพวกนี้มาโดยตลอดเลยอย่างนั้นหรือ? ปัง! เสียงถีบประตูรั้วไม้ด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว แม่สามีตระกูลหานพยายามจะพังเข้ามาพร้อมกับสะใภ้รองที่ถือตะกร้าเปล่ามารอฉวยโอกาส ทว่า ยังไม่ทันที่คนด้านนอกจะได้อาละวาดไปมากกว่านั้น ประตูไม้หน้าบ้านหลักก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อคลุมทหารสีเขียวเข้มของหานอี้เฉินก้าวออกมาด้วยรغอันน่าเกรงขาม ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองมารดาและญาติพี่น้องด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาผู้สูงวัยถึงกับผงถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตกใจ "อี้... อี้เฉินลูกแม่!" แม่สามีหน้าซีดเผือด นางไม่คิดว่าบุตรชายผู้เป็นเสาหลักจะกลับมาเร็วกว่ากำหนด แถมยังมาเห็นภาพความน่าเกลียดน่าชังที่นางตั้งใจจะมาอาละวาดพอดี "แก... แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ส่งข่าวมา! ดูซิ สะใภ้ตัวดีของแกมันทำกับแม่..." "พอได้แล้วครับแม่!" น้ำเสียงทุบต่ำทรงพลังเอ่ยตัดบทขึ้นมาอย่างเฉียบขาด ไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป สายตาของอี้เฉินที่มองมารดานั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังระคนเย็นชา "ผมยืนฟังอยู่ตรงนี้นานพอสมควรแล้วครับ... สิ่งที่แม่พูดออกมาเมื่อครู่ มันไม่ใช่เรื่องจริงเลยแม้แต่น้อย" ลู่ชิงเซียนเดินตามออกมาจากห้องครัว เธอถอดผ้ากันเปื้อนออก เผยให้เห็นชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าเนียนนุ่มไม่ได้มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความผิดปกติใดๆ มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปาก ทว่าดวงตากลับสะท้อนแววตารู้ทัน ชวนให้คนที่พบเห็นรู้สึกละอายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก "คุณแม่มาก็ดีเหมือนกันค่ะ" ชิงเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นิ่งสนิท "ในเมื่อคุณสามีกลับมาแล้ว ดิฉันในฐานะภรรยาขออนุญาตชี้แจงต่อหน้าสามีให้มันกระจ่างกันไปเลยนะคะ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ดิฉันใช้เงินทองและหยาดเหงื่อแรงกายจากหยาดน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ไม่เคยไปเบียดบังทรัพย์สินของตระกูลหานแม้แต่เหมาเดียว ส่วนเรื่องชู้สาว... ถ้าคุณแม่ยังมีหลักฐานปากเปล่ามากล่าวหาดิฉันอย่างไร้มารยาทเช่นนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้า เราคงต้องไปตกลงกันต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและสถานีตำรวจเพื่อรักษาสิทธิ์ฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทแล้วล่ะค่ะ" คำว่า "สถานีตำรวจ" ทำให้แม่สามีหน้าถอดสีทันที นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก เมื่อหันไปสบตากับบุตรชายผู้เป็นดั่งดวงใจ ก็พบเพียงแววตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใย "กลับไปซะครับแม่" หานอี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ "บ้านหลังนี้... เป็นบ้านของผมกับชิงเซียน ถ้าแม่ยังมารังแกภรรยาของผมด้วยคำพูดสกปรกแบบนี้อีก ต่อไปนี้เบี้ยเลี้ยงทหารของผม จะไม่มีทางส่งมาถึงมือแม่แม้แต่สี่แดงเดียว" สิ้นคำพูดเด็ดขาดนั้น แม่สามีและสะใภ้รองก็หน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ไม่อกล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงกรמיםใดๆ ออกมาอีก ร่างชราถอยกรูดลนลานก่อนจะจูงมือกันวิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างน่าสมเพช ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านตระกูลหานอีกครั้ง ลู่ชิงเซียนหันหลังกลับเตรียมจะเดินเข้าครัวเพื่อจัดการมื้อค่ำต่อ ทว่าข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้เบาๆ ด้วยแรงสัมผัสที่ระมัดระวังราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลาย เธอชะงัก หันกลับไปมองสามี ภายใต้แสงตะเกียงน้ำมันสลัวที่สาดส่องจากระเบียงบ้าน หานอี้เฉินในยามนี้ไม่ได้มีมาดของนายทหารผู้เกรียงไกรหลงเหลืออยู่เลย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความสงสาร และความรักล้นปรี่ที่เอ่อล้นทะลักออกมาจนแทบปิดไม่มิด มือหนาอีกข้างค่อยๆ เอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากรอยคล้ำใต้ดวงตาและคราบแป้งทำอาหารบางเบาที่ติดอยู่บนแก้มของภรรยา สะท้อนให้เห็นว่าตลอดหลายเดือนที่เขาไม่อยู่ เธอต้องดิ้นรนและสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยความยากลำบากเพียงลำพังมากแค่ไหน "ชิงเซียน..." เสียงทุบพร่าเอמהเรียกชื่อเธอเบาหวิว ราวกับคนมีมลทินในใจ "ผม... ขอโทษนะ" ชิงเซียนกะพริบตาปริบๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาไหววูบของสามีหนุ่มทำให้กำแพงความระแวดระวังในใจของเธออ่อนยวบลงอย่างประหลาด "คุณขอโทษฉันเรื่องอะไรคะ?" เธอถามเสียงนุ่ม อี้เฉินดึงร่างบางเข้าไปสวมกอดไว้แนบอก อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบรัดเธอแน่นราวกับต้องการปกป้องเธอจากโลกทั้งใบ ใบคมคายฝังลงกับลาดไหล่เล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใกล้ซอกคอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ "ผมเคยระแวง... เคยแอบคิดโง่ๆ ตามคำคนอื่นว่าคุณอาจจะมีคนอื่นในตอนที่ผมไม่อยู่" อี้เฉินสารภาพออกมาตามตรงด้วยความสัตย์จริง ความรู้สึกละอายใจทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบ "แต่พอได้มาเห็นหยาดเหงื่อ เห็นร่องรอยการทำงานหนัก เห็นบ้านที่อบอุ่นและสะอาดสะอ้านที่คุณสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ... ผมก็รู้เลยว่าผมมันโง่เง่าแค่ไหน ผมรังเกียจตัวเองชะมัดที่ปล่อยให้ผู้หญิงตัวคนเดียวต้องมารับมือกับเรื่องแย่ๆ แบบนี้..." ปลายนิ้วเรียวของชิงเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกโดยไม่ทันตั้งตัว เธอไม่ได้โกรธเขาเลยสักนิด เพราะในยุคสมัยนี้ การที่สามีทหารไปประจำการไกลและทิ้งภรรยาไว้เบื้องหลัง ความระแวงย่อมเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา ทว่าสิ่งที่ทำให้อี้เฉินแตกต่างจากผู้ชายคนอื่น คือความกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดและความใส่ใจที่เขามีต่อเธออย่างแท้จริง มือเรียวยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างของสามีตอบสนองสัมผัส แผ่นอกอุ่นของเขาทำให้เธอกลบเกลื่อนความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เคยมีจนหมดสิ้น "รู้ตัวก็ดีแล้วค่ะ..." ชิงเซียนกระซิบแผ่วเบาข้างหูเขา น้ำเสียงเจือความหยอกเย้าเล็กน้อย "ถ้าคราวหน้าคุณยังกล้าสงสัยฉันอีก ฉันจะไม่แค่ไล่แม่สามีนะคะ แต่ฉันจะหย่ากับคุณแล้วหอบเงินทั้งหมดหนีไปแต่งงานใหม่กับหนุ่มหล่อในเมืองซะเลย!" อี้เฉินหัวเราะในลำคออย่างขันๆ แต่กระนั้นอ้อมแขนก็กระชับกอดเธอแน่นขึ้นไปอีกราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน "ไม่มีวันนั้นหรอกครับ..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่ม แววตาคลั่งรักฉายชัดเจนในความมืด "ผมไม่มีทางยอมปล่อยให้ภรรยาเศรษฐีคนเก่งหลุดมือไปเด็ดขาด... ว่าแต่ กลิ่นอะไรไหม้หรือเปล่าครับ?" จมูกโด่งคมฟุดฟิดสูดอากาศ ทันใดนั้นเอง ทั้งคู่ก็เบิกตากว้างเมื่อกลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูเริ่มเปลี่ยนเป็นกลิ่นไหม้จางๆ! ชิงเซียนอุทานออกมาเบาๆ ผละออกจากอ้อมกอดของสามีแล้วพุ่งตัววิ่งเข้าครัวทันที "ตายจริง! ซุปรากบัวของฉัน!" อี้เฉินอมยิ้มกว้าง มองตามร่างบางที่กำลังรีบวิ่งวุ่นหน้าเตาไฟ ความรู้สึกอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย นี่สินะ... รสชาติของครอบครัวที่เขาโหยหามาตลอดชีวิตทหาร ทว่า ในขณะที่ชิงเซียนกำลังตักน้ำซุปที่เกือบไหม้ใส่ชามกระเบื้องด้วยความรีบร้อน สายตากลับเหลือบไปเห็นห่อกระดาษไขสีน้ำตาลลึกลับที่ถูกเสียบไว้ใต้ช่องระบายอากาศหน้าต่างห้องครัว... โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า มันถูกแอบวางไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสุขในทุกตัวอักษรนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%