คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว!•ตอนที่ 30

มื้ออาหารค่ำกระชับสัมพันธ์

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"สามีคะ... ดูท่าว่าสามีเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ จะต้องออกแรงวอร์มกล้ามเนื้อกับฉันเสียแล้วล่ะมั้งคะ?" คำพูดหยอกเย้าที่เจือไปด้วยประกายตาพราวระยับของลู่ชิงเซียน ทำเอานายทหารหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชนถึงกับชะงักฝีเท้า หานอี้เฉินชะงักไปสามวินาทีเต็ม ใบหน้าคมเข้มที่มักเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ปรากฏริ้วรอยความแดงระเรื่อลามเลียขึ้นถึงใบหูอย่างรวดเร็ว ดวงตาดุคมกริบของเขาไหววูบราวกับผิวน้ำถูกโยนก้อนหินลงไป ตั้งแต่แต่งงานกันมา หญิงสาวตรงหน้าไม่เคยใช้สายตาและน้ำเสียงท้าทายเช่นนี้กับเขามาก่อน ชิงเซียนในอดีตมักจะก้มหน้าหลบสายตา หวาดกลัวแม้กระทั่งเงาของตนเอง แต่นับตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้น... ภรรยาตัวน้อยของเขากลับกลายเป็นคนละคน ฉลาดเฉลียว เด็ดขาด และมีเสน่ห์เหลือร้ายจนหัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มสั่นไหวทุกครั้งที่ได้เข้าใกล้ "วอร์มกล้ามเนื้อหรือครับ..." หานอี้เฉินทวนคำ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ก้าวเข้าประชิดตัวภรรยาอย่างลืมตัว "ถ้าหมายถึงการช่วยภรรยาคนสวยยกฟืนผ่าฟืน หรือช่วยนวดไหล่คลายความเมื่อยล้า พี่ก็ยินดีทำทั้งคืน... แต่ถ้าหมายถึงอย่างอื่น ระวังว่าคนที่จะหมดแรงเสียเอง จะไม่ใช่พี่นะครับ" ลู่ชิงเซียนหัวเราะคิกคักในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายไบร์ท เธอเอียงคอมองสามีหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ตอนนี้กำลังยืนตัวเกร็งอย่างน่าเอ็นดู "ปากเก่งเสียจริงนะคะ ท่านรองผู้กองหาน... งั้นก็เก็บแรงเอาไว้จัดการกับอาหารบนโต๊ะให้หมดก็แล้วกันค่ะ เพราะถ้ากินไม่หมดทุกจานล่ะก็ คืนนี้ไม่ต้องมาคุยกันเรื่องอื่นเลยค่ะ!" พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนและเครื่องเทศที่เคี่ยวจนงวดกำลังลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องโถงเล็กๆ ของบ้านพักตระกูลหาน กลิ่นหอมเย้ายวนนี้รุนแรงเสียจนต่อให้เป็นนักบวชที่ถือศีลเคร่งครัด ก็ยังต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคอ นับประสาอะไรกับชายหนุ่มร่างใหญ่ที่เพิ่งกลับจากการฝึกภาคสนามและไม่ได้กินข้าวเที่ยงมาทั้งวัน หานอี้เฉินสูดหายดมกลิ่นหอมนั้นเข้าไปเต็มปอด ความหิวโหยที่เคยถูกความเหนื่อยล้ากลบไว้ บัดนี้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างรุนแรง เขารีบเดินตามเข้าไปในครัวเพื่อช่วยเหลือทันที แม้ชิงเซียนจะบอกให้เขาไปนั่งรอที่โต๊ะก็ตาม ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภรรยาตัวน้อยในชุดเสื้อผ้าเรียบง่าย แต่งหน้าทำผมสะอาดสะอ้าน กำลังตักน้ำซุปสีทองอร่ามลงในชามกระเบื้องเคลือบอย่างทะมัดทะแมง บนโต๊ะไม้ตัวเก่าตอนนี้ถูกจัดวางไว้ด้วยอาหารหน้าตาน่ารับประทานถึงสี่เมนู ตรงกลางคือ "ไก่ตุ๋นโสม" ชิ้นเนื้อไก่บ้านเนื้อแน่นตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม น้ำซุปใสแจ๋วแต่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการจากโสมป่าชั้นดีที่ชิงเซียนแอบหยิบมาจากมิติฟาร์มสวรรค์ ลอยหน้าด้วยเก๋ากี้สีแดงสดและพุทราจีน ข้างกันนั้นคือ "ผัดผักกวางตุ้งไฟแดง" ที่สีเขียวสดกรอบส่งกลิ่นหอมฉุยของกระเทียมเจียว ต่อด้วย "เต้าหู้ทอดราดซอสสามรส" ที่กรอบนอกนุ่มใน และจานสุดท้ายคือ "หมูผัดพริกหยวก" รสชาติจัดจ้านถึงใจ "นี่มัน..." หานอี้เฉินเบิกตากว้างเล็กน้อย อาหารเหล่านี้ไม่ใช่แค่อาหารธรรมดาตามมีตามเกิดของชาวบ้านยุค 80 ทั่วไป แต่มันคือภัตตาคารระดับไฮ엔ดชัดๆ! "อย่ามัวแต่ยืนตะลึงค่ะ ล้างมือแล้วมานั่งลงเร็วเข้า" ชิงเซียนส่งตะเกียบให้เขาพลางอมยิ้ม "วันนี้ฉันเข้าเมืองไปขายของมานิดหน่อย โชคดีได้ไก่บ้านตัวนี้มาสดๆ ร้อนๆ เลยเอามาตุ๋นบำรุงกำลังให้สามีผู้ขยันขันแข็งเสียหน่อย ทานดูสิคะ ว่าถูกปากหรือเปล่า" ชายหนุ่มรับตะเกียบมาด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ในอกข้างซ้ายอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกอุ่นวาบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ตั้งแต่เกิดมา แม่ของเขาไม่เคยใส่ใจเรื่องอาหารการกินนอกจากต้มผักกับมันสำปะหลัง ส่วนภรรยาคนเก่า... อย่าให้พูดถึงเลย แค่ไม่ทำครัวไหม้ก็บุญโขแล้ว แต่นี่... ลู่ชิงเซียนกลับดูแลเอาใจใส่เขาราวกับฮูหยินเอกในตระกูลขุนนางใหญ่ หานอี้เฉินตักน้ำซุปไก่ตุ๋นโสมซดเข้าไปคำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน ละมุนลิ้น และอบอุ่นกระจายไปทั่วท้อง ความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารหนักหน่วงมาทั้งสัปดาห์ราวกับถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา ตามด้วยเนื้อไก่ที่แทบจะละลายในปาก เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่ "อร่อยมากครับ..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมมองภรรยาด้วยความลึกซึ้ง "ฝีมือคุณ... ดีกว่าพ่อครัวใหญ่ประจำกองทัพเสียอีก" "ปากหวานเสียจริงนะคะ" ชิงเซียนหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี เธอน่องไก่ชิ้นโตใส่ชามให้เขา "อร่อยก็ทานเยอะๆ ค่ะ ยังมีอีกตั้งหลายเมนู ห้ามเหลือเด็ดขาดนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันจะถือว่าฝีมือตก" บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่น เสียงตะเกียบกระทบชามกระเบื้องดังคลอไปกับเสียงพูดคุยหยอกล้อ หานอี้เฉินที่ปกติเป็นคนพูดน้อยและทานอาหารอย่างเงียบเชียบ วันนี้กลับเจริญอาหารเป็นพิเศษ เขาจัดการเมนูตรงหน้าจนเกลี้ยงเกลา ไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปในชาม ร่างสูงใหญ่พิงพนักเก้าอี้ด้วยความอิ่มเอมใจ ชิงเซียนมองกองจานที่ว่างเปล่าแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ "ดูท่าทางแล้ว คืนนี้คุณคงมีแรงวอร์มกล้ามเนื้อสมใจแน่ๆ เลยนะคะ" ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ภรรยา กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูกลึง "ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ พี่ไม่เคยขาดแรงอยู่แล้วครับ... ภรรยาตัวน้อยเตรียมตัวรับมือให้ดีก็แล้วกัน" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนมดแทบขึ้นนั้นเอง... *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังบ้าน พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจอมแสบที่แผדแผดลั่นเข้ามาในยามวิกาล "ลู่ชิงเซียน! นังสะใภ้ตัวดี! แกเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบกินของดีอยู่ข้างใน กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วสามบ้านแปดบ้านขนาดนี้ อย่าคิดว่าจะซ่อนไว้ได้! เปิดประตูให้แม่สามีคนนี้เดี๋ยวนี้!" รอยยิ้มบนใบหน้าของหานอี้เฉินแข็งค้างทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที ขณะที่ลู่ชิงเซียนหรี่ตาลง รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "ดูท่าว่า... มื้อค่ำอันสงบสุขของเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอส่วนบุญเสียแล้วล่ะค่ะ สามี..." -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%