กลิ่นอายควันฟืนและกลิ่นหอมกรุ่นของพริกเสฉวนคั่วที่ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวแคบๆ ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกหวาดระแวงในอกของลู่ชิงเซียนเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย
ปลายนิ้วเรียวที่เปื้อนคราบเขม่าควันเล็กน้อยกำลังบรรจงใช้คีมไม้คีบห่อกระดาษไขสีน้ำตาลลึกลับนั้นขึ้นมาจากซอกปูนอิฐที่กะเทาะออก กระดาษแผ่นนั้นยับยู่ยี่และมีคราบน้ำมันซึมออกมาเล็กน้อย บ่งบอกว่ามันถูกซ่อนไว้ที่นี่โดยมีจุดประสงค์บางอย่าง ชิงเซียนหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด สมองส่วนที่ผ่านการวิเคราะห์เกมธุรกิจและการเอาตัวรอดในยุคปัจจุบันทำงานอย่างรวดเร็ว ในยุคเจ็ดสิบปลายเช่นนี้ ไม่มีเรื่องบังเอิญ และไม่มีมิตรอันบริสุทธิ์ใจ ยิ่งตระกูลหานมีแม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อมือฉกาจคอยชักใยอยู่เบื้องหลังแล้ว การมาของจดหมายหรือสิ่งของปริศนาย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
"เซียนเซียน... กลิ่นอะไรไหม้น่ะ?"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่คุ้นเคยดังขึ้นจากประตูห้องครัว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดเผยให้เห็นลำคอแกร่งและหยาดเหงื่อบางๆ จากการฝึกซ้อม หานอี้เฉินก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาคนสวยที่ยืนถือกระดาษไขแปลกปลอมอยู่ในมือ ก่อนที่ประกายความตึงเครียดจะพาดผ่านดวงตาคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที
ชิงเซียนซ่อนห่อกระดาษไว้ด้านหลังลำตัวทันที รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความตระหนก "ไม่มีอะไรค่ะพี่อี้เฉิน แค่... ข้าวต้มติดก้นหม้อนิดหน่อยน่ะค่ะ คุณภาพเตาไฟบ้านเรานี่มันชักจะเอาแน่เอานอนไม่ได้เสียแล้ว"
อี้เฉินไม่เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่สาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศที่เจือด้วยกลิ่นอายแดดและฝุ่นผงจากการฝึกฝนโอบล้อมร่างบางเอาไว้ มือหนาที่ผ่านการจับอาวุธและงานหนักยื่นออกไปฉวยข้อมือเรียวของเธอไว้อย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด นิ้วมือเรียวยาวบังคับให้เธอยอมแบมือออก ปรากฏห่อกระดาษไขลึกลับต่อหน้าต่อตาเขา
บรรยากาศในห้องครัวพลันเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงเดือดปุดๆ ของน้ำซุปในหม้อดินเผายังคงดังเป็นระยะ แต่ทว่าอุณหภูมิรอบตัวกลับลดฮวบลงจนน่าประหลาด
อี้เฉินก้มลงมองกระดาษไขแผ่นนั้น แวบแรกที่เห็นคราบหมึกเลือนรางและลายมือวัดดวงที่เขียนด้วยพู่กันจีนแบบโบราณ มุมปากหนาก็ยกยّิ้มหยันขึ้นอย่างเยียบเย็น "ลายมือของพวกอันธพาลแถบตรอกทิศใต้... ดูท่าทางว่า 'คนพวกนั้น' จะยังไม่ยอมรามือสินะครับ"
"พี่อี้เฉินรู้หรือคะว่ามันคืออะไร?" ชิงเซียนเงยหน้าสบตาคมกริบของสามี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสได้ถึงความพยายามปกป้องที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่เบื้องหน้า
"จดหมายทวงหนี้เก่าของพี่ชายใหญ่... ที่แอบอ้างชื่อผมเป็นผู้ค้ำประกัน" อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้อย่างแนบเนียน เขายื่นมืออีกข้างมารับห่อกระดาษนั้นไป ก่อนจะขยำมันจนยับยู่ยี่ด้วยมือเดียวแล้วโยนลงไปในกองไฟที่กำลังลุกโชน เสียงกระดาษไหม้ไฟดังปะทุขึ้นเบาๆ กลืนกินหลักฐานชิ้นนั้นให้กลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
"พี่ชายใหญ่อีกแล้วหรือคะ?" ชิงเซียนถอนหายใจยาวอย่างเหลืออด คนตระกูลหานนี่ช่างเป็นปรสิตที่เกาะกินไม่รู้จักจบสิ้นจริงๆ วันๆ เอาแต่สร้างภาระหนี้สิน แล้วยังกล้าส่งคนมาแอบวางจดหมายข่มขู่ถึงในบ้าน หากปล่อยไว้เช่นนี้ มีหวังร้านค้าในมิติฟาร์มและเงินทองที่เธอเพิ่งหามาได้ด้วยความยากลำบากคงต้องถูกพวกมันสูบจนหมดตัวแน่
อี้เฉินเห็นร่องรอยความกังวลฉายชัดบนใบหน้าเนียนนุ่มของภรรยา หัวใจของนายหนุ่มพลันกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในอก เขาเป็นสามีแท้ๆ แต่กลับปล่อยให้ภรรยาต้องมานั่งเครียดเรื่องพวกเหลือบไรเหล่านี้
หมับ!
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนชิงเซียนต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ไม้ อี้เฉินวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะ กักกันร่างบางไว้ในอ้อมกอดอย่างอารักขา สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและจริงจังจนน่าใจหาย
"เซียนเซียนครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่ากังวานก้องในความรู้สึก "เรื่องหนี้สินของตระกูลหาน... คุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว"
ชิงเซียนกะพริบตาปริบๆ "หมายความว่าอย่างไรคะ? พี่จะไปเคลียร์กับพวกเขาหรือคะ ระวังพวกมันจะเกาะติดเป็นปลิงนะ"
อี้เฉินไม่ตอบคำถามในทันที เขายื่นมือหนาเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบทหารด้านใน หยิบซองกระดาษสีน้ำตาลหนาปึ้กออกมาวางลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ตุบ!*
เมื่อชิงเซียนก้มลงมองและใช้มือเปิดปากซองออกดู ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ภายในซองนั้นอัดแน่นไปด้วยธนบัตรปึกใหญ่ ทั้งแบงค์หยวนและคูปองเสบียงอาหารจำนวนมหาศาล ตัวเลขบนปึกเงินนั้น... มากกว่าเงินเดือนทหารระดับสูงร่วมครึ่งปีเสียด้วยซ้ำ!
"นี่คือ..." ชิงเซียนเงยหน้าขึ้นมองสามีอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
"เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเบี้ยเลี้ยงพิเศษจากการปฏิบัติภารกิจลับตลอดสองปีที่ผ่านมา รวมถึงเงินรางวัลจากการประกวดวิศวกรรมยุทโธปกรณ์ของกองทัพ" อี้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับสิ่งที่เขากำลังมอบให้เป็นเพียงแค่เศษใบไม้แห้ง ไม่ใช่ทรัพย์สินก้อนโตที่ทหารหนุ่มคนหนึ่งแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ "ผมเก็บมันไว้สำหรับอนาคตของเรา... และวันนี้ ผมมอบมันให้คุณทั้งหมด"
ชิงเซียนนิ่งงันไปชั่วขณะ ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสปึกธนบัตรอุ่นๆ เหล่านั้น ในยุคเจ็ดสิบปลายที่ผู้คนยังคงปากกัดตีนถีบ การมีเงินสดก้อนโตอยู่ในมือเทียบเท่ากับการมีความมั่นคงในชีวิตอย่างแท้จริง แต่นี่... สามีผู้เคร่งขรึม เย็นชา และไร้มนุษยสัมพันธ์ในสายตาชาวบ้าน กลับยผกเงินทั้งหมดในชีวิตให้เธอโดยไม่มีข้อแม้!
"พี่ให้ฉันหมดนี่เลยหรือคะ? ถ้าฉันเอาไปใช้ซื้อของฟุ่มเฟือยหมดล่ะ หรือถ้าฉันเอาไปลงทุนทำธุรกิจเจ๊งขึ้นมา พี่จะไม่เสียดายเลยหรือ?" ชิงเซียนทดสอบด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย เพื่อซ่อนความอิ่มเอมใจที่กำลังพองโตขึ้นในอก
อี้เฉินมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนใบหน้าคมคายดุจหินผาให้กลายเป็นความอบอุ่นละมุนละไม เขายื่นมือหนาขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของภรรยาอย่างทะนุถนอม สายตาที่ทอดมองเธอนั้นลึกซึ้งเสียจนคนมองแทบละลาย
"ถ้าคุณอยากซื้อของฟุ่มเฟือย ผมจะหาเงินมาให้คุณซื้อเพิ่มอีกสิบเท่า ถ้าคุณอยากลงทุนทำธุรกิจแล้วเจ๊ง... ผมนี่แหละจะออกไปรับจ้างแบกหามเอาเงินมาถมให้คุณเอง" อี้เฉินหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความมั่นใจและจริงจัง "จำไว้... นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หานอี้เฉินคนนี้คือนายทะเบียนทรัพย์สินของบ้าน ส่วนลู่ชิงเซียนคือ 'รัฐมนตรีคลัง' ผู้มีอำนาจสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว"
*ตู้ม!*
ราวกับมีดอกไม้ไฟนับร้อยดอกเบ่งบานอยู่ในใจของลู่ชิงเซียน ความรู้สึกโดดเดี่ยวและหวาดระแวงในการต้องเผชิญหน้ากับโลกยุคเจ็ดสิบด้วยตัวคนเดียวถูกปัดเป่าให้หายวับไปกับตา สามีสายเปย์ผู้ทรงพลังและคลั่งรักคนนี้ ช่าง… ร้ายกาจเสียจริง! เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอกำลังต้องการเงินทุนก้อนใหญ่เพื่อขยายกิจการร้านอาหารในมิติฟาร์มและตบหน้าแม่สามีจอมโลภพอดี?
"พูดแล้วนะคะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด" ชิงเซียนเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์และพึงพอใจ "ในเมื่อรัฐมนตรีคลังท่านนี้ได้รับมอบอำนาจเต็มที่แล้ว เช่นนั้น... เย็นนี้เรามาฉลองตำแหน่ง 'พ่อบ้านใจกล้า' ของพี่กันดีกว่าค่ะ รับรองว่าฝีมือฉันวันนี้ จะทำให้สามีของฉันยอมจำนนจนโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว!"
อี้เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าฟังเสียจนชิงเซียนต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวอีกนิด กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู "ผมยอมจำนนต่อคุณตั้งแต่แรกเห็นแล้วล่ะครับ... ภรรยาตัวแสบ"
บรรยากาศในห้องครัวที่เคยตึงเครียด บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความหวานล้ำที่ชวนให้คนอิจฉาจนตาร้อน ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังสบตากันด้วยความลึกซึ้งนั้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูด้านนอกบ้านตระกูลหานดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีที่ตะโกนด่าทอเสียงดังลั่นซอย "นังตัวดี! นังสะใภ้เนรคุณ! แกแอบซ่อนอะไรไว้ในบ้านคายออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าคิดว่าสามีแกกลับมาแล้วฉันจะทำอะไรแกไม่ได้ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
อี้เฉินหุบยิ้มทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่อีกครั้ง ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดหันไปมองทิศทางประตูหน้าบ้าน
ชิงเซียนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาดุดันฉายประกายความสนุกสนาน เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพิฆาต "มาพอดีเลยค่ะ... รัฐมนตรีคลังคนนี้กำลังอยากลองใช้เงินทุนก้อนแรกจัดการกับ 'แม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อ' เสียหน่อยพอดี!"
อี้เฉินมองภรรยาด้วยแววตาตามใจระคนเอ็นดู เขายื่นมือไปตบหลังมือเรียวเบาๆ เป็นเชิงอนุญาต "เชิญท่านรัฐมนตรีบัญชาการตามสบายครับ ผมจะคอยยืนถือกระเป๋าเงินให้อยู่ข้างหลังเอง"
ทว่า ในจังหวะที่ชิงเซียนกำลังจะก้าวเท้าเดินไปปลดกลอนประตูหน้าบ้านเพื่อเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ของแม่สามีนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬลึกลับที่ทาบทับผ่านหน้าต่างกระดาษเปียกน้ำลาย... มันไม่ใช่เงาของแม่สามี! และไม่ใช่เงาของพวกอันธพาลตรอกทิศใต้! แต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านรอยแยกลั่นของฝาผนังไม้... พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ชวนให้ขนหัวลุก!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสุขในทุกตัวอักษรนะคะ!
คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว!•ตอนที่ 32
สามีสายเปย์ปรากฏตัว
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!