คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว!•ตอนที่ 33

ร่วมมือสามีภรรยาตบหน้าญาติ

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
“ถ้าวันนี้พวกแกยังกล้าหน้าด้านไถเงินฉันอีกแม้แต่เหมาเดียวเดียว ก็ลองก้าวเข้ามาสิ ฉันจะเอาไม้กวาดฟาดหัวให้กบาลแยกเลยคอยดู!” เสียงแหลมปรี๊ดของพี่สะใภ้ใหญ่ตระกูลหานแผดลั่นทะลุประตูไม้เก่าๆ เข้ามา กระแทกโสตประสาทของลู่ชิงเซียนที่กำลังยืนนิ่งค้างอยู่หน้าบ้านจนเส้นเลือดขมับเต้นตุบ ทว่าความเดือดดาลของแม่สามีและพี่สะใภ้ที่ยืนแผดเสียงอยู่ด้านนอก กลับไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสมาธิของเธอในวินาทีนี้... สายตาคมกริบของเชฟสาวมือทองกวาดมองผ่านรอยแยกของฝาผนังไม้ที่ผุกร่อน เงาดำทมิฬที่ทาบทับอยู่เมื่อครู่ไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังขยับเข้าใกล้บานหน้าต่างเปียกน้ำลาย พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของใครบางคนที่ซ่อนเร้นอยู่ในมุมมืดของตรอกแคบ! นั่นไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา และไม่ใช่พวกอันธพาลกระจอกงอกง่อยที่แม่สามีจ้างมาไถเงิน *ฉึก!* เสียงวัตถุบางอย่างกระทบเข้ากับกรอบหน้าต่างเบาๆ ลู่ชิงเซียนหดมือกลับแทบไม่ทัน เมื่อเห็นปลายมีดสั้นเล่มหนึ่งแทงทะลุแผ่นกระดาษเข้ามาหวาดเฉี่ยวปลายจมูกไม่ถึงคืบ! หัวใจของเธอกระตุกวูบ ร่างกายเตรียมพร้อมที่จะเรียกน้ำวิเศษจากมิติฟาร์มสวรรค์ออกมาป้องกันตัว ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง— *หมับ!* มือหนาใหญ่ราวคีมเหล็กของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเงาลึกลับนอกหน้าต่างอย่างแม่นยำ ตามด้วยเสียงกระดูกลั่นกรอบและการร้องโหยหวนดังสนั่นลั่นตรอก! “อ๊ากกก! มือฉัน! ปล่อยนะโว้ย!” ลู่ชิงเซียนเบิกตากว้างเมื่อร่างสูงโปร่งของหานอี้เฉินก้าวพรวดออกมาจากมุมมืดอีกด้านราวกับเทพพิทักษ์ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีของสามีหนุ่มฉายแววอำมหิตจนน่ากลัว สันจมูกโด่งเป็นสันและกรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงโทสะที่ถูกจุดขึ้นจนถึงขีดสุด เขาบิดข้อมือของสายลับลึกลับคนนั้นเพียงครั้งเดียวจนอีกฝ่ายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินโคลน ก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งกดเหยียบแผ่นอกของมันไว้แน่นราวกับภูเขาตรึงแผ่นดิน “แกเป็นใคร ใครส่งมา?” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของหานอี้เฉินเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ชายชุดดำพยายามดิ้นรน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “แก… แกเป็นใคร กล้าดียังไงมา— อ๊าก!” หานอี้เฉินไม่เปิดโอกาสให้มันได้พูดมาก เขาเพิ่มแรงกดที่เท้าลงไปอีกจนมีเสียงซี่โครงลั่นเบาๆ บรรยากาศรอบตัวสามีหนุ่มแผ่รังสีสังหารที่แม้แต่ลู่ชิงเซียนยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี่แหละคือตัวตนที่แท้จริงของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน ไม่ใช่สามีผู้แสนอ่อนโยนที่คอยปอกมันเทศต้มให้เธอกินในห้องครัวเมื่อคืนนี้! “อี้เฉิน! ลูกรัก! แกทำบ้าอะไรอยู่ห่างจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เสียงโวยวายแหลมสูงของแม่สามีดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับร่างท้วมของนางต้วนและพี่สะใภ้รองที่ก้าวเข้ามาในลานบ้าน ทั้งสองคนหน้าตาบูดบึ้งเนื้อตัวมอมแมมจากการเดินฝ่าฝนปรอยๆ มาไกล แต่พอเห็นลูกชายคนเล็กยืนเหยียบคนแปลกหน้าอยู่หน้าบ้าน นางต้วนก็รีบวิ่งเข้ามาทำท่าจะโวยวายต่อทันทีโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ “แม่! เงียบปากเดี๋ยวนี้!” หานอี้เฉินตวาดกร้าวเสียงดังลั่นจนแม่สามีสะดุ้งโหย่งถอยหลังก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้น นางต้วนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยถูกลูกชายคนนี้ตวาดด้วยน้ำเสียงน่ากลัวเช่นนี้มาก่อนในชีวิต “อ… อี้เฉิน แกกล้าตวาดแม่เรอะ! นังสะใภ้ตัวดี มันเป่าหูแกใช่ไหม แกถึงกล้าทำกิริยาต่ำช้าใส่แม่ตัวเองแบบนี้!” นางต้วนชี้หน้าด่ากราดมาทางลู่ชิงเซียนที่เพิ่งเปิดประตูเดินออกมาสมทบ ลู่ชิงเซียนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางกอดอกมองแม่สามีและพี่สะใภ้ด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง “แม่คะ ก่อนจะกล่าวหาว่าใครเป่าหู ช่วยใช้สมองอันน้อยนิดคิดดูก่อนดีกว่าไหมคะว่าตอนนี้ลูกชายของแม่กำลังจัดการกับใครอยู่ หรือว่า… คนชุดดำคนนี้คือคนที่พวกแม่พามาเพื่อขู่พวกเราตั้งแต่แรกกันแน่?” คำพูดของชิงเซียนราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ นางต้วนหน้าซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความพิรุธ นางรีบโบกไม้โบกมือปฏิសัณฑ์เสียงสั่น “เหลวไหล! นังสารเลวปากพล่อย แกพูดจาบ้าอะไร ฉันจะไปรู้จักกับโจรพวกนี้ได้ยังไง!” “ไม่รู้จักเหรอคะ?” ลู่ชิงเซียนก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว รองเท้าผ้าใบย่ำลงบนพื้นดินเสียงดังฟังชัด ราวกับเสียงก้าวเดินของมัจจุราช “ถ้าไม่รู้จัก แล้วทำไมเวลาที่พวกคุณมาขอเงินเราทีไร ถึงต้องเลือกเวลาที่อี้เฉินไม่อยู่บ้านทุกที? และทำไมพออี้เฉินกลับมา พวกคุณถึงได้รีบเร่งรุดมาหาเรื่องถึงที่นี่ในวันเดียวกันกับที่ชายคนนี้พยายามจะแอบย่องเบาเข้าบ้านเราพอดีล่ะคะ?” พี่สะใภ้ใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหลังหน้าถอดสี ละล่ำละลักแก้ตัวเสียงสั่น “แก… แกอย่ามาปรักปรำนะ! พวกเราแค่จะมาทวงเงินค่าเลี้ยงดูที่พวกแกติดค้างต่างหาก บ้านตระกูลหานเลี้ยงอี้เฉินมาจนโต มันมีหน้าที่ต้องทดแทนบุญคุณ!” “บุญคุณเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำของหานอี้เฉินดังแทรกขึ้นมา เขาไม่ได้ก้มมองแม่และพี่สะใภ้ด้วยความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไป แต่แววตาคู่นั้นกลับว่างเปล่า เยชาชา และเด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว ชายหนุ่มค่อยๆ ยกเท้าออกจากอกของสายลับชุดดำ ปล่อยให้มันนอนหอบหายใจรวยรินอยู่กับพื้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหันมาเผชิญหน้ากับครอบครัวสายเลือดเดียวกัน “ตั้งแต่ผมอายุสิบห้า ปีๆ หนึ่งผมส่งเงินกลับบ้านเท่าไหร่ เงินเบี้ยเลี้ยงทหารทุกหยวนที่ผมแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ ผมส่งให้พวกท่านใช้จ่ายไม่เคยขาดมือ แม้แต่ข้าวสารในยุ้งฉางของบ้านใหญ่ปีนี้ ก็มาจากส่วนแบ่งเสบียงที่ผมแบ่งส่งมาให้พวกท่านทั้งสิ้น!” หานอี้เฉินก้าวเข้าไปหาแม่สามีทีละก้าว จน่านต้วนต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว “อ… อี้เฉิน แกจะอกตัญญูเรอะ นั่นมันแม่นะ!” “ใช่ แม่ที่เอาเงินเก็บทั้งหมดของผมไปซื้อบ้านให้พี่ใหญ่ แล้วปล่อยให้ผมกับภาระต้องมาอดอยากในบ้านหลังผุๆ หลังนี้ ใช่แม่คนที่เคยบอกว่าผมไม่ใช่ลูกรัก และสั่งให้ผมส่งเสียพวกท่านไปจนวันตายใช่ไหม?!” หานอี้เฉินตะคอกถามเสียงดังลั่นจนนกบนต้นไม้แตกฮือบินหนี ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ลู่ชิงเซียนมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง เธอรู้ดีว่าการตัดขาดจากครอบครัวในสังคมชนบทจีนยุค 80 เป็นเรื่องใหญ่หลวงแค่ไหน มันหมายถึงการถูกตราหน้าว่าอกตัญญูและถูกสังคมประณาม แต่นายทหารหนุ่มคนนี้กลับเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเธอ ตัดสินใจสะบั้นโซ่ตรวนแห่งความเห็นแก่ตัวนี้ทิ้งอย่างไม่ลังเล “วันนี้… ผมขอพูดให้ชัดเจนเป็นครั้งสุดท้าย” หานอี้เฉินสูดหายใจเข้าลึกๆ สายตาคมกริบกวาดมองหน้ามารดาและพี่สะใภ้ทีละคน “นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เงินแม้แต่เหวินเดียวจากผมและชิงเซียน จะไม่มีวันตกถึงมือพวกท่านอีก แม้กระทั่งข้าวสักเมล็ดเดียวก็อย่าหวังจะได้เหยียบเข้ามาเอาจากบ้านหลังนี้!” “แก… แกกล้าตัดขาดกับแม่เรอะ!” นางต้วนกรีดร้องโหยหวนราวกับคนเสียสติ นางพุ่งตัวเข้าไปจะทุบตีลูกชาย แต่มือหนากลับคว้าข้อมือของนางไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล “ถ้าพวกท่านยังกลมารังควานภรรยาผม หรือส่งพวกโจรเดรัจฉานมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีกแม้แต่ครั้งเดียว… ผมจะใช้กฎหมายทหารจัดการกับพวกท่านขั้นเด็ดขาด ต่อให้ต้องแบกชื่อคนอกตัญญู ผมก็จะทำ!” หานอี้เฉินสะบัดมือแม่สามีออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหันหลังกลับมาคว้ามือของลู่ชิงเซียนมากำไว้แน่น ฝ่ามืออุ่นจัดของเขาส่งผ่านความมั่นคงและปลอดภัยมาสู่เธอจนหัวใจดวงน้อยพองโต “กลับเข้าบ้านกันเถอะชิงเซียน อาหารในครัวน่าจะเคี่ยวได้ที่พอดีแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยบอกภรรยาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับเหตุการณ์นรกแตกเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ลมผ่าน ลู่ชิงเซียนพยักหน้ารับรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก นางปรายตามองนางต้วนที่ทรุดฮวบลงร้องไห้โฮกอดขาพี่สะใภ้ด้วยความสิ้นหวังอย่างไม่แยแส ก่อนจะหมุนตัวเดินตามสามีกลับเข้าบ้าน ทว่า… ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูบ้านนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าโคลนพรวดพราดก็ดังขึ้นจากหน้าปากตรอก พร้อมกับเสียงตะโกนหอบแฮกของเถียนเถียนเพื่อนบ้านสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก “พี่ชิงเซียน! คุณอี้เฉิน! แย่แล้วค่ะ! ของ… ของในร้านค้าสหกรณ์ที่พวกพี่ฝากวางขาย… ถูกคนพังเสียหายหมดเกลี้ยงเลยค่ะ!” ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้าง "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%