"ถ้ากล้าก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะสาดน้ำล้างหม้อใส่หน้าไม่ให้เหลือคราบสะใภ้ใหญ่เลยทีเดียว!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแรงกระแทกของถาดไม้ที่ลู่ชิงเซียนตั้งใจวางข่มขวัญคนที่ยืนหน้าซีดอยู่หน้าประตูบ้านหลังเล็ก สีหน้าของพี่สะใภ้ใหญ่ตระกูลหานบิดเบี้ยวด้วยความโมโหปนความอับอาย นางตั้งใจจะมาทวงส่วนแบ่งมันเทศตากแห้งและไข่ไก่ที่ได้มาจากในเมืองตามธรรมเนียมจอมปลอมที่พวกหล่อนสร้างขึ้นเอง แต่กลับถูกลู่ชิงเซียนคนเดิมที่เคยเงียบงันและยอมให้โขกสับ ไล่ตะเพิดราวกับหมูกับหมา
"ลู่ชิงเซียน แก... นังสะใภ้สารเลว กล้าดียังไงมาไล่ฉัน! แกมันก็แค่คนนอกที่เกาะตระกูลหานกิน!" พี่สะใภ้ใหญ่แผדเสียงแหลมสูงหมายจะเรียกชาวบ้านให้มามุงดูความไร้มนุษยธรรมของน้องสะใภ้สาม
แต่ลู่ชิงเซียนหาได้สะทกสะท้านไม่ นางเพียงแค่ยกยมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัด "คนนอกหรือคะ? งั้นก็เชิญพวกท่านไปทวงเอาจากลูกชายแท้ๆ ของแม่สามีโน่นเถอะค่ะ หรือจะรอให้สามีฉันกลับมาจากค่ายทหารแล้วให้เขามาเคลียร์บัญชีเรื่องที่พวกคุณคอยสูบเลือดสูบเนื้อบ้านเรามาตลอดหลายปีดีล่ะคะ?"
สิ้นคำว่า 'สามีทหาร' พี่สะใภ้ใหญ่ก็สะดุ้งโหยง ความฮึกเหิมมลายหายไปในพริบตา หานอี้เฉินขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและสายตาน่ากลัวยิ่งกว่าพยัคฆ์ หากเขารู้ว่าพวกนางมารังแกภรรยาตอนไม่อยู่ มีหวังเงินเบี้ยเลี้ยงที่พวกนางคอยแอบมาไถคงปลิวหายวับไปกับตา นางทำได้เพียงกัดฟันกรอด กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะหันหลังกลับบ้านใหญ่ไปพร้อมกับเสียงบ่นงึมงำด้วยความเจ็บใจ
ลู่ชิงเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปิดประตูลงกลอนไม้เสียงดังสนั่นเพื่อตัดขาดความวุ่นวายภายนอกโลกใบนี้ ทันทีที่บรรยากาศกลับมาเงียบสงบ กลิ่นหอมจางๆ จากมิติฟาร์มสวรรค์ก็ลอยอวลเตะจมูก ร่างบางหมุนตัวเดินเข้าครัว เลิกคิ้วมองวัตถุดิบชั้นเลิศที่นางแอบซ่อนไว้ในมิติก่อนหน้านี้
"วันนี้ล่ะ ฉันจะทำให้พวกมันน้ำลายสอจนอกแตกตายไปข้างหนึ่งเลย"
นางจัดการจุดเตาไฟ ถ่านแดงๆ ส่งความร้อนระอุขึ้นมาก้นหม้อเหล็กหล่อใบโต ลู่ชิงเซียนไม่รอช้า นางตักน้ำใสสะอาดจากมิติฟาร์มที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุลงไปต้มจนเดือดพล่าน ระหว่างรอน้ำเดือด นางก็จัดการเตรียมเครื่องเคียงอย่างตั้งใจ แป้งบะหมี่ทำมือเหนียวนุ่มสีเหลืองนวลที่นวดไว้เมื่อวานถูกนำมาคลี่ออกเป็นเส้นยาวด้วยความคล่องแคล่วราวกับเชฟมือทองระดับมิชลิน
เสียงมีดกระทบเขียงดัง *ตับๆๆ* เป็นจังหวะ หมูสามชั้นติดมันครึ่งหนึ่งเนื้อแดงครึ่งหนึ่งถูกสับละเอียดอย่างประณีต เคล็ดลับความอร่อยระดับเซียนอยู่ที่การเจียวมันหมูให้กรอบนอกนุ่มในจนได้น้ำมันหมูใสแจ๋วส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว จากนั้นจึงนำหมูสับลงไปผัดคลุกเคล้ากับเต้าเจี้ยวสูตรโบราณ ขิงแก่สับละเอียด พริกไทยป่นกลิ่นหอมฉุน และเหล้าจีนชั้นดี ผัดจนเนื้อหมูรัดตัวขึ้นสีน้ำตาลคาราเมลเข้มข้น รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมแทรกซึมเข้าไปทุกอณูของเนื้อหมู
เมื่อน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดขาวข้นเดือดปุดๆ ลู่ชิงเซียนก็หย่อนเส้นบะหมี่สดลงไปลวกในน้ำเดือดจัดเพียงชั่วอึดใจ เส้นบะหมี่เด้งสู้ฟันถูกตักขึ้นมาน็อกด้วยน้ำเย็นจัดอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาความเหนียวนุ่ม ก่อนจะจัดเรียงลงในชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามอย่างสวยงาม ราดตามด้วยน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคี่ยวจนหอมหวาน โรยหน้าด้วยหมูสับทรงเครื่องพูนๆ ตามด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสด และกากหมูเจียวกรุบกรอบสีทองอร่ามที่ส่งเสียงดังกร้วมเมื่อกระทบกับความร้อน
*ฟู... อวบอวล!*
กลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำซุปกระดูกเคี่ยวเคี่ยวผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศและหมูสับผัดซีอิ๊ว พวยพุ่งทะลุผ่านหน้าต่างและรอยต่อของประตูไม้ กระจายตัวออกไปสู่อากาศยามสาย สายลมพัดโชยนำพาความหอมอันร้ายกาจนี้ให้ลอยไปไกลจนถึงรั้วบ้านใหญ่ที่อยู่ถัดไปไม่ไกล
ลู่ชิงเซียนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง นางลากเก้าอี้มานั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเล็กริมหน้าต่าง หยิบตะเกียบไม้ไผ่ขึ้นมาคีบเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยน้ำซุปเข้มข้นเข้าปาก คำแรกที่เคี้ยวความอร่อยระดับเทพก็ระเบิดขึ้นในโพรงปาก เส้นบะหมี่นุ่มหนึบผสานกับความเข้มข้นเค็มหวานของหมูสับทรงเครื่องและความกรุบกรอบของกากหมู ทำให้รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว นางตักน้ำซุปซดตามลงไปอย่างมีความสุข ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วท้อง ฮีลความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับคนตระกูลหานจนหมดสิ้น
ในขณะเดียวกัน ที่ลานบ้านใหญ่ตระกูลหาน...
แม่สามีที่กำลังนั่งบ่นกระพอดกระแปดเรื่องที่สะใภ้ใหญ่กลับมามือเปล่า จู่ๆ ก็ต้องชะงักกึก จมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นบางอย่างที่ลอยมาตามลม กลิ่นหอมของเนื้อหมูผัดซีอิ๊วและน้ำซุปกระดูกเคี่ยวที่เข้มข้นจนแทบจะทำให้คนน้ำลายสอไหลย้อย
"กลิ่นอะไรวะ... หอมอะไรขนาดนี้?" พี่สะใภ้ใหญ่ที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ใกล้ๆ ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือลูบท้องที่ส่งเสียงร้องโครกคราฟออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
แม่สามีขมวดคิ้วย่น ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยหันขวับไปมองทางเรือนหลังเล็กของลู่ชิงเซียนทันที ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อนึกขึ้นได้ว่า ในครัวเรือนนั้นไม่มีเนื้อสัตว์เหลืออยู่เลยสักนิด แล้วกลิ่นหอมประหลาดนี้มาจากไหนกัน? หรือว่านังเด็กนั่นแอบซ่อนอาหารดีๆ เอาไว้กินคนเดียวโดยไม่ยอมส่งAส่วนมาให้บ้านใหญ่!
ความโลภและโมหะเข้าครอบงำจิตใจของแม่สามีในทันที นางลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ ก้าวเท้าฉับๆ มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนหลังเล็กด้วยใบหน้าบึ้งตึงหมายจะพังประตูเข้าไปกระชากชามอาหารในมือของสะใภ้สามมารubกินให้สะใจ!
ทว่า... ในจังหวะที่มือเหี่ยวย่นกำลังจะเอื้อมไปทุบประตูไม้ บานประตูนั้นก็ถูกเปิดผางออกมาจากด้านในเสียก่อน
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มของนายทหารยศสูงปรากฏขึ้นตรงหน้า แผงอกกว้างและไหล่หนาบังทางเข้าไว้มิดชิด ดวงคมกริบดั่งพยัคฆ์กวาดสายตามองแม่สามีและสะใภ้ใหญ่ที่ยืนหน้าเหวอค้างกลางอากาศ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหยุดหายใจ
"แม่... มาทำอะไรที่เรือนของผมกับภรรยาครับ?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับสร้างความหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความฟินและสะใจนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว!•ตอนที่ 10
บะหมี่หมูสับทรงเครื่อง
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!