เสียงทุบโต๊ะไม้สนฝาบ้านดังสะท้านจนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสีตุ่นสั่นระริก ปลายช้อนสังกะสีงอๆ กระแทกเข้ากับขอบอ่างดินเผาจนเกิดเสียงแหลมบาดหู แต่ลู่ชิงเซียนกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา ดวงตากลมโตคู่คมกริบราวกับหงส์ฟ้าในร่างมนุษย์กวาดมองผู้คนรอบโต๊ะอาหารด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"เจ้าว่าอย่างไรนะ นังตัวดี! กล้าดีอย่างไรถึงมาพูดจาจาบจ้วงในบ้านของข้า!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามีตระกูลหานแผดลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบจะคว้าไม้กวาดฟาดหน้าลูกสะใภ้ผู้ไม่เคยอยู่ในโอวาท นางจ้องมองลู่ชิงเซียนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ยิ่งนึกถึงเงินออมก้อนสุดท้ายที่ควรจะเป็นของตน แต่กลับถูกนังเด็กนี่เก็บไว้ในซอกไม้กระดานลับ ยิ่งทำให้ไฟโทสะพุ่งพล่านจนอกแทบระเบิด
รอบโต๊ะอาหาร บรรดาญาติสนิทมิตรสหายและเฒ่าแก่ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกเชิญมาเป็น "สักขีพยาน" ต่างนั่งนิ่งเงียบ กลิ่นอายความอึดอัดลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นสาบของห้องครัวยุคแปดสิบ ทุกคนต่างลอบกลืนน้ำลาย ไม่คาดคิดว่าสตรีอ่อนแอผู้เคยแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักจนมือแตกเป็นแผล วันนี้จะกล้าลุกขึ้นมาประกาศกร้าวกลางวงประชุมตระกูลด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชinกาลีที่กุมอำนาจเหนือกว่า
ลู่ชิงเซียนไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นางค่อยๆ วางตะเกียบในมือลงอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของนางตัดกับความเกรี้ยวกราดของแม่สามีราวฟ้ากับเหว ปลายนิ้วเรียวงามเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความมั่นอกมั่นใจที่สั่งสมมาจากวิญญาณเชฟมือทองและระบบฟาร์มสวรรค์ในมิติ
"แม่คะ... อย่าเพิ่งรีบโมโหจนเส้นเลือดในสมองแตกสิคะ" ชิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเนื้อหากลับคมกริบราวดาบอาบยาพิษ "ที่ข้าพูดย่อมมีเหตุผลรองรับ ตลอดสามปีที่สามีของข้า 'หานอี้เฉิน' ส่งเงินเดือนนายทหารกลับมาบ้านทุกเดือน เงินเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหนคะ? ทำไมข้ากับลูกถึงยังต้องกินข้าวต้มเจือจางจนเห็นเงาหน้าตัวเองในชามทุกมื้อ? ทำไมเสื้อผ้าของข้าถึงมีแต่รอยปะชุน ขณะที่น้องเล็กมีเสื้อกันหนาวผ้าฝ้ายตัวใหม่อยู่ทุกปี?"
คำถามนั้นพุ่งตรงเข้ากลางเป้า สะกิดแผลเน่าเฟะที่ตระกูลหานพยายามปกปิดมานาน แม่สามีหน้าซีดเผือดลงทันที ริมฝีปากสั่นระริกแต่หาคำพูดมาแก้ตัวไม่ได้ เพราะบัญชีเงินเก็บที่นางแอบยักยอกไว้ซื้อทองให้ลูกชายคนเล็กนั้นเป็นความจริงที่เถียงไม่ออก
ผู้ใหญ่บ้านซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะขยيแว่นสายตาที่ขึ้นสนิม เขาไอคอกแคกเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบ ก่อนจะปรายตามองแม่สามีด้วยแววตาตำหนิ ชายชราผ่านโลกมามาก ย่อมมองออกว่าใครเอารัดเอาเปรียบใคร
"แม่หนูชิงเซียนพูดมีเหตุผล" ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงทุบโต๊ะเบาๆ เป็นเชิงปราม "ตระกูลหานเราถือธรรมเนียมปฏิบัติมานาน หากลูกชายแยกครอบครัวออกไปทำมาหากินเอง ย่อมมีสิทธิ์ที่จะแบ่งทรัพย์สินตามส่วนที่สมควร... อี้เฉินเองก็เป็นทหารหาญรับใช้ชาติ เงินเดือนที่ส่งมาควรถูกใช้เพื่อสร้างอนาคตของครอบครัวเขา ไม่ใช่เอามาจุนเจือคนอื่นจนหมดสิ้น"
"ท่านผู้ใหญ่บ้าน! ท่านจะเข้าข้างนังนี่ไม่ได้นะ!" แม่สามีโวยวายลั่น ยกชายเสื้อขึ้นซับน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง "มันเป็นสะใภ้อกตัญญู! มันอยากแยกบ้านเพราะอยากฮุบสมบัติของตระกูลเราต่างหาก!"
"ฮุบสมบัติ?" ชิงเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงพลังกดดันมหาศาลทำให้ทุกคนในห้องถึงกับขนลุกซู่ นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างระหงภายใต้ชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างประหลาด "สมบัติที่ท่านว่า มีอะไรบ้างคะ? ที่ดินผืนนี้รัฐจัดสรรให้ตามสิทธิ์ของอี้เฉิน ยุ้งฉางนี้ข้าเป็นคนเพาะปลูกเก็บเกี่ยวด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง และเงินสดในห่อผ้านั้น... ก็คือหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของสามีข้าที่แลกมาด้วยความเป็นความตายในสนามรบ!"
นางกวาดสายตามองหน้าทุกคนทีละคนอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้ทุกลมหายใจสะดุด
"วันนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและสักขีพยาน ข้า 'ลู่ชิงเซียน' ขอประกาศแยกบ้านอย่างเป็นทางการ! โดยขอแบ่งส่วนทรัพย์สินที่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของครอบครัวเรา คือเงินสดสามร้อยหยวนที่ค้างจ่าย และยุ้งฉางข้าวสารครึ่งหนึ่ง... หากตระกูลหานไม่ยินยอม วันนี้เราคงต้องไปคุยกันที่สถานีตำรวจคอมมิวนิสต์เรื่องการยักยอกทรัพย์สินของทหารหาญ!"
คำว่า "สถานีตำรวจคอมมิวนิสต์" ร่วงหล่นลงมากลางวงเสมือนระเบิดเวลา แม่สามีหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ยุคนี้ใครๆ ก็กลัวการถูกตรวจสอบเรื่องการเอาเปรียบครอบครัวทหาร หากเรื่องถึงมือกองกำลังท้องถิ่น นางอาจจะติดคุกข้อหาทำลายขวัญกำลังใจทหารแนวหน้า!
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการเดินทางไกลก็ก้าวเข้ามา ประกายตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในบ้านแวบเดียวก็เข้าใจทุกอย่าง
หานอี้เฉินก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของนางไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านที่แผ่มาจากฝ่ามือของสามีทำให้นหัวใจของชิงเซียนพองโตขึ้นอย่างน่าประหลาด
ชายหนุ่มไม่ได้มองหน้ามารดาผู้ให้กำเนิดด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบจับจ้องเพียงภรรยา เขากดเสียงต่ำทุบทรงอำนาจเอמהก้องกังวานไปทั่วห้อง
"ภรรยาของผมพูดคำไหน คือคำนั้นครับ... ใครมีปัญหาอะไร เชิญมาคุยกับผมได้เลย"
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชิงเซียนหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสามีที่ทั้งหล่อเหลาและดุดัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ทว่าในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวจะจบลงด้วยการยอมจำนนของฝ่ายตระกูลหานนั้นเอง...
จู่ๆ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของผู้ส่งสารจากสำนักงานตำบลที่หอบแฮกวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
"แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ตลาดมืดแล้วครับคุณหาน! สินค้าลอยฟ้าของคุณชิงเซียน... เอ่อ อาหารกล่องสูตรพิเศษล็อตแรกที่ท่านทำส่งขาย ถูกกวาดซื้อเกลี้ยงหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสิบนาที แถมตอนนี้... มีคนกลุ่มใหญ่กำลังเดินทางมาล้อมกระท่อมเพื่อขอซื้อเพิ่มด้วยราคาที่สูงขึ้นสามเท่า!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความฟินและสะใจนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว!•ตอนที่ 11
ประกาศกร้าวเรื่องขอแยกบ้าน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสามีขา สะใภ้ยุค 80 คนนี้รวยมากแล้ว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!