นิติเวชจำลองกับคำสารภาพที่ไม่มีอยู่จริง•ตอนที่ 2

นิติเวชผู้ไม่หวั่นไหว

ผลงานโดย บันทึกคนจร
“อย่าเพิ่งเปิดแผ่นคลุมหน้าเขานะครับคุณหมอ ความตายในห้องเย็นไม่ได้ต้องการพยานที่หวั่นไหว” เสียงของรวิศดังก้องอยู่ในห้องชันสูตรที่อุณหภูมิต่ำจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ เขาไม่ได้มองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสเตนเลส แต่จ้องมองดวงตาของเพียงขวัญที่กำลังถือมีดผ่าตัดด้วยมือที่นิ่งสนิท ทว่าในแววตานั้นกลับมีร่องรอยของพายุที่ถูกกักขังไว้ด้วยตรรกะอันเข้มงวด เพียงขวัญชะงักฝ่ามือที่กำลังจะดึงผ้าขาวออก เธอหันมามองเขา นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นเย็นชาพอๆ กับอากาศรอบตัว “ความตายคือความจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ คุณรวิศ ในห้องนี้ไม่มีพยาน มีเพียงหลักฐานที่พูดไม่ได้ และหมอที่ทำหน้าที่เพื่อหยุดความโกลาหล... คุณคิดว่าความเงียบของคนตายมันน่ากลัวกว่าความโกหกของคนเป็นงั้นหรือครับ?” รวิศเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาเดินผ่านร่างที่คลุมผ้ามาหยุดยืนข้างๆ เธอ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัวเป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ “ความโกหกของคนเป็นน่ะเหรอครับ? มันไม่ใช่แค่ความน่ากลัว แต่มันคือศิลปะ... ศิลปะที่บิดเบี้ยวเพื่อซ่อนเงื่อนงำ และคุณหมอกำลังจะทำลายงานศิลปะชิ้นนั้นด้วยการผ่าพิสูจน์ตามหลักสูตร” “ฉันไม่ใช่จิตรกร ฉันคือนักวิทยาศาสตร์” เพียงขวัญตอบกลับทันควัน ก่อนจะดึงผ้าคลุมออกอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ร่างของชายวัยกลางคนที่มีรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำตรงลำคอปรากฏแก่สายตา รอยนิ้วมือนั้นชัดเจนจนแทบจะอ่านได้ว่าใครเป็นคนบีบ รวิศก้มลงมองใกล้ๆ เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับขยับเข้าไปจนไหล่แทบจะชนกัน “แรงบีบไม่สม่ำเสมอ นิ้วโป้งข้างซ้ายกดลึกกว่า... คนร้ายไม่ถนัดขวา หรือไม่ก็จงใจสลับมือเพื่ออำพราง” เพียงขวัญนิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาของเธอไหววูบเหมือนมีภาพบางอย่างซ้อนทับเข้ามาในโสตประสาท เสียงหัวใจเต้นจังหวะไม่สม่ำเสมอในอกของเธอเป็นความลับที่เธอเก็บงำไว้ใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาด “นิ้วโป้งซ้าย... ถ้าคุณสังเกตเห็นแค่นั้นก็คงยังไม่พอ” เธอหยิบปากคีบขึ้นมาแล้วคีบบางอย่างออกมาจากซอกเล็บของผู้ตาย มันคือเศษใยสังเคราะห์สีฟ้าเข้มขนาดจิ๋วที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า “ฆาตกรไม่ได้แค่บีบคอ แต่มันพยายามจะ ‘จัดฉาก’ ให้ดูเหมือนการฆ่าตัวตายในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนใจกลางคัน... คนที่ทำแบบนี้ไม่ได้ทำด้วยความโกรธ แต่ทำด้วยความลังเล” รวิศจ้องมองเพียงขวัญด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความชื่นชมในความแม่นยำของเธอแทรกซึมเข้ามาแทนที่ความเย็นชา “คุณอ่านใจคนจากแผลบนศพได้เก่งพอๆ กับที่ผมอ่านพฤติกรรมจากคำให้การเลยนะครับหมอ เพียงแต่ผมสงสัยว่า... อะไรที่ทำให้หมอนิติเวชที่ยึดถือตรรกะอย่างคุณ ยอมเชื่อเรื่อง ‘ความลังเล’ ในวินาทีสุดท้ายของฆาตกร” “ประสบการณ์ครับ” เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะก้มลงเริ่มขั้นตอนการเปิดช่องอก “ประสบการณ์สอนให้รู้ว่า ความสมบูรณ์แบบที่ตั้งใจเกินไป มักซ่อนรอยร้าวที่ใหญ่ที่สุดไว้เสมอ เหมือนกับที่คุณกำลังพยายามปิดบังอะไรบางอย่างภายใต้มาดนิ่งขรึมนั้น” รวิศหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ “เราต่างก็มีห้องเย็นในใจกันคนละห้องนะครับเพียงขวัญ คุณอาจจะดูเหมือนควบคุมทุกอย่างได้ในห้องนี้ แต่จงระวังเถอะครับ ความตายที่อยู่ใต้มีดของคุณวันนี้ อาจจะไม่ได้นอนตายอย่างสงบในแบบที่คุณเข้าใจ” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเกือบจะถึงจุดแตกหัก ขณะที่เพียงขวัญกำลังจะลงมีดกรีดผ่านผิวหนังเพื่อพิสูจน์สาเหตุการตายที่แท้จริง เสียงสัญญาณเตือนจากหน้าจอตรวจวัดค่าทางเคมีในเลือดที่เธอแอบติดตั้งไว้เป็นพิเศษก็ดังขึ้น… ไม่ใช่เสียงสัญญาณทั่วไป แต่มันคือจังหวะที่ผิดปกติอย่างร้ายแรง เพียงขวัญชะงักมือ เธอหันไปมองหน้าจอที่แสดงกราฟเส้นสีแดงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน “สารพิษชนิดนี้... มันไม่ควรจะอยู่ในระบบร่างกายของคนตายก่อนจะถูกบีบคอ” รวิศก้าวเข้าไปใกล้หน้าจอ คิ้วเข้มขมวดมุ่น “ถ้าเขามีสารพิษนี้อยู่ในตัวก่อนถูกฆ่า นั่นแปลว่าเขากำลังจะตายอยู่แล้ว แต่คนร้ายกลับ ‘รีบ’ ปิดฉากเขาด้วยการบีบคอเพื่อให้ดูเหมือนเป็นการฆาตกรรมธรรมดา... ใครกันที่กลัวว่าเขาจะตายก่อนที่จะได้สารภาพความลับบางอย่างออกมา?” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหลายคู่ก็ดังสะท้อนเข้ามาจากโถงทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่จังหวะของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทั่วไป แต่เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอและคุกคามเหมือนคนที่มาพร้อมอาวุธและอำนาจ เพียงขวัญสบตารวิศ ทันทีที่เธอรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอตัดสินใจหยิบแฟลชไดรฟ์สำรองที่เสียบไว้กับเครื่องสแกนแล้วโยนมันให้รวิศอย่างรวดเร็ว “ทางออกฉุกเฉินอยู่หลังตู้เก็บศพลำดับที่สี่... ถ้าคุณอยากรู้ความจริงมากกว่าแค่ทฤษฎี ก็จงไปจากที่นี่ซะ” ประตูห้องชันสูตรถูกกระแทกจนเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่ก้าวเข้ามา แต่ทว่า... หนึ่งในนั้นกลับเป็นบุคคลที่รวิศคุ้นเคยดีที่สุดในกรมตำรวจ ผู้ที่เคยเป็นคนสั่งการให้เขาต้องแบกรับความผิดพลาดในอดีต “วางของในมือลงซะ ทั้งคุณหมอ และคุณรวิศ” เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงพลัง “เพราะคืนนี้... ความจริงที่พวกคุณกำลังขุดคุ้ย จะกลายเป็นสุสานของพวกคุณเอง” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในเงามืดของจิตใจมนุษย์กับผมในบทที่สองนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชจำลองกับคำสารภาพที่ไม่มีอยู่จริง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%