นิติเวชจำลองกับคำสารภาพที่ไม่มีอยู่จริง•ตอนที่ 1

ศพที่ห้าในห้องทำงาน

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นของฟอร์มาลีนเจือจางในอากาศ... ทว่าสำหรับผม กลิ่นที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือกลิ่นของความตายที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ "อาจารย์ครับ... ทฤษฎีความสมบูรณ์แบบไม่ได้มีไว้เพื่อชื่นชม แต่มันมีไว้เพื่อรอวันถูกพิสูจน์" ประโยคสุดท้ายที่ 'ธันวา' เคยเอ่ยไว้ขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมในห้องทำงานของผมเมื่อสามวันก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพ ทว่าในยามนี้ ร่างของเขากลับไม่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นในฐานะลูกศิษย์ผู้ปราดเปรื่อง แต่กลับกลายเป็น 'ชิ้นงาน' ที่ถูกจัดวางอย่างจงใจจนน่าขนลุก ห้องทำงานส่วนตัวของผมที่ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับกลายเป็นฉากอาชญากรรมที่ไร้ซึ่งร่องรอยการบุกรุก ธันวานอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นพรมสีเลือดนก ตำแหน่งการวางแขนขาทำมุมฉากอย่างสมมาตร ร่างกายถูกจัดท่าทางให้เลียนแบบ 'ทฤษฎีบทการปลิดชีพ' ที่ผมเคยเขียนลงในหนังสือวิชาการเล่มที่ขายดีที่สุดของผมเมื่อห้าปีก่อน—เล่มที่ผมเคยภูมิใจ แต่บัดนี้มันเปรียบเสมือนคำสาปที่ย้อนกลับมาเชือดคอตัวเอง "รวิศ... อย่ามองแต่มุมที่เขาวางไว้" เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องดังขึ้นอย่างแผ่วเบาแต่ก้องกังวาน เพียงขวัญก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา เธอมองร่างที่ไร้วิญญาณนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาของเธอไม่มีความโศกเศร้า มีเพียงความกระหายใคร่รู้ในเชิงวิชาการตามแบบฉบับของแพทย์นิติเวชผู้ยึดถือตรรกะเป็นศาสนา ผมแค่นยิ้มที่มุมปากโดยไม่หันไปมอง "มันไม่ใช่แค่การฆาตกรรมเพียงขวัญ นี่คือจดหมายรักที่เขียนด้วยเลือดถึงผม" "คุณกำลังหลงตัวเองไปหรือเปล่า" เธอเดินผ่านร่างของธันวาไปหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของผม ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามสันหนังสือบนชั้นอย่างเชื่องช้า "หรือว่านี่คือบทลงโทษสำหรับคนที่ชอบเล่นสนุกกับความผิดบาปของคนอื่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากรรมอย่างคุณกันแน่" ผมหันไปสบตากับเธอ แววตาของเธอเยือกเย็นเหมือนแก้วคริสตัลที่แตกละเอียดอยู่ภายใน ผมรู้ดีว่าภายใต้ความนิ่งสงบนั้น เธอเองก็กำลังต่อสู้กับอาการทางจิตที่เธอพยายามซ่อนมันไว้หลังม่านของความเป็นมืออาชีพ เราทั้งคู่ต่างเป็นเหยื่อของบาดแผลที่ตัวเองสร้างขึ้น ต่างกันเพียงแค่ผมเลือกที่จะแบกมันไว้ ส่วนเธอเลือกที่จะชำแหละมันออกมาดู "ธันวาไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ และไม่ได้ตายเพราะความโกรธแค้นทั่วไป" ผมทรุดตัวลงคุกเข่าข้างศพ สวมถุงมือยางอย่างใจเย็น "ดูรอยช้ำที่ลำคอ... แรงกดไม่สม่ำเสมอ ผู้ฆ่าลังเลในวินาทีสุดท้าย แต่ในขณะเดียวกัน ก็กล้าพอที่จะจัดวางศพให้ได้องศาตามทฤษฎีของผม คนคนนี้รู้จักผมดีเกินกว่าจะเป็นคนนอก" เพียงขวัญย่อตัวลงฝั่งตรงข้าม แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าของเธอให้ดูซูบตอบลง "คุณคิดว่าเขาตายเพื่ออะไรล่ะ? เพื่อให้คุณยอมรับว่าทฤษฎีบทของคุณมันสมบูรณ์แบบจริงๆ อย่างนั้นหรือ?" "เขาตายเพื่อจะบอกผมว่า... ต่อให้ผมจะรู้ทันความคิดอาชญากรมากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่มีวันช่วยใครได้จริง" ผมยื่นมือไปเปิดปกเสื้อของธันวาออก พบรอยสักเล็กๆ ที่ข้อมือด้านใน เป็นตัวเลขชุดหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ทันใดนั้น เพียงขวัญก็โน้มตัวลงมาใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นไอของห้องผ่าตัด เธอจ้องมองรอยสักนั้นด้วยนัยน์ตาที่วูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "คุณไม่ได้เห็นแค่เลขหรอกนะรวิศ" เธอเอ่ยเสียงต่ำ กระซิบผ่านความเงียบที่กดทับ "ดูที่ก้นบึ้งของรอยสักนั่น... มันมีรอยกรีดที่เพิ่งหายได้ไม่นาน มันคือสัญลักษณ์ของ 'กลุ่มผู้พิพากษา' ที่คุณเคยพยายามจะแฉเมื่อปีก่อน" ผมชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความผิดพลาดในอดีตที่ผมเคยคิดว่าฝังกลบไปแล้วกำลังพุ่งขึ้นมาฉุดกระชากผมลงสู่หลุมเดิม "มีคนมาที่นี่ก่อนผม..." ผมพึมพำเมื่อเหลือบไปเห็นบางอย่างใต้เก้าอี้ตัวโปรดของธันวา เป็นอุปกรณ์บันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่ยังคงมีไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ ราวกับดวงตาของปีศาจที่กำลังเฝ้ามองเราอยู่ มันถูกวางไว้ในตำแหน่งที่บันทึกบทสนทนาของเราทุกคำตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก ความเงียบในห้องทำงานถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของผมที่เต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน... ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะเปิดเผยออกมาเมื่อประตูบานนี้เปิดออก ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในเงามืดของจิตใจมนุษย์กับผมในบทแรกนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชจำลองกับคำสารภาพที่ไม่มีอยู่จริง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%