"นาย... นายยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไง!?"
เสียงตะโกนนั้นสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ผิดกับภาพลักษณ์ของหน่วยจู่โจมระดับแนวหน้าแห่งกิลด์อัคคีทมิฬอย่างสิ้นเชิง
ความมืดมิดภายในดันเจี้ยนระดับ SSS ชั้นที่สิบสองถูกแทนที่ด้วยแสงสีฟ้าจางๆ จากผลึกมานาบนผนังหินผุพัง กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอับชื้นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ศรัณย์ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้ากองซากอสูรเวทมนตร์ ร่างกายของเขาสะอาดสะอ้านไร้รอยขีดข่วน แม้ว่าเมื่อครู่เขาจะเพิ่งรับมือกับฝูง "เงาทมิฬกลายพันธุ์" นับร้อยตัวด้วยมือเปล่าก็ตาม
ดึงข้อศอกกลับ ชายหนุ่มปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยความเรียบร้อย ราวกับเพิ่งเดินชมสวนดอกไม้ ไม่ใช่เพิ่งผ่านสนามรบที่แม้แต่ฮันเตอร์แรงก์ S ยังต้องถอดใจ
"มีชีวิตอยู่... คำนี้ฟังดูแปลกหูเสียจริงนะครับ" ศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเย็นเยียบจนคนที่ได้ยินต้องสันหลังวาบ "พวกคุณส่งผมลงมาเป็นเหยื่อล่อในดันเจี้ยนปิดตาย เพื่อหวังจะฮุบสมบัติระดับเทพเจ้า... คิดจริงๆ หรือครับว่าพวกเศษสวะอย่างพวกคุณ จะฝังกลบหมอคนนี้ได้ลงคอ"
ชายฉกรรจ์สวมเกราะเหล็กกล้าชั้นดีสามคน ซึ่งเป็นหน่วยสังหารลับภายใต้คำสั่งตรงของกิลด์มาสเตอร์อาชา ต่างถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังถ้ำหินเย็นเฉียบ เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก ดาบในมือสั่นเทาจนเกิดเสียงกระทบกันกริ๊กริก ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนก พวกมันรู้ดีว่าภารกิจนี้คือการเก็บกวาดความลับ แต่พวกมันไม่เคยคาดคิดเลยว่า เหยื่อที่ควรจะตายไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน จะกลายเป็นมัจจุราชที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอสูรในดันเจี้ยนเสียอีก
"แก... แกไม่ใช่ฮีลเลอร์ธรรมดา!" หัวหน้าหน่วยสังหารคำรามลอดไรฟัน พยายามรวบรวมความกล้า "ต่อให้แกจะเก่งแค่ไหน แต่การรักษาคนอื่นมันใช้มานาหมดเปลืองไม่ใช่หรือไง! แกไม่มีทางมีพลังเหลือพอจะสู้กับพวกเราหรอก!"
ศรัณย์ยิ้มรับ รอยยิ้มนั้นสุภาพเรียบร้อยและอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้ต้อนรับคนไข้ในโรงพยาบาลสมัยก่อน แต่ในสายตาของสมุนกิลด์มาสเตอร์ มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่ารอยยิ้มของยมทูตที่กำลังลับเคียว
"นั่นคือความเข้าใจผิดที่ร้ายแรงที่สุดของพวกฮันเตอร์โลภมากครับ..."
ศรัณย์ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินดังก้องกังวานในความเงียบ ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่าของฝ่ายตรงข้าม
"การเป็นฮีลเลอร์... ไม่ได้แปลว่าผมต้องคอยรักษาคนอื่นเพียงอย่างเดียวหรอกนะครับ ในเมื่อผมสามารถควบคุมเซลล์และเส้นประสาทในร่างกายมนุษย์ได้ตามใจชอบ... ทำไมผมจะทำลายมันด้วยวิธีเดียวกันไม่ได้ล่ะครับ?"
สิ้นคำพูด ร่างของศรัณย์ก็หายวับไปจากสายตา!
*ตูม!*
เสียงระเบิดทางอากาศดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมจากการเคลื่อนไหวความเร็วสูงทำให้ฝุ่นผงบนเพดานถ้ำร่วงกราว หัวหน้าหน่วยสังหารยังไม่ทันได้กระพริบตา หมัดขวาที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีทองเจิดจ้าก็กระแทกเข้าที่กลางลิ้นปี่ของลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างแม่นยำ
ไม่มีเสียงร้องโودโอย ร่างของฮันเตอร์แรงก์ A ลอยละลิ่วไปตามแรงปะทะทะลุก้อนหินขนาดใหญ่จนแตกละเอียดเป็น Jell-dust ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นแน่นิ่งไร้ลมหายใจในทันที กระดูกซี่โครงหักทะลุผิวหนัง เลือดสดๆ พุ่งทะลักนองพื้นถ้ำ
"อัก...!" สมุนคนที่เหลืออีกคนเข่าทรุดลงกับพื้น ความหวาดกลัวกัดกินจิตใจจนหมดสิ้น ความสามารถในการต่อสู้พังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับความต่างชั้นที่ราวกับฟ้ากับเหว
ศรัณย์ยืนอยู่เบื้องหน้าชายผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย เขาค่อยๆ ลดหมัดลง ปัดหยดเลือดที่กระเด็นมาโดนเสื้อเชิร์ตสีขาวอย่างเบามือ ใบหน้ายังคงเปื้อนรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความปรานี
"กลับไปบอกเจ้านายของคุณ... กิลด์มาสเตอร์อาชา..." ศรัณย์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนแจ่มแจ้งในความเงียบ
ฮันเตอร์ผู้หวาดผวาตัวสั่นเทิ้ม ดวงตาเหลือกลาน น้ำตาไหลพรากด้วยความสิ้นหวัง
"...ว่าบัญชีแค้นนี้ หมอเทวะคนนี้จะเป็นคนไปทวงคืนถึงห้องทำงานด้วยตัวเอง เตรียมตัวต้อนรับให้ดีก็แล้วกันนะครับ"
ศรัณย์สะบัดมือเบาๆ คลื่นพลังงานอ่อนโยนพุ่งเข้าใส่สมุนคนดังกล่าว ทำให้เขาสลบเหมือดไปในทันทีโดยไม่เจ็บปวด เพื่อให้สารสาสน์นี้ถูกส่งต่อไปยังเบื้องบนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ชายหนุ่มยืนมองผลงานของตนเองครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินลึกเข้าไปในดันเจี้ยนชั้นที่สิบสาม เพื่อค้นหาแก่นมานาโบราณตามเป้าหมาย
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกเดินทาง เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า... เป็นเสียงที่ไม่ได้มาจากอสูรเวทมนตร์ และไม่ใช่เสียงของมนุษย์ที่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงปรบมือดังขึ้นช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียด เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหมอกหนาของดันเจี้ยน ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยสีขาวเรียบง่าย แต่สิ่งที่ทำให้ศรัณย์ต้องชะงักฝีเท้าและหรี่ตาลงทันที คือกลิ่นอายมานาอันคุ้นเคยที่แผ่ออกมาจากตัวบุคคลปริศนานั้น... มันคือกลิ่นอายเดียวกับคนที่ควรจะอยู่ห่างจากดันเจี้ยนนี้ไปนับร้อยกิโลเมตร
"ไม่เลวเลยนี่... สมกับที่เป็นอดีตสุนัขรับใช้ที่ฉันเคยเขี่ยทิ้ง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ผู้มาเยือนค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของบุคคลที่ศรัณย์จำได้แม่นยำที่สุดในชีวิตนี้
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนหมอเทวะสายหมัดคนนี้มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 13
ศรัณย์ปะทะสมุนกิลด์มาสเตอร์
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!