หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 16

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
“คุณเชื่อเรื่องเวรกรรมไหมครับ คุณอาชา?” เสียงของศรัณย์ราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่าในห้องรับรองวีไอพีชั้นบนสุดของงานประมูลมหาพิกัด รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของกิลด์มาสเตอร์อาชากลับทำให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก อาชาไม่ได้ตอบในทันที เขาวางแก้วคริสตัลบรรจุไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่เชื่องช้า ท่วงท่าของเขาสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมของนักล่าที่ผ่านการกำจัดศัตรูมานักต่อนัก “เวรกรรมมันเป็นเรื่องของคนอ่อนแอที่ไม่มีปัญญาจัดการกับศัตรูด้วยมือตัวเองครับ คุณศรัณย์” อาชาแค่นยิ้ม แววตาของเขาเหลือบมองไปยังเหล่านักฆ่าในคราบพนักงานเสิร์ฟที่ยืนกระจายตัวอยู่รอบห้อง “และในที่แห่งนี้... ไม่มีใครอ่อนแอพอจะรอให้ฟ้าลิขิตหรอกครับ” รินรดาที่นั่งอยู่ข้างศรัณย์ขยับตัวเพียงเล็กน้อย มือของเธอวางอยู่บนด้ามมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะอย่างแนบเนียน เธอสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทว่าศรัณย์กลับทำเพียงยกจิบน้ำแร่ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับว่าอาวุธนับสิบกระบอกที่เล็งมายังเขาเป็นเพียงอุปกรณ์ตกแต่งห้อง “การประมูลครั้งนี้มี ‘ของดี’ เยอะนะครับ” ศรัณย์วางแก้วลง “ไม่ว่าจะเป็นผลึกมานาจากดันเจี้ยนระดับ S หรือแม้แต่... ชีวิตของคนที่ขวางทางคนอื่น” อาชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “คุณฉลาดกว่าที่ผมคิดไว้มาก สมแล้วที่ก้าวขึ้นมาจากจุดที่ต่ำที่สุดจนมานั่งอยู่ตรงข้ามผมได้ แต่เสียดายนะครับที่เส้นทางของคุณจะจบลงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ในงานประมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ท่ามกลางสายตาของฮันเตอร์นับพัน คุณจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย... โดยไม่มีใครตั้งคำถามถึงสาเหตุการตาย” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง ศรัณย์ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟจากแชนเดอเลียร์สะท้อนในแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “คุณวางแผนมาดีครับ สัญญาณรบกวนคลื่นมานาในห้องนี้ถูกเปิดใช้งานแล้ว พลังเวทมนตร์ของผมคงจะถูกกดไว้จนต่ำกว่าแรงก์ E สินะครับ?” ศรัณย์เอ่ยถามอย่างใจเย็น อาชาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “คุณรู้?” “ก็ผมเป็นฮีลเลอร์ที่เก่งที่สุดไม่ใช่เหรอครับ? เรื่องตรวจจับความผิดปกติของมานาในอากาศ เป็นแค่ทักษะพื้นฐานของอาชีพผมเท่านั้น” ศรัณย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกง “คุณพลาดอย่างหนึ่งนะอาชา... คุณคิดว่าผมต้องพึ่งพาพลังเวทมนตร์เพื่อที่จะหักกระดูกใครสักคนงั้นหรือ?” ทันใดนั้น ศรัณย์พุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าที่แหวกอากาศ เสียงเก้าอี้ที่ถูกผลักล้มดังสนั่นไปทั่วห้อง การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วจนนักฆ่าทั้งสี่คนที่ดักซุ่มอยู่ไม่สามารถตอบโต้ได้ทัน พนักงานเสิร์ฟที่ใกล้ที่สุดเงื้อมีดอาบยาพิษขึ้นหวังจะปาดคอเขา แต่ศรัณย์กลับเอี้ยวตัวหลบด้วยจังหวะที่สวยงาม ก่อนจะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายแล้วกระแทกสันหมัดเข้าที่ข้อพับศอกอย่างแม่นยำ *กร๊อบ!* เสียงกระดูกแตกหักดังสะท้อนท่ามกลางความตกตะลึง นักฆ่าร่างยักษ์ทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยาย ศรัณย์ไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาสะบัดเท้าเตะเข้าที่ลิ้นปี่ของนักฆ่าคนที่สองจนตัวลอยกระเด็นไปอัดติดผนังห้อง เลือดสดๆ กระฉูดออกจากปากของเป้าหมายก่อนจะหมดสติไปทันที อาชาลุกพรวดขึ้น สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไปจากความถือดีเป็นความหวาดระแวง “แก... แกไปเอาพละกำลังมหาศาลขนาดนั้นมาจากไหน! เวทมนตร์ของแกถูกปิดกั้นอยู่ไม่ใช่หรือ!” “เวทมนตร์ถูกปิดกั้น... ใช่ครับ” ศรัณย์เดินตรงไปหาอาชา ก้าวเท้าของเขามั่นคงราวกับเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม “แต่ร่างกายนี้... เลเวลนี้... และ ‘หมัด’ ของผม ไม่เคยถูกปิดกั้นด้วยกฎเกณฑ์งี่เง่าของเครื่องมือกระจอกๆ พวกนั้นหรอกครับ” รินรดาลุกขึ้นยืนข้างศรัณย์ เธอชักมีดออกมาคอยระวังหลังให้เขา สายตาของเธอมุ่งมั่น “แผนที่บอกว่าจะจัดการด้วยการประมูล... สุดท้ายคุณก็เป็นได้แค่คนขี้ขลาดที่ต้องพึ่งพาสนามพลังเหรอคะ กิลด์มาสเตอร์อาชา?” อาชาหน้าแดงฉานด้วยความโกรธ เขาชักดาบสีดำสนิทออกมาจากแหวนมิติ “ฆ่ามัน! ใครก็ได้ที่ฆ่ามันได้ข้าจะให้เงินรางวัลสิบเท่า!” เหล่านักฆ่าที่เหลืออีกหกคนต่างกระโจนเข้ามาพร้อมกัน ศรัณย์ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า เขาหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยให้มานาในร่างกายไหลเวียนไปตามกล้ามเนื้อแทนที่จะปล่อยออกมาเป็นสกิลฮีล ในจังหวะที่คมมีดจ่อคอหอย เขาหมุนตัวเตะกวาดขาจนนักฆ่าสามคนล้มระเนระนาด ก่อนจะคว้าคอเสื้อของคนหนึ่งแล้วเหวี่ยงเข้าใส่อีกคนราวกับกระสอบทราย ท่ามกลางความชุลมุน ศรัณย์ไม่ได้มองแค่คู่ต่อสู้ตรงหน้า เขากำลังสังเกตท่าทีของอาชาที่พยายามถอยห่างไปทางประตูฉุกเฉิน ศรัณย์รู้ดีว่าหากปล่อยให้อาชาหนีไปได้ กิลด์ของเขาจะเจอศึกหนักในวันรุ่งขึ้นแน่นอน ศรัณย์ก้าวข้ามร่างของนักฆ่าที่นอนจมกองเลือดมาหยุดอยู่เบื้องหน้าอาชา ความเร็วของเขาเหนือกว่าทุกคนในห้องจนอาชาไม่อาจยกดาบขึ้นป้องกันได้ทัน ศรัณย์คว้าคอเสื้อของอาชาแล้วกดลงกับผนังแรงจนผนังห้องประมูลที่ทำจากหินอ่อนราคาแพงร้าวเป็นวงกว้าง “การประมูลครั้งนี้ยังไม่จบนะครับ” ศรัณย์กระซิบข้างหูของอาชา น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบยิ่งกว่าความตาย “เพราะของชิ้นสุดท้ายที่ผมจะประมูล... คือชีวิตของคุณ” อาชาพยายามดิ้นรน แต่แรงมหาศาลจากมือของศรัณย์ทำให้เขาแทบขาดใจตาย ทว่าในวินาทีที่ศรัณย์กำลังจะลงมือเผด็จศึก เสียงปรบมือดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประมูล เป็นจังหวะที่เชื่องช้า เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้แม้แต่ศรัณย์ยังต้องชะงัก "น่าประทับใจจริงๆ ครับ... คุณศรัณย์ ไม่เสียแรงที่ผมรอคอยมานานขนาดนี้" ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มเดินออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขามีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างหนึ่ง แต่แววตาที่เหลืออยู่กลับดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าใครที่ศรัณย์เคยพบมา เขาไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น 'เงา' ของสมาพันธ์ฮันเตอร์ผู้ซึ่งเป็นคนอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของกิลด์เก่าของศรัณย์เมื่อปีก่อน ศรัณย์ค่อยๆ ปล่อยมือจากคอเสื้อของอาชา สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความระมัดระวังสูงสุด "คุณ... คนที่ผมคิดว่าจะต้องเจอกันในดันเจี้ยนชั้นลึกสุดเท่านั้น" ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะโยนเอกสารบางอย่างลงบนโต๊ะกลางห้อง "งานประมูลจบลงแล้วครับ แต่การ ‘ชำระล้าง’ ของจริง... กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกสามนาทีข้างหน้า และผมเกรงว่าเป้าหมายของคนทั้งกิลด์ในที่นี้... ไม่ใช่คุณอาชาคนเดียว แต่มันคือคุณ... ศรัณย์" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหมอเทวะคนนี้เสมอมานะครับครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%