“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อประมูลสมบัติหรอกครับ... คุณมาที่นี่เพื่อเป็นสมบัติ”
เสียงทุ้มต่ำของศรัณย์ดังก้องท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องโถงจัดงาน เอกสารบนโต๊ะใบนั้นเปื้อนรอยเลือดจางๆ มันคือหลักฐานการโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของดันเจี้ยนระดับ S ซึ่งกิลด์มาสเตอร์อาชาแอบขายให้กับองค์กรใต้ดินเพื่อแลกกับอำนาจล้นฟ้า
อาชาแค่นยิ้ม ดวงตาที่เคยดูสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูเหล็กกล้าทั้งสี่ทิศของห้องโถงก็ถูกปิดตาย ฮันเตอร์ระดับสูงนับสิบชีวิตก้าวออกมาจากเงามืด แต่ละคนพกพาไอสังหารที่หนาแน่นจนอากาศรอบข้างแทบจะกลายเป็นของแข็ง
“รู้ดีเกินไปก็อายุสั้นนะศรัณย์” อาชาเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน ปรับปกเสื้อสูทให้เข้าที่ “พวกแกทุกคน... จัดการเขาซะ อย่าให้เหลือแม้แต่เศษเนื้อ ผมต้องการแค่ 'ค่าพลังงาน' ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขา”
รินรดาที่ยืนอยู่ข้างศรัณย์ขยับมือไปที่ด้ามดาบของเธออย่างแผ่วเบา เธอกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย “ศรัณย์... พวกมันมีเครื่องตัดวงจรมานาอยู่รอบห้องนี้ เราใช้เวทมนตร์ฮีลไม่ได้ และคุณจะใช้สกิลบัฟเสริมพลังไม่ได้เช่นกัน”
ศรัณย์ไม่ได้แสดงอาการวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย เขาถอดเสื้อนอกออก พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นรอยสักรูปรูนส์ที่ส่องแสงสีฟ้าจางๆ ตามเส้นเลือดที่แขน เขาไม่ได้มองไปที่เหล่าฮันเตอร์ที่ล้อมกรอบเข้ามาเลย แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่อาชาด้วยความสมเพช
“ริน... กฎของการเป็นฮีลเลอร์คืออะไรจำได้ไหมครับ?”
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ช่วยชีวิตคนสำคัญ... และทำลายล้างสิ่งที่คุกคามชีวิตนั้น”
“ผิดครับ” ศรัณย์ยิ้มที่มุมปาก “กฎข้อแรกคือ... ถ้าศัตรูตาย เราก็ไม่ต้องฮีลใคร”
ร่างของฮันเตอร์สายแทงก์ร่างยักษ์พุ่งเข้าใส่ศรัณย์เป็นคนแรก มันเงื้อหมัดที่เสริมด้วยแร่เหล็กกล้าหมายจะบดขยี้กระดูกของชายหนุ่มให้แหลกละเอียด ทว่า ในจังหวะที่หมัดนั้นห่างจากใบหน้าศรัณย์เพียงคืบ ศรัณย์กลับไม่ได้หลบ เขาเพียงแค่เอียงตัวเล็กน้อยแล้วปล่อยหมัดสวนกลับไปที่กึ่งกลางหน้าอกของอีกฝ่าย
*เปรี้ยง!*
ไม่ใช่เสียงการปะทะธรรมดา แต่มันคือเสียงกระดูกซี่โครงที่แตกละเอียดพร้อมกับแรงอัดอากาศที่ทำให้พื้นปูนใต้เท้าของฮันเตอร์ยักษ์แตกร้าว ร่างมหึมาปลิวไปกระแทกกับกำแพงจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของมันทันที
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกคนในห้องตะลึงงัน ฮันเตอร์ระดับสูงที่ว่าแข็งแกร่งกลับพ่ายแพ้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวโดยมนุษย์ที่อาชีพหลักคือ 'หมอ'
“นี่คือ 'หมัดศรัทธาแห่งความตาย' ครับ” ศรัณย์กล่าวพลางสะบัดมือเบาๆ เลือดหยดหนึ่งกระเด็นลงบนพื้น “พวกคุณคิดว่าพลังของฮีลเลอร์คือการสนับสนุนงั้นหรือ? ผิดถนัด... พลังที่ใช้ 'รักษา' ได้ ก็ย่อมใช้ 'ฉีกกระชาก' ได้เหมือนกัน”
อาชาเริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไป เขาตะโกนสั่ง “อย่าไปกลัวมัน! เข้าไปพร้อมกันทั้งหมด! ใครฆ่ามันได้ ผมให้สิทธิ์เข้าถึงคลังแสงกิลด์ได้ตลอดชีพ!”
เหล่าฮันเตอร์ที่เหลือดั่งฝูงหมาป่าหิวโหย พวกมันพุ่งเข้าใส่ศรัณย์จากทุกทิศทาง ศรัณย์ไม่ได้ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขากลับพุ่งเข้าสู่ใจกลางวงล้อม ท่วงท่าของเขาไม่ได้พลิ้วไหวสวยงามเหมือนนักสู้ศิลปะการต่อสู้ แต่มันเต็มไปด้วยความแม่นยำ ทุกการเหวี่ยงหมัดคือการเล็งไปยังจุดตายของร่างกายมนุษย์ ทุกศอกและเข่าคือการปิดฉากความสามารถของฮันเตอร์แต่ละคน
รินรดาเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความทึ่ง เธอเห็นศรัณย์ใช้มานาที่เหลืออยู่น้อยนิดไหลเวียนไปที่จุดรับแรงกระแทก แทนที่จะใช้รักษา เขากลับใช้อัดเข้าใส่กล้ามเนื้อคู่ต่อสู้ ทำให้กล้ามเนื้อของพวกมันฉีกขาดในพริบตา
“อาชาครับ...” ศรัณย์ก้าวข้ามร่างฮันเตอร์ที่นอนกองอยู่บนพื้น เสียงรองเท้าหนังของเขากระทบพื้นหินดังก้องไปทั่ว “คุณเคยได้ยินเรื่อง 'ยาพิษที่อาบด้วยน้ำผึ้ง' ไหมครับ?”
อาชาถอยหลังไปจนชนกับโต๊ะประมูล มือของเขาสั่นระริกขณะหยิบอาวุธระดับตำนานออกมา “แกมันไม่ใช่คน... แกมันปีศาจ!”
“ผมเป็นหมอครับ... หมอที่รู้จักวิธีทำให้คุณเจ็บปวดได้นานที่สุด โดยที่ไม่มีวันตาย” ศรัณย์ก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทเหมือนหลุมศพ “เอกสารพวกนั้นที่คุณโยนมาน่ะ... มันไม่ใช่แค่รายชื่อเหยื่อ แต่เป็นสัญญาขายวิญญาณที่คุณเซ็นชื่อลงไปเองต่างหาก”
ศรัณย์ยกมือขึ้นเหนือศีรษะของอาชา ออร่าสีแดงเข้มค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนที่เขาจะกดนิ้วลงไปที่จุดชีพจรที่คอของอาชา
“ตอนนี้... ถึงเวลาชำระล้างแล้วครับ”
อาชาเบิกตากว้าง ร่างกายของเขาสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน เขาพยายามจะกรีดร้องแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ศรัณย์ไม่ได้ฆ่าเขาในทันที แต่เขากำลังใช้สกิล 'รีเซ็ตเลเวล' ซึ่งเป็นสกิลลับของฮีลเลอร์ที่สามารถย้อนคืนประสบการณ์ทั้งหมดของฮันเตอร์ให้กลายเป็นศูนย์
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้าศรัณย์ พร้อมกับข้อความที่ทำให้เขาต้องชะงัก
[แจ้งเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงของระบบ - ความทรงจำของเป้าหมายกำลังถูกลบโดยหน่วยงานภายนอก]
[คำเตือน: หากคุณหยุดตอนนี้ คุณจะกลายเป็นศัตรูของ 'ผู้อยู่เบื้องหลัง' ทันที]
ศรัณย์หรี่ตาลง เขารู้สึกได้ถึงไอสังหารใหม่ที่กำลังพุ่งตรงมายังห้องนี้จากความมืดมิดเบื้องหลังกำแพง ประตูลับที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก พร้อมกับร่างของชายในชุดคลุมสีเงินที่เดินออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่งเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ธรรมดา
“มือหมอ... อย่าได้แตะต้องหมากตัวนี้เลยครับ” เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงพลังจนรินรดาถึงกับเข่าทรุด
ศรัณย์หันไปมอง พร้อมกับรอยยิ้มที่โหดเหี้ยมกว่าเดิม “หมออย่างผม... ก็ชอบรักษาคนไข้ที่ดื้อรั้นเหมือนกันครับ... โดยเฉพาะคนไข้ที่ชอบแอบซ่อนอยู่ในความมืด”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหมอเทวะแรงก์ SSS นะครับ
หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 17
ลานประลองเลือด
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!