“ถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้โดยไม่มีตรากิลด์แปะอยู่บนหน้าอก ชีวิตของคุณในสมาคมฮันเตอร์จะจบลงภายในไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงครับ คุณรินรดา”
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องประชุมขนาดเล็กภายในอาคารสำนักงานเก่าคร่ำคร่า แสงไฟนีออนเหนือหัวกะพริบถี่ๆ ส่งเสียงครางหึ่งเหมือนกับแมลงที่กำลังจะตาย นิ้วของผมเคาะลงบนโต๊ะไม้ที่ผุกร่อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในขณะที่ดวงตาคู่คมของรินรดาจ้องมองผมราวกับกำลังพยายามอ่านรหัสลับในดวงตาของผม
รินรดาพ่นลมหายใจออกทางจมูก เธอยกขาไขว้ห้างอย่างมั่นคง กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงตัดกับกลิ่นอับชื้นของสถานที่แห่งนี้ “คุณพูดเหมือนกับว่ามีคนจ้องจะเด็ดหัวเราทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา ศรัณย์ คุณมั่นใจแค่ไหนว่าไอ้ชื่อ ‘โรงพยาบาลนรก’ ที่คุณตั้งเนี่ย มันจะไม่ทำให้กิลด์ระดับท็อปหัวเราะเยาะเราจนฟันร่วง?”
“ความเกรงขามไม่ได้มาจากชื่อที่ฟังดูยิ่งใหญ่หรอกครับ แต่มันมาจากผลลัพธ์” ผมลุกขึ้นยืน ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนจนแน่นตึงภายใต้ชุดกาวน์สีขาวที่ดัดแปลงเป็นชุดเกราะยุทธภัณฑ์เบาขยับไหว “กิลด์มาสเตอร์อาชาคิดว่าเขาถือไพ่เหนือกว่า เพราะเขากุมความลับเรื่องบอสที่แท้จริงในดันเจี้ยนไว้ แต่เขาพลาดไปอย่างหนึ่ง...”
ผมเดินไปหยุดที่หน้าหน้าต่างบานแคบ มองออกไปเห็นป้ายไฟนีออนของตึกกิลด์อาชาที่สว่างไสวเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมือง
“เขาไม่รู้ว่าบอสตัวนั้นไม่ได้รอให้ใครไปจัดการ แต่มันกำลังรอให้ ‘อาหาร’ เดินเข้าไปหามันต่างหาก และผมก็เป็นคนเดียวที่รู้ว่าต้องใช้ ‘ยา’ ชนิดไหนถึงจะเปลี่ยนภัยพิบัติให้กลายเป็นสมบัติได้”
รินรดาหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา เซ็นชื่อลงในเอกสารจดทะเบียนกิลด์อย่างเด็ดเดี่ยว “งั้นเราก็มีกันแค่สองคน? ฮีลเลอร์ที่ต่อยเจ็บที่สุดในปฐพี กับฮันเตอร์แรงก์ A ที่เกือบจะตกอับเพราะเลือกอยู่ข้างผิดคนเนี่ยนะ?”
“สองคนนี้แหละครับที่จะทำให้คนทั้งเมืองต้องเปลี่ยนวิธีเรียกกิลด์มาสเตอร์อาชา จาก ‘ผู้ปกครอง’ ให้กลายเป็น ‘ผู้หลบหนี’” ผมยิ้มมุมปาก ความเย็นชาในแววตาจางหายไปแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า “ไปเตรียมตัวเถอะครับ เรามีนัดสำคัญที่ต้องไปเคลียร์กับพวกสุนัขรับใช้ของอาชาที่ทางเข้าดันเจี้ยนชั้นล่างตอนเที่ยงคืนนี้”
...
บรรยากาศหน้าดันเจี้ยนชั้นล่างในยามค่ำคืนเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น แต่ความเงียบนั้นกลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายของเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท ฮันเตอร์จากกิลด์อาชากว่าสิบชีวิตยืนดักหน้าทางเข้า พวกมันแต่งกายด้วยชุดเกราะชั้นดี ตราสัญลักษณ์ม้าศึกสีทองบนหน้าอกดูโอหังและทรงพลัง
“มาสายนะครับหมอ” หัวหน้าหน่วยตรวจการของกิลด์อาชาแสยะยิ้ม มันควงดาบยาวในมือเล่นอย่างใจเย็น “หัวหน้าบอกไว้ว่า ถ้าเห็นหน้าแกสองคน ให้ทิ้งร่างไว้หน้าดันเจี้ยนเป็นของประดับ ส่วนรินรดาน่ะเหรอ... พวกเรามีตำแหน่งว่างให้เธอในห้องนอนของหัวหน้าพอดี”
รินรดาขยับตัวจะพุ่งเข้าไป แต่ผมยื่นแขนขวางเธอไว้ด้วยความนิ่งเฉย
“คำพูดเมื่อครู่มีราคาสูงนะครับ” ผมก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นดังสะท้อนก้อง “ผมหมอเทวะแห่งโรงพยาบาลนรก ขอสั่งให้พวกคุณคุกเข่าลงเสียตอนนี้ ก่อนที่การรักษาแบบฉุกเฉินของผมจะทำให้พวกคุณไม่ได้กลับไปเห็นหน้าครอบครัวอีก”
“ฮ่าๆๆ! ได้ยินไหมพวกเรา! มันจะรักษ—อั่ก!”
ยังไม่ทันขาดคำ ผมย่อตัวลงแล้วพุ่งตัวเข้าหาระยะประชิด ความเร็วเหนือระดับที่ฮันเตอร์ทั่วไปจะมองทัน หมัดขวาของผมซัดเข้าที่กะบังลมของหัวหน้าหน่วยอย่างจัง แรงปะทะมหาศาลทำให้เสียงลมหายใจของมันขาดห้วงไปทันที ร่างของฮันเตอร์แรงก์ B กระเด็นทะลุแท่นหินด้านหลังจนแตกร้าว เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาจากปากของมันขณะที่มันทรุดลงกองกับพื้น
“คนแรก...” ผมเอ่ยเสียงเรียบพลางสะบัดมือเบาๆ ราวกับเพิ่งปัดฝุ่นออกจากเสื้อ
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที ฮันเตอร์คนอื่นๆ ต่างกรูกันเข้ามาด้วยความโกรธแค้น แต่นั่นคือความผิดพลาดมหันต์ รินรดาชักดาบยาวคู่กายออกมา การเคลื่อนไหวของเธอพริ้วไหวราวกับสายน้ำที่แฝงไปด้วยคมมีด ผมเปลี่ยนบทบาทเป็นฮีลเลอร์ซัพพอร์ต แต่ไม่ใช่การฮีลเพื่อรักษาชีวิต... ผมใช้พลังเวท ‘หมัดแสงเทวะ’ เสริมพลังให้รินรดา ทุกการฟาดฟันของเธอหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ
เพียงสิบนาที พื้นที่หน้าดันเจี้ยนก็เต็มไปด้วยร่างของฮันเตอร์จากกิลด์อาชาที่นอนกองรวมกัน ผมเดินเข้าไปหาหัวหน้าหน่วยที่กำลังคลานหนีด้วยความหวาดกลัว ผมวางมือบนไหล่ของมัน พลังแสงสีทองไหลผ่านเข้าสู่ร่างมัน ไม่ใช่เพื่อฮีล แต่มันคือการ ‘ล้างสมอง’ ด้วยความเจ็บปวดระดับเส้นประสาท
“กลับไปบอกกิลด์มาสเตอร์ของแก...” ผมกระซิบข้างหูมันขณะที่ดวงตาของผมเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบ “ว่าโรงพยาบาลนรกเปิดให้บริการแล้ว และลูกค้าคนแรกที่เราอยากจะรักษาก็คือ... ตัวเขาเอง”
รินรดาเดินเข้ามาข้างหลังผม สายตาของเธอมองเห็นบางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปในความมืดของดันเจี้ยน
“ศรัณย์... ดูนั่นสิ” เธอชี้ไปที่ทางเข้าดันเจี้ยนที่มีไอหมอกสีดำมืดมิดพวยพุ่งออกมา มันไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่มันคือ ‘รอยแยกมิติ’ ที่กำลังขยายตัวอย่างผิดปกติ
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ฟังดูไม่เหมือนเสียงของมนุษย์หรือสัตว์อสูรชนิดใดที่ผมเคยรู้จัก ก็ดังสะท้อนออกมาจากความมืดนั้น มันเป็นเสียงที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดยังต้องตัวสั่นสะท้าน และร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ก็ก้าวออกมาจากเงามืดนั้น พร้อมกับถือใบประกาศจับที่มีรูปใบหน้าของผมแปะอยู่... แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือตราสัญลักษณ์ที่อกซ้ายของคนผู้นั้น มันไม่ใช่ของกิลด์อาชา แต่มันคือตราประทับของ ‘สมาคมฮันเตอร์ระดับสากล’ ที่ประกาศว่าผมเป็นอาชญากรระดับ SSS ที่ต้องถูกกำจัดทิ้งในทันที!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางของหมอเทวะแรงก์ SSS มาจนถึงจุดที่ความลับกำลังถูกเปิดเผยครับ!
หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 6
ก่อตั้งกิลด์ 'โรงพยาบาลนรก'
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!