หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 23

เผชิญหน้าจอมมารจำแลง

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
"อย่าได้พยายามมองหาความเมตตาในแววตาของสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น 'ขยะรีไซเคิล' เลยครับ คุณศรัณย์" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นดังก้องอยู่ในโถงกว้างของดันเจี้ยนชั้นลึก กลิ่นอายของเลือดเก่าคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นโอโซนจากเวทมนตร์ที่เพิ่งถูกปลดปล่อย ร่างของ 'กิลด์มาสเตอร์อาชา' ในชุดเกราะทองคำประณีตบัดนี้เริ่มบิดเบี้ยว ผิวหนังที่เคยดูภูมิฐานราวกับท่านผู้นำกิลด์อันดับหนึ่งเริ่มปริแตก เผยให้เห็นเส้นใยสีดำคล้ายสายเคเบิลมหาศาลที่ขดตัวอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ศรัณย์กระชับถุงมือฮีลเลอร์สีขาวสะอาดในมือจนเกิดเสียงเสียดสีของหนัง ความร้อนจากมานาในร่างเขาพุ่งพล่าน สวนทางกับอุณหภูมิในห้องที่ลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอ "ฮันเตอร์ทดลอง... พวกที่น่าจะถูกกวาดล้างไปตั้งแต่เหตุการณ์หายนะเมื่อสิบปีก่อน" ศรัณย์กล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบจดจ้องไปที่ร่างที่กำลังเปลี่ยนรูปร่างอย่างไม่ลดละ "ผมไม่ยักรู้ว่า 'อาชา' ผู้ทรงเกียรติ จะเป็นเพียงชิ้นส่วนอะไหล่ที่เหลือรอดมาจากถังขยะของสมาคม" อาชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นฟังดูเหมือนเครื่องจักรที่เฟืองเกียร์กำลังขัดข้อง ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นจนชุดเกราะทองคำแตกละเอียด เศษโลหะมีค่าร่วงกราวลงพื้นราวกับสายฝน สิ่งที่เหลืออยู่ตรงหน้าศรัณย์คืออสูรกายร่างยักษ์ที่มีผิวหนังเป็นโลหะไหลวนราวกับปรอท และดวงตาสีแดงฉานที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ "ขยะงั้นหรือ?" อาชาแสยะยิ้ม กรามของมันอ้ากว้างจนเห็นกลไกเฟืองเหล็กด้านใน "ขยะเหล่านี้แหละครับที่กำลังจะย่อยสลายฮีลเลอร์ที่เก่งที่สุดให้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงดันเจี้ยนชั้น SSS อย่างคุณ" รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังศรัณย์สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน เธอกระชับมีดสั้นในมือแน่น แต่แววตาไม่ได้แสดงถึงความหวาดกลัว เธอเป็นมือขวาของศรัณย์ เธอรู้ดีว่าในวินาทีที่ศรัณย์ขยับร่างกาย นั่นหมายถึงการตัดสินใจครั้งสุดท้าย "ศรัณย์... ระวังหน่อย มันไม่ใช่ฮันเตอร์ธรรมดาแล้ว ตอนนี้ค่าพลังงานของมันทะลุขีดจำกัดเครื่องวัดไปแล้วครับ" รินรดากระซิบ สองเท้าของเธอขยับไปอยู่ในตำแหน่งสนับสนุนอย่างเงียบเชียบ ศรัณย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึก จิตสังหารที่เขาสั่งสมมาจากการผ่านความเป็นความตายในดันเจี้ยนนับร้อยครั้งถูกรีดเค้นออกมาจนเกิดเป็นละอองแสงสีทองจางๆ รอบตัว ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตไม่ได้หยิบอาวุธใดๆ ออกมา นอกจากกำปั้นที่ห่อหุ้มด้วยมานาแห่งการรักษาขั้นสูงสุด "ถ้าร่างกายคุณเป็นแค่เครื่องจักร... ผมก็แค่ต้อง 'รักษา' ให้คุณพังทลายลงไปจนถึงชิ้นส่วนสุดท้าย" ศรัณย์พุ่งตัวออกไปราวกับกระสุนปืน พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นวงกว้างในชั่วพริบตา อาชาคำรามลั่นก่อนจะฟาดฝ่ามือเหล็กเข้าใส่ แต่ศรัณย์กลับอาศัยจังหวะที่เหลื่อมล้ำเพียงเสี้ยววินาที เบี่ยงตัวหลบและส่งหมัดขวาตรงเข้าที่กลางอกของอสูรกาย *ปัง!* เสียงปะทะดังสนั่นราวกับเสียงระเบิดของนิวเคลียร์ คลื่นกระแทกซัดจนผนังดันเจี้ยนสั่นสะเทือน ร่างของอาชาถูกผลักกระเด็นไปกระแทกกับเสาหินจนทะลุ แต่สิ่งที่ทำให้ศรัณย์ต้องขมวดคิ้วคือ... เลือดสีดำที่ไหลออกมาจากร่างนั้น ไม่ได้บ่งบอกถึงความเจ็บปวด แต่มันกลับกำลังซ่อมแซมตัวเองอย่างรวดเร็ว "พลังในการรักษาของผม... คือการสร้างเซลล์ใหม่" อาชายืนขึ้น ปัดฝุ่นออกจากอกด้วยท่าทีเนือยๆ "ถ้าคุณต่อยแรงกว่านี้อีกสักร้อยเท่า บางทีผมอาจจะรู้สึกว่ากำลังถูก 'รักษา' อยู่ก็ได้นะครับ" รินรดาสบถเบาๆ "บ้าจริง มันมีสกิลฟื้นฟูอัตโนมัติที่เชื่อมต่อกับแกนกลางดันเจี้ยนด้วย!" ศรัณย์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกกว่าเดิม "อ๋อ... เข้าใจแล้วครับ" เขาสะบัดมือเบาๆ มานาสีทองเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเข้มข้น ดั่งสีของเลือดที่ผ่านการกรองจนเหลือเพียงพลังแห่งการทำลายล้าง "ถ้าการรักษาที่รวดเร็วเกินไปมันทำให้คุณรู้สึกไม่ทรมาน งั้นผมจะเปลี่ยนวิธี... ผมจะฮีลคุณด้วย 'พิษแห่งความเสื่อมสลาย' แทน" ศรัณย์พุ่งตัวเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ใช้เพียงกำลังกาย แต่ใช้พลังมานาที่แทรกซึมผ่านทุกอนูอากาศ แต่ในจังหวะที่หมัดของศรัณย์กำลังจะปะทะกับใบหน้าของอสูรกาย ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่ควรจะอยู่ที่กิลด์หลักกลับปรากฏตัวขึ้นกลางวงปะทะ "หยุดก่อนครับ คุณหมอ" เสียงนั้นเยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างประหลาด ร่างที่สวมฮู้ดสีดำสนิทก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ มือข้างหนึ่งคว้าหมัดของศรัณย์ไว้ได้อย่างง่ายดาย แรงปะทะที่ควรจะถล่มดันเจี้ยนหายไปราวกับถูกดูดกลืนด้วยหลุมดำ ศรัณย์ชะงัก สายตาเพ่งมองไปยังใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ด ก่อนจะพบความจริงที่ทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ "คุณ... ยังไม่ตาย?" ร่างนั้นเปิดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ศรัณย์จำได้แม่นยำที่สุดในฐานะเพื่อนสนิทที่ถูกประกาศว่าตายไปแล้วในกิลด์เมื่อสามปีก่อน ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับมีสัญลักษณ์ของ 'ระบบผู้สร้าง' ประทับอยู่ แทนที่จะเป็นดวงตาของมนุษย์ "ผมตายไปนานแล้วครับศรัณย์" ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มอย่างอาดูร "แต่ในฐานะ 'ผู้ตรวจสอบ' ของดันเจี้ยนแห่งนี้ ผมมาเพื่อบอกคุณว่า... อาชาไม่ใช่ศัตรูคนสุดท้ายหรอกครับ แต่เป็นผม... ที่ถูกเลือกให้มาจบชีวิตคุณในวันนี้" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมากับผมจนถึงตอนนี้ และขอให้เตรียมใจไว้ให้ดี เพราะตอนต่อไปความจริงจะทำให้คุณคาดไม่ถึงเลยครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%