หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 24

ศึกตัดสินศักดิ์ศรี

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
"คำพูดของคุณฟังดูเหมือนคำตัดสินจากศาลเตี้ยนะครับ... แต่ขอโทษที ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำพิพากษา" ผมแค่นยิ้ม มุมปากกระตุกขึ้นเพียงเล็กน้อยขณะที่บรรยากาศรอบกายเริ่มสั่นสะเทือน ดันเจี้ยนชั้นลึกที่ควรจะเงียบสงัดกลับกึกก้องด้วยเสียงการบดขยี้ของมวลอากาศ ชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผม—'ผู้ตรวจสอบ' อดีตตำนานที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว—กำลังปลดปล่อยแรงกดดันระดับหายนะออกมาจนพื้นหินที่เท้าเรายืนอยู่แตกร้าวเป็นวงกว้าง เขาสวมชุดคลุมสีเทาหม่น ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งกิเลส แต่มันกลับแฝงไปด้วยความตายที่เข้มข้นจนผมสัมผัสได้ถึงเส้นเลือดในกายที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะของภัยคุกคาม "คุณไม่ได้ถูกเลือกให้มาจบชีวิตผมหรอกครับ" ผมก้าวเท้าไปข้างหน้าช้าๆ ถอดถุงมือสีขาวที่เปื้อนคราบเขม่าจากการต่อสู้ครั้งก่อนออกอย่างใจเย็น "เพราะวันนี้... ผมจะเป็นคนเขียนบทสรุปใหม่ด้วยมือของผมเอง" ทันใดนั้น ร่างของผู้ตรวจสอบก็เลือนหายไปเหมือนหมอกควัน ผมไม่รอช้า สัญชาตญาณในฐานะหมอที่เคยผ่าตัดความตายมานับครั้งไม่ถ้วนสั่งให้ผมบิดตัวหลบตามองศาที่แคบที่สุด แรงปะทะจากฝ่ามือของเขาเฉียดแก้มผมไปเพียงเสี้ยววินาที แต่ความร้อนแรงที่แผ่ออกมานั้นทำเอาผิวหนังผมไหม้เกรียม *เปรี้ยง!* เสาหินขนาดมหึมาด้านหลังผมระเบิดออกทันทีที่ถูกลมจากหมัดนั้นเข้าปะทะ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ของมนุษย์ แต่มันคือการแลกเปลี่ยนหมัดของเทพเจ้าที่พร้อมจะทำลายเมืองทั้งเมืองให้ราบคาบ "ทำไมถึงดื้อรั้นนักนะศรัณย์?" เสียงของเขาดังขึ้นข้างหูผมราวกับภูตผี "ฮีลเลอร์ที่ใช้หมัดพิฆาต... กฎของโลกนี้มันไม่ได้สร้างมาให้แกอยู่รอดหรอก" ผมไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด แต่ตัดสินใจเปิดใช้งานสกิลลับที่ผมซ่อนไว้ก้นบึ้งของระบบ **[เนตรเทพเทวะ: สภาวะเร่งเร้า]** โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวดำ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาสโลว์ลงจนผมมองเห็นรอยแตกบนชุดเกราะที่สั่นไหว ผมไม่ได้ร่ายเวทฮีลเพื่อรักษาบาดแผล แต่ผมร่ายเวท **[ชำระล้างปราณ: อัดแน่น]** ลงบนหมัดขวาของตัวเอง เส้นเลือดดำเด่นชัดขึ้นใต้ผิวหนัง พลังงานมหาศาลถูกอัดเข้าไปในหมัดที่ธรรมดาที่สุด แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับแบกน้ำหนักของดวงดาวเอาไว้ "กฎน่ะเหรอครับ?" ผมสวนหมัดขวาออกไปเต็มแรง "ผมเป็นคนกำหนดกฎที่นี่... โดยเฉพาะกฎที่ว่าจะส่งใครลงนรกก่อนกัน!" *โครม!* คลื่นกระแทกจากการปะทะกันกวาดเอาเศษซากหินดันเจี้ยนปลิวว่อนไปทั่วรัศมีหลายร้อยเมตร ร่างของผู้ตรวจสอบถูกกระแทกจนกระเด็นไปปะทะกับกำแพงดันเจี้ยนจนทะลุเป็นรูโหว่ใหญ่ ผมไม่ได้ให้โอกาสเขาตั้งตัว ร่างกายของผมเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณฮันเตอร์สายหมัด ทะยานตามเข้าไปในความมืดมิดของรูโหว่นั้น รินรดาที่คอยดูอยู่ห่างๆ สั่งการผ่านวิทยุสื่อสาร เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงความเด็ดขาด "ศรัณย์! ระวังข้างบน! พลังงานเขาสูงขึ้นเกินระดับ SSS แล้ว ดันเจี้ยนกำลังจะถล่ม ถ้าคุณไม่หยุดมัน เราจะตายกันหมด!" "ไม่ต้องห่วงริน!" ผมตะโกนกลับไปในขณะที่กำลังแลกหมัดกับผู้ตรวจสอบนับร้อยครั้งในชั่วพริบตา "เก็บรวบรวมแกนพลังงานให้พร้อม ถ้าผมล้มเขาได้ คุณต้องเป็นคนปิดดันเจี้ยนนี้ทันที!" การต่อสู้ดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนใบหน้าผม รสเค็มปร่าของมันไม่ได้ทำให้ผมย่อท้อ แต่กลับยิ่งกระตุ้นความดุดันในสายเลือด ผู้ตรวจสอบเริ่มแสดงสีหน้าตื่นตระหนก เขาไม่คิดว่าฮีลเลอร์คนหนึ่งจะสามารถทนต่อแรงกดดันระดับนี้ได้นานขนาดนี้ "เจ้าไม่ใช่มนุษย์!" เขาคำรามพลางควักอาวุธระดับตำนานออกมาจากความว่างเปล่า มันคือดาบแห่งการลบเลือนที่สามารถตัดได้แม้กระทั่งวิญญาณ "ผมเป็นแค่หมอครับ" ผมแค่นยิ้ม เลือดไหลเข้าตาจนพร่ามัว แต่ผมยังคงมั่นคงในท่วงท่า "หมอที่ตัดสินใจแล้วว่า... จะรักษาโลกนี้ด้วยการกำจัดพวกขยะที่พยายามจะทำลายมัน" ผมรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายไว้ที่ปลายนิ้ว ชี้ไปยังจุดศูนย์รวมพลังงานของดันเจี้ยนที่ผมอ่านค่าได้จากระบบ **[จุดบอดแห่งโชคชะตา]** แล้วใช้หมัดซัดเข้าที่จุดนั้นอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยทำมา พลังมหาศาลทะลักออกมาจนแสบตา ดันเจี้ยนเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ผนังถ้ำแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ผู้ตรวจสอบล้มลงคุกเข่าต่อหน้าผม ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความร้าวรานและรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว เขามองมาที่ผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาของผู้ล่าอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งมองเห็นความหวังอันริบหรี่ "ในที่สุด... ก็มีคนทำได้สักที" เขาพึมพำ ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆ สลายกลายเป็นฝุ่นผง "ศรัณย์... ระวัง... กิลด์มาสเตอร์อาชาไม่ได้มาที่นี่คนเดียว... พวกมัน..." คำพูดนั้นยังไม่ทันขาดคำ พื้นดินใต้เท้าผมก็ยุบตัวลงอย่างกระทันหัน ท้องฟ้าของดันเจี้ยนที่ควรจะเป็นหินแข็งกลับเผยให้เห็นเงาดำทะมึนของเรือเหาะรบหลายสิบลำที่ลอยลำอยู่เหนือยอดเขา อาชายืนอยู่บนหัวเรือเหาะนั้น ในมือของเขาไม่ได้ถือดาบ แต่มันคือปืนใหญ่เวทมนตร์ขนาดมหึมาที่กำลังชาร์จพลังงานสีม่วงคล้ำใส่ตัวผมโดยตรง รินรดาหวีดร้องผ่านวิทยุ "ศรัณย์! ถอยออกมา! นั่นมันปืนใหญ่ทำลายล้างที่กิลด์มาสเตอร์อาชาแอบสร้างขึ้นจากผลึกของเทพตกสวรรค์!" ผมยืนนิ่งอยู่กลางสมรภูมิที่กำลังพังทลาย หันไปมองที่ขอบประตูมิติที่กำลังจะปิดลง ซึ่งเป็นทางรอดเดียวของผมในตอนนี้ ก่อนจะหันไปสบตากับอาชาที่กำลังเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับผมนะครับ หวังว่าเราจะมาถึงบทสรุปด้วยกันในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%