“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของเรื่องราวที่แสนดีนะ... ศรัณย์”
เสียงทุ้มต่ำของกิลด์มาสเตอร์อาชาดังก้องสะท้อนไปมาในห้องโถงกว้างของดันเจี้ยนระดับ SSS ที่ปิดตาย กลิ่นอายคาวเลือดและละอองมานาที่แตกร้าวอบอวลอยู่ในอากาศ ศรัณย์ยืนนิ่ง ท่ามกลางซากปรักหักพังของเสาหินที่พังทลายลงมาจากการโจมตีเมื่อครู่ เขาปัดฝุ่นออกจากไหล่ชุดฮีลเลอร์สีขาวสะอาดที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าดินปืนและหยดเลือด
เขามองสบตากับอาชา—ชายผู้ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้ แต่วันนี้ ใบหน้าที่เคยดูสง่างามนั้นกลับบิดเบี้ยวด้วยความโลภและอำนาจ
“คำพูดที่ฟังดูดีเสียจริงครับ อาชา” ศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเขาไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย “แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งนะ ในฐานะหมอ... สิ่งที่ผมถนัดที่สุดไม่ใช่การรักษา แต่มันคือการ ‘วินิจฉัย’ ความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของคุณต่างหาก”
อาชาแค่นหัวเราะ เหวี่ยงดาบเล่มยักษ์ในมือกระแทกพื้นจนดินสั่นสะเทือน “วินิจฉัยงั้นหรือ? แกมันก็แค่ฮีลเลอร์ขยะที่โชคดีได้พลังโกงมาครอบครอง วันนี้แหละที่ตำนานของแกจะกลายเป็นแค่เรื่องเล่าในสุสาน!”
ทันใดนั้น อาชาก็พุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัดของฮันเตอร์ทั่วไป แรงปะทะของเขาสร้างคลื่นกระแทกจนผนังหินรอบด้านร้าวราน แต่ศรัณย์ไม่ได้ขยับหนี
ในเสี้ยววินาทีที่ดาบยักษ์กำลังจะฟาดลงมากลางกบาล ศรัณย์ขยับเท้าเพียงเล็กน้อยด้วยทักษะ ‘ก้าวพริบตา’ ก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดขวาที่รวบรวมพลังมานาไว้จนหนาแน่นราวกับภูเขาถล่ม
*เปรี้ยง!*
เสียงปะทะดังก้องไปทั่วโถง อาชาเบิกตากว้าง เลือดสีเข้มกระฉูดออกมาจากปากเมื่อกำปั้นของหมอหนุ่มกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่จนเกราะระดับตำนานของเขายุบลงไปเป็นรูปหมัด ร่างของกิลด์มาสเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่กระเด็นไปกระแทกกับกำแพงดันเจี้ยนจนจมลงไปในหิน
รินรดาที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ออกมาปรากฏตัวจากเงามืด เธอจัดระเบียบชุดรบของเธอด้วยท่าทางสงบเงียบ สายตาที่เธอมองอาชานั้นไม่มีความเมตตาเหลืออยู่ “อาชา... คุณทำลายทุกอย่างที่สร้างมา ด้วยการทรยศต่ออุดมการณ์ของตัวเองเพียงเพราะความกลัวว่าจะมีใครเก่งกว่า”
อาชาพยายามยันกายขึ้น ความอหังการในแววตาถูกแทนที่ด้วยความตระหนก “แก... แกไปเอาพลังระดับนี้มาจากไหน? ระบบนั่น... ระบบนั่นควรจะถูกจำกัดไว้แค่ฉัน!”
ศรัณย์เดินเข้าไปหาช้าๆ ท่วงท่าของเขาดูเหมือนสุภาพบุรุษที่กำลังจะเดินเข้าไปตักเตือนเด็กดื้อ แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมานั้นหนักอึ้งจนอาชาแทบหายใจไม่ออก “ระบบไม่ได้เลือกคนดีครับอาชา มันแค่เลือกคนที่เหมาะสม... และคุณ ในฐานะผู้นำกิลด์ที่ยอมขายจิตวิญญาณเพื่อทรัพยากร คุณสอบตกในทุกบททดสอบความเป็นมนุษย์”
ศรัณย์หยิบอุปกรณ์การแพทย์ขนาดจิ๋วออกมา แต่มันไม่ใช่เข็มฉีดยาหรือยารักษา มันคือตัวทำลายวงจรมานาที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองจากเศษซากของบอสระดับ SSS ที่เขาเคยกำจัด “นี่คือการรักษาครั้งสุดท้ายของผมครับ... รักษาสันดานดิบของคุณให้หายไปตลอดกาล”
ศรัณย์กดอุปกรณ์ลงบนหน้าอกของอาชา ประจุไฟฟ้าสีม่วงเข้มช็อตเข้าสู่ร่างของชายตรงหน้าอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องของอาชาดังโหยหวนจนน่าขนลุก มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกาย แต่มันคือการสลายแกนกลางมานาที่เขาภาคภูมิใจ
เมื่อแสงสว่างดับลง อาชานอนหอบหายใจรวยรินบนพื้นหิน ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้ซูบซีดไร้พลังราวกับคนธรรมดาที่ใกล้ตาย
“ทำไม...” อาชาเค้นเสียงถาม “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้... เรา... เราเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกัน”
“นั่นคืออดีตที่ผมเคยให้เกียรติครับ” ศรัณย์ตอบขณะยืนมองร่างที่ไร้ทางสู้ “แต่สำหรับผู้ทรยศที่สังหารเพื่อนร่วมกิลด์เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง... จุดจบนี้ยังถือว่าปรานีเกินไปเสียด้วยซ้ำ”
รินรดาเดินเข้ามาเคียงข้างศรัณย์ เธอวางมือบนไหล่ของเขาเบาๆ “จบเรื่องนี้แล้วใช่ไหมคะ... เอ้ย, จบเรื่องนี้แล้วใช่ไหมครับ” เธอรีบแก้คำพูดให้เข้ากับบรรยากาศที่เคร่งขรึมของศรัณย์ ศรัณย์ยิ้มให้เธอเล็กน้อย เป็นยิ้มที่ดูผ่อนคลายที่สุดในรอบหลายวัน
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกไปจากห้องโถง เสียงตบมือเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดหลังบัลลังก์ของบอส
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ศรัณย์ชะงักฝีเท้า เขารีบหันกลับไปมองด้วยสายตาที่เฉียบคมขึ้นกว่าเดิม รินรดากระชับอาวุธในมือแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด เป็นหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเธอถูกบดบังด้วยหน้ากากรูปหัวกะโหลกเงินที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เธอก้าวเดินอย่างสง่างามราวกับไม่ได้อยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยซากศพ
“น่าประทับใจจริงๆ ครับ... คุณหมอ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกและคุ้นเคยอย่างน่าใจหาย “แต่การที่คุณจัดการตัวหมากที่ไร้ค่าตัวนี้ได้ ไม่ได้แปลว่าเกมนี้จบลงแล้ว”
เธอหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันคือ ‘กุญแจมิติ’ ที่มีตราประทับของกิลด์ที่ศรัณย์เคยสังกัดในอดีต—กิลด์ที่ล่มสลายไปพร้อมกับการตายของเขาในชาติก่อน
“ศรัณย์... ไม่สิ ต้องเรียกว่า ‘ผู้ถูกเลือกคนที่เก้า’ สินะคะ” เธอกล่าวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ความลับที่คุณซ่อนไว้ในจิตวิญญาณ... มันได้เวลาถูกขุดออกมาทำลายแล้วครับ เพราะคนที่จะตัดสินจุดจบของคุณจริงๆ... ไม่ใช่พวกคนกระจอกนี่หรอก แต่เป็น ‘ต้นกำเนิด’ ของระบบที่กำลังรอคุณอยู่หน้าประตูบานถัดไป”
ศรัณย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนหลังมือของหญิงสาวคนนั้น มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่ฝังอยู่ในรอยแผลเป็นบนหน้าอกของเขา... รอยแผลที่เขาไม่เคยบอกใคร
หวังว่าทุกท่านจะสนุกกับการเดินทางที่เข้มข้นในตอนนี้นะครับ หมอเทวะแรงก์ SSS ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมาครับ!
หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 28
จุดจบของผู้ทรยศ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!