“ถ้าพวกคุณยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อกราบเท้าขอขมาคนที่คุณเคยดูถูก ก็จงอ้าปากรับยาเม็ดนี้เข้าไปซะ ก่อนที่พิษมังกรทมิฬจะกัดกินปอดของพวกคุณจนกลายเป็นผุยผงภายในห้านาที”
เสียงของศรัณย์เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก แต่มันกลับกังวานชัดเจนท่ามกลางความโกลาหลภายในห้องโถงกิลด์ชั้นใน ฮันเตอร์แรงก์ B กว่าสิบชีวิตที่นอนดิ้นพล่านด้วยความทรมานจากพิษร้ายที่ได้รับมาจากการสำรวจดันเจี้ยนชั้นที่ 40 ต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาพร่ามัว
“ม...ไม่จริง... แกเป็นแค่ฮีลเลอร์สายซัพพอร์ต จะไปรู้วิธีแก้พิษระดับ S ได้ยังไง!” เสียงแหบพร่าของหัวหน้าทีมฮันเตอร์ผู้ทรนงตัวตะโกนตอบโต้ แต่รอยดำที่ลามขึ้นมาถึงลำคอของเขากลับเป็นพยานชั้นดีว่าศรัณย์ไม่ได้พูดเกินจริง
ศรัณย์ไม่รอช้า เขาไม่ได้เดินเข้าไปหาด้วยท่าทีรีบร้อน แต่ก้าวเท้าอย่างมั่นคงราวกับเดินบนพรมแดงกลางงานเลี้ยง รินรดายืนกอดอกอยู่ข้างประตู ดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองสถานการณ์ เธอเห็นเงาของความตายในแววตาของคนเหล่านั้น และเห็น ‘อำนาจ’ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในมือของชายที่เธอเลือกจะเดิมพันด้วยชีวิต
“คำถามโง่ๆ มักมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยลมหายใจนะครับ” ศรัณย์กล่าวพลางใช้นิ้วชี้ดีดอากาศเพียงเบาๆ ทันใดนั้น หมัดของเขาก็อาบไปด้วยแสงสีทองศักดิ์สิทธิ์ที่บีบอัดจนดูคล้ายกับก้อนพลังงานทำลายล้าง
ทว่ามันไม่ใช่การโจมตี
ศรัณย์พุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวหัวหน้าทีมฮันเตอร์ผู้นั้นในพริบตา ความเร็วของเขาสูงจนตาเปล่ามองไม่ทัน เขาคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วกระแทกหมัดลงไปที่ตำแหน่งจุดชีพจรเหนือหัวใจอย่างแม่นยำไม่ใช่เพื่อฆ่า แต่เป็นการ ‘กระตุ้น’ เส้นเลือดให้ขยายตัว
*ปัง!*
เสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้น แรงปะทะจากการ ‘นวดกดจุด’ ของศรัณย์แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของผู้ป่วย รินรดาสังเกตเห็นทันทีว่า เส้นเลือดดำที่ปูดโปนค่อยๆ จางหายไปราวกับถูกแสงสว่างล้างมลทิน
“การรักษาคือการยืดเยื้อความตาย แต่สำหรับผม... การรักษาคือการทำลายสิ่งแปลกปลอมที่คอยรบกวนร่างกายพวกคุณทิ้งซะ”
ศรัณย์เปลี่ยนท่าทีจากการซัดหมัดหนักๆ มาเป็นการวางมือลงบนแผ่นหลังของฮันเตอร์ทีละคน ทุกครั้งที่มือของเขาสัมผัส ไอสีดำแห่งพิษจะพุ่งทะลักออกมาจากรูขุมขนของเหล่าฮันเตอร์ราวกับควันไฟที่ถูกกระชากออกมาจากร่าง หมอเทวะไม่ได้เพียงแค่ฮีล แต่เขากำลัง ‘รีด’ เอาความเป็นความตายออกมาจากตัวพวกเขาด้วยพลังที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ของระบบทั่วไป
“คุณ...คุณช่วยพวกเราไว้” ฮันเตอร์คนหนึ่งพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งและหวาดกลัวในพลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
“อย่าเพิ่งขอบคุณครับ เพราะการที่พวกคุณรอดมาได้ หมายความว่าพวกคุณยังมีหนี้ที่ต้องชำระให้กับสิ่งที่พวกคุณทำไว้กับ ‘เพื่อนเก่า’ ของผม” ศรัณย์หันไปมองรินรดา พยักหน้าให้เธอเล็กน้อย
รินรดาขยับยิ้มที่มุมปาก เธอก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับเอกสารในมือ “ในฐานะผู้สนับสนุนการปฏิบัติงานของหมอศรัณย์ ฉันขอยืนยันว่าค่ารักษาในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นตัวเงิน แต่มันคือ ‘ความจงรักภักดี’... ใครที่ไม่อยากตายด้วยพิษเดิมซ้ำสอง ก็เตรียมตัวเลือกข้างให้ดีก่อนที่อาชาจะมาถึงที่นี่”
บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปในทันที ความจงรักภักดีต่อกิลด์มาสเตอร์อาชาเริ่มสั่นคลอน เมื่อฮันเตอร์ที่ศรัณย์เพิ่งช่วยชีวิตไว้เริ่มมองหน้ากันเอง พวกเขาตระหนักได้ว่าพลังระดับ SSS ที่ศรัณย์แสดงออกมานั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือพลังที่จะเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจของกิลด์ไปตลอดกาล
ศรัณย์เดินไปหยุดที่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นรถหรูหลายคันกำลังเคลื่อนขบวนเข้ามาที่หน้าตึกหลักของกิลด์ เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่คุ้นเคย แข็งแกร่ง และอำมหิต
“มาเร็วกว่าที่คิดนะครับ” ศรัณย์เปรยเบาๆ
รินรดาขมวดคิ้ว “อาชามาเองเลยงั้นเหรอ? แบบนี้แผนที่เราวางไว้ว่าจะค่อยๆ แทรกซึมอาจจะพังไม่เป็นท่า”
“ไม่หรอกครับ เพราะถ้าเขามาเอง... ก็แปลว่าเขาพร้อมจะรับความตายที่เขาเป็นคนเลือกเองตั้งแต่วันที่เขาทรยศพวกเรา” ศรัณย์กำหมัดแน่นจนเกิดเสียงลั่นของกระดูก แสงสีทองรอบกำปั้นทวีความรุนแรงขึ้นจนผนังห้องเริ่มร้าว
ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ จากด้านหลังห้องโถงก็ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเสแสร้ง เขาคือกุนซือมือขวาของอาชาที่ทุกคนรู้จักกันดีในนาม ‘เงาอสรพิษ’
“หมอศรัณย์... ท่านกิลด์มาสเตอร์ฝากข้อความมาบอกว่า ยินดีด้วยที่นายยังไม่ตาย” เงาอสรพิษเว้นจังหวะ สายตาสอดส่องไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดที่ศรัณย์ “แต่สิ่งที่นายทำลงไปในวันนี้... คือการทำลายสัญญาเลือดที่ผูกพันกับกิลด์ของเรา นายคิดว่านายจะเดินออกจากตึกนี้ไปได้จริงๆ เหรอ?”
ศรัณย์หันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มของเขาเย็นชาและอันตรายกว่าที่เคยเป็นมา “สัญญาเลือดน่ะเหรอครับ? ถ้ามันทำหน้าที่แค่ปกป้องคนโฉดชั่ว งั้นผมก็ขออนุญาตเป็นคนฉีกสัญญานั้นทิ้งด้วยหมัดของผมเอง”
ชายหนุ่มก้าวเดินไปหาเงาอสรพิษอย่างไม่เกรงกลัว ทันใดนั้น ประตูห้องโถงหลักก็พังทลายลงด้วยแรงกระแทกจากภายนอก ร่างของฮันเตอร์ยามเฝ้าประตูถูกเหวี่ยงเข้ามานอนกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย ร่างหนึ่งที่คุ้นเคยในชุดเกราะทองคำอร่ามก้าวเข้ามาพร้อมกับความกดดันที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับเข่าทรุด
นั่นคืออาชา... ผู้นำกิลด์ผู้ไร้ความปรานี
“ศรัณย์... ในที่สุดข้าก็นายกลับมา... คู่หูคนแรกของข้า” อาชากล่าวพลางชักดาบสีดำสนิทออกมาจากฝัก “หวังว่าการพบกันใหม่ครั้งนี้ จะมีอะไรที่สนุกกว่าการแค่มาฮีลขยะพวกนี้ให้ข้านะ”
ศรัณย์ยืนนิ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ เขาสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะปล่อยออร่าพลังสีทองที่บีบอัดจนกลายเป็นรูปร่างคล้ายหมัดยักษ์อยู่เบื้องหลังเขา
“เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะครับอาชา... เพราะหลังจากวันนี้ ไม่ใช่แค่กิลด์ของคุณที่พังทลาย แต่ผมจะทำให้คุณรู้ว่า... การมีชีวิตอยู่โดยไม่มีอะไรเหลือให้เสียดาย มันรู้สึกยังไง”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหมอเทวะสุดแกร่งท่านนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 9
โชว์สกิลฮีลระดับพระเจ้า
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!