หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ•ตอนที่ 26

วิกฤตการณ์โลกาวินาศ

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
"อย่าเพิ่งตาย... ผมยังไม่อนุญาตให้คุณจบชีวิตตัวเองตอนนี้" น้ำเสียงของผมแหบพร่าและเต็มไปด้วยไอความร้อนที่คุกรุ่นอยู่ในลำคอ ท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับประสาทสัมผัส ผมสัมผัสได้เพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่สั่นคลอนไปถึงกระดูกไขสันหลัง ร่างของบุคคลภายใต้หน้ากากสีเงินที่ผมเพิ่งซัดหมัดพิฆาตเข้าใส่จนกระเด็นหายเข้าไปในรอยแยกมิตินั้น กำลังนอนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปไม่กี่ก้าวในพื้นที่ว่างเปล่าที่ไร้จุดสิ้นสุดนี้ ผมยันกายขึ้นด้วยความยากลำบาก เลือดสีแดงฉานไหลซึมจากบาดแผลที่หัวไหล่ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่าความเจ็บปวด คือเสียง 'แคร๊ก' ของมิติที่กำลังปริแตกดุจกระจกที่ถูกกระแทกด้วยค้อนยักษ์ "คุณเป็นใครกันแน่... อาชา?" ผมเอ่ยถามเบาๆ แม้จะรู้ว่าในสถานการณ์ที่ความจริงกับความลวงแยกออกจากกันไม่ได้เช่นนี้ ชื่อของกิลด์มาสเตอร์ผู้ทะเยอทะยานอาจเป็นเพียงแค่เปลือกนอกที่เขาสวมทับไว้ ร่างที่นอนนิ่งขยับตัวเล็กน้อย หน้ากากสีเงินนั้นบิดเบี้ยวแต่ไม่หลุดลอกออกมา มันสั่นระริกเหมือนมีกลไกบางอย่างทำงานอยู่ภายใน ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ จะลอดผ่านออกมา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอาชา... แต่มันฟังดูเหมือนเสียงของคนนับพันที่กรีดร้องประสานกัน "ศรัณย์... เจ้าคนโง่เขลา เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำลายดันเจี้ยนหรือ? เจ้ากำลังเปิดประตูต้อนรับ 'พระเจ้า' ที่พวกเจ้าพยายามกีดกันมาตลอดต่างหาก" ยังไม่ทันที่ผมจะก้าวเข้าไปกระชากหน้ากากนั้น แรงเหวี่ยงมหาศาลจากมิติที่กำลังพังทลายก็ซัดร่างเราทั้งคู่กระเด็นออกไปอีกทิศทาง ทัศนียภาพรอบข้างเปลี่ยนจากความมืดมิดกลายเป็นท้องฟ้าสีเลือดเหนือเมืองหลวงที่ผมคุ้นเคย วินาทีที่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ผมพบว่าตัวเองร่วงลงมาบนยอดตึกสูงใจกลางเมืองหลวง แรงกระแทกทำให้อาคารสั่นสะเทือนจนกระจกโดยรอบแตกกระจาย แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของผมหยุดชะงัก ไม่ใช่ความสูงหรือความเจ็บปวด ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวง... บัดนี้ไม่ได้มีเพียงก้อนเมฆอีกต่อไป แต่มันถูกแทนที่ด้วย 'ประตูมิติยักษ์' ที่มีขนาดมหึมาจนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของกรุงโซล แสงสีม่วงดำที่แลบออกมาจากรอยแยกนั้นฉีกกระชากมวลอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกขนาดใหญ่ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในนั้นไม่ใช่เพียงมอนสเตอร์ แต่มันคือ 'กองทัพแห่งความสิ้นหวัง' ที่มีระดับพลังงานสูงเกินกว่าที่ระบบจะวัดค่าได้ "ศรัณย์! คุณหายไปไหนมา!" เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นข้างหลัง ผมหันไปมองเห็นรินรดาที่สภาพชุดเกราะแตกสลายไปกว่าครึ่ง เธอยืนหอบหายใจอยู่บนดาดฟ้าที่เอียงกระเท่เร่ ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการใช้พลังงานอย่างหนักหน่วงเพื่อพยุงบาเรียคุ้มกันผู้คนเบื้องล่าง "ริน... เกิดอะไรขึ้น?" ผมถาม พลางขยับนิ้วมือรวบรวมมานาที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อเตรียมพร้อมรักษา "มันไม่ใช่แค่ดันเจี้ยนระดับ SSS ธรรมดา แต่มันคือการ 'เชื่อมต่อ' แบบสมบูรณ์!" รินรดากำหมัดแน่น "อาชา... ไม่ใช่สิ สิ่งที่สิงอยู่ในร่างของเขา มันสั่งให้สมาชิกกิลด์ทั้งหมดถอนกำลังแล้วปล่อยให้ประตูนี้เปิดออกโดยไม่มีการป้องกัน ประชาชนนับล้านกำลังจะถูกลบหายไปจากแผนที่โลกในอีกไม่กี่นาที!" ผมกวาดสายตามองลงไปเบื้องล่าง ความวุ่นวาย ความตาย และเสียงกรีดร้องที่ดังแว่วขึ้นมาตามแรงลม มันบีบหัวใจของผมจนปวดแปลบ แม้ในฐานะฮีลเลอร์ที่เคยถูกหักหลังจนแทบจะหมดศรัทธาในมนุษย์ แต่ในวินาทีที่วิกฤตการณ์โลกาวินาศมาถึง ผมกลับพบว่ากำปั้นของผมไม่ได้ต้องการจะชกต่อยเพื่อแก้แค้นอีกต่อไป มันต้องการจะทำลายทุกอย่างที่ขวางกั้นหนทางรอดของพวกเขา "ริน ฟังผมนะ" ผมเดินเข้าไปหาเธอ จับไหล่ที่สั่นเทาของเธอไว้แน่น "รวบรวมฮันเตอร์ระดับสูงที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมด ไปที่จุดศูนย์กลางของประตูมิติ ไม่ใช่เพื่อสู้... แต่เพื่อถ่วงเวลา" "ถ่วงเวลา? เพื่ออะไรกันศรัณย์? เราไม่มีทางชนะกองทัพขนาดนั้นได้หรอก!" ผมยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นที่สุดเท่าที่เคยทำมา "ผมจะเข้าไปข้างในนั้น... ไปทำลายรากเหง้าของประตูมิตินี้จากข้างในตัวมันเอง ถ้าผมตาย... ให้ถือว่าความแค้นทุกอย่างจบลงที่ผม แต่ถ้าผมรอด... ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ จะต้องจ่ายคืนด้วยราคาที่พวกมันคาดไม่ถึง" ในขณะที่ผมกำลังจะกระโจนเข้าสู่ห้วงมิติที่กำลังแผ่ขยายออกมาราวกับปากของอสูร ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าผมไว้ เขาคือชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่ดูผิดแผกไปจากความวุ่นวายรอบข้าง เขาไม่ได้พกอาวุธ แต่รัศมีพลังรอบตัวเขากดดันจนผมแทบหยุดหายใจ "ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง... ศรัณย์" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับนักปราชญ์ "ผมคือตัวแทนของ 'ผู้อยู่เหนือมิติ' ที่คุณกำลังจะเข้าไปหา แต่ก่อนจะไป... คุณแน่ใจแล้วหรือว่าคนที่คุณเพิ่งปะทะด้วยในรอยแยกนั้น คือศัตรู?" เขาเอื้อมมือมาแตะที่หน้ากากสีเงินที่หลุดออกมาจากกระเป๋าเสื้อของผม ซึ่งผมหยิบติดมือมาโดยไม่รู้ตัว "เพราะหน้ากากนี้... คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่ามนุษย์ที่สร้างวีรบุรุษขึ้นมา ไม่ใช่คนอื่นไกล... แต่มันคือตัวคุณเองจากอนาคตที่ล้มเหลวอย่างไรล่ะ" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจผม ผมมองหน้ากากในมือด้วยความสั่นสะท้าน ขณะที่เสียงกรีดร้องจากโลกภายนอกค่อยๆ เงียบลง และถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบอันแผ่วเบาจากความมืดมิดที่ดังออกมาจากประตูมิติยักษ์ มันเป็นเสียงที่ผมจำได้ดี... เสียงของตัวผมเองที่กำลังขอร้องให้หยุดยั้งเหตุการณ์นี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับผมจนถึงตอนนี้ โปรดเตรียมใจให้พร้อม เพราะบทสรุปที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมัดเทวะรักษา: มหาฮีลเลอร์สายบู๊ลุยเดี่ยวดันเจี้ยนทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%