ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น•ตอนที่ 6

ความลับใต้ซากอิฐ

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณยังยืนเก๊กท่าแล้วทำตัวเป็นภาระให้ผมอยู่แบบนี้ อีกสามชาติก็หาแบบแปลนของรัชกาลที่ห้าไม่เจอหรอกครับ คุณผู้จัดการ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดตามแบบฉบับของ กรณ์ ดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นละอองที่ลอยคละคลุ้งในห้องใต้หลังคาของอาคารเก่า สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นกล้ามเนื้อท่อนแขนแข็งแกร่ง กำลังใช้มือข้างหนึ่งปัดหยากไย่ออกจากสันจมูกโด่งเป็นสันคม ขณะที่ดวงตาสองชั้นหลบในคมกริบมองลงมายังร่างบางที่ยืนกอดอกเชิดหน้าใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว รสาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความถือดี เธอยกมือขึ้นปัดเศษปูนที่เปื้อนไหล่เสื้อ blazer ของตัวเองอย่างไม่ยี่ห่าว "ปากเสียเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคุณกรณ์ ถ้าฉันเป็นภาระแล้วใครกันล่ะที่ลากฉันมาช่วยรื้อกองซากอิฐพวกนี้ตั้งแต่เที่ยงวันยันมืดค่ำ? จำได้ไหมว่าใครเป็นคนบอกว่า *'ถ้าผู้หญิงปากเก่งอย่างเธอเก่งแต่สั่งกองถ่าย ลองมาลุยงานหน้างานจริงดูสักตั้งสิ'* หืม?" รสาจงใจดัดเสียงเลียนแบบประโยคกวนประสาทของเขาเมื่อช่วงบ่าย ทำเอาคนฟังถึงกับมุมกระตุกขึ้นอย่างอดไม่ได้ "ผมไม่ได้หมายถึงให้คุณมาเป็นภาระทางสายตาแบบนี้" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นัยน์ตากลับไหววูบอย่างประหลาดเมื่อกวาดมองสำรวจชุดทำงานสุดเปรี้ยวที่ตอนนี้เปื้อนฝุ่นจนแทบจำสีเดิมไม่ได้ "สภาพคุณตอนนี้เหมือนลูกแมวตกถังแป้ง มากกว่าจะเป็นผู้จัดการกองถ่ายมือทองนะ" "อย่างน้อยลูกแมวตัวนี้ก็ไม่ได้ตาถ่อ... อุ๊! อะไรเนี่ย!" รสาอุทานลั่นเมื่อก้าวเท้าถอยหลังเพื่อจะเถียงต่อ แต่ส้นรองเท้าบู๊ตดันไปสะดุดเข้ากับโครงไม้ผุๆ ของลังเอกสารโบราณ ร่างเพรียวเซถลาเสียหลักเตรียมจะล้มลงไปกระแทกกองเศษอิฐมอญแหลมคมเบื้องหลัง ในเสี้ยววินาทีแห่งความตกใจ กรณ์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าวพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าความคิด มือหนารั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับอกแกร่ง แนบชิดจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามของกันและกัน กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นอายฝุ่นดินและไม้เก่าจางๆ ลอยแตะจมูก รสาชะงักค้าง เงามืดสลัวจากหลอดไฟดวงเดียวที่ห้อยต่องแต่งทำให้ใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มอยู่ใกล้แค่เอื้อม ใกล้เสียจนเธอเห็นแพขนตาดกหนาและเงาสะท้อนในดวงตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมองเธอเขม็ง "ซุ่มซ่าม..." กรณ์พึมพำเสียงพร่า แววตาดุๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง น้ำเสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับสั่นสะท้อนอยู่ในความเงียบ "ถ้าหัวคุณไปฟาดกับอิฐพวกนั้น ผมคงต้องอธิบายให้ผู้กำกับดนัยฟังยาวแน่ว่าทำไมคุณถึงความจำเสื่อมกลับไปกองถ่าย" รสาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ กับประโยคแขวะที่เจือความห่วงใยแบบไม่เนียนเอาเสียเลย เธอกะพริบตาปริบๆ พยายามดึงสติกลับมาแล้วดันอกเสื้อของเขาออกเบาๆ "ปล่อยได้แล้วมั้งคุณ ฉันไม่ได้กระดูกเปราะขนาดนั้นหรอกน่า... อีกอย่าง ดนัยก็แค่เพื่อนร่วมงาน ไม่เห็นต้องเอามาอ้างเลยนี่ หรือว่าคุณ..." รสาหรี่ตามองอย่างจับผิด มุมปากหยักยิ้มร้ายกาจ "หึงฉันเหรอคุณสถาปนิก?" กรณ์รีบปล่อยมือจากเอวบางทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าคมคายเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความพิรุธที่ฉายชัดบนใบหน้า สันจมูกคมเชิดรั้นขึ้นตามนิสัยปากไม่ตรงกับใจ "เพ้อเจ้อใหญ่แล้วรสา ใครเขาจะไปหึงคนปากจัดอย่างคุณ ฝันไปเถอะ" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงห้วนจัด หันหลังกลับไปเตะลังไม้เก่าโป๊กๆ เพื่อเปลี่ยนเรื่อง "รีหาแฟ้มเอกสารต่อให้เสร็จ ถ้าไม่อยากติดแหง็กอยู่ในตึกนี้จนถึงเช้า" รสายืนมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินหนีไปดื้อๆ แล้วหลุดหัวเราะคิกออกมาอย่างชอบใจ เธอรู้ทันเขาทุกก้าว แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจังหวะที่ถูกโอบกอดไว้เมื่อครู่ มันทำเอาพื้นที่ในอกซ้ายของเธอสั่นไหวอย่างแปลกประหลาด บรรยากาศกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝุ่นร่วงกราวและเสียงกรอบแกรบของกระดาษโบราณ รสาถอนหายใจยาวก่อนจะก้มตัวลงช่วยรื้อค้นซากเอกสารในลังไม้ผุที่อยู่มุมห้องอีกครั้ง แสงไฟฉายคาดหัวส่องกระทบกับแฟ้มหนังสีดำเข้มที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ชั้นกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ขาดวิ่น "นี่... คุณกรณ์ ทางนี้เจออะไรบางอย่างแฮะ" รสาเอ่ยเรียกพร้อมกับใช้มือปัดฝุ่นหนาเตอะบนปกแฟ้มออก เผยให้เห็นตราประทับครั่งสีแดงคุ้นตาและลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกซึมโบราณ กรณ์เดินเข้ามาใกล้ในพริบตา ความสนใจทั้งหมดพุ่งตรงไปที่วัตถุในมือของหญิงสาว แววตาคมกริบฉายประกายความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด นี่คือแบบแปลนโครงสร้างเดิมของอาคารอนุรักษ์หลังนี้ที่สำนักงานสถาปัตยกรรมตามหากันมานานนับเดือน และมันคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้โปรเจกต์งานออกแบบของเขาผ่านการอนุมัติจากกรมศิลปากร ร่างสูงย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเธอ ไหล่กว้างแทบจะเบียดชิดกับไหล่บาง ทั้งสองคนก้มลงมองเอกสารในมือพร้อมกันอย่างลืมตัว ความใกล้ชิดทำให้รสาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา ผสมกับกลิ่นอายความตั้งใจจริงที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มยามที่เขาทำงาน นิ้วเรียวยาวของกรณ์เอื้อมไปหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกวาดมองลายเส้นสถาปัตยกรรมยุคเก่าด้วยความทึ่งและลุ่มลึก ความเงียบสงบระหว่างเขากลับเต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่เชื่อมโยงทั้งคู่เข้าหากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด รสาแอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา แสงไฟสลัวขับเน้นสันจมูกและกรอบหน้าคมคายให้ดูโดดเด่นราวกับรูปสลัก ความเย่อหยิ่งและท่าทีปากร้ายหายวับไป เหลือเพียงความหลงใหลและจริงจังในวิชาชีพ ซึ่งเป็นมุมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน... และต้องยอมรับตามตรงว่ามันมีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้เลย กรณ์สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา เขานิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะค่อยๆ หันใบหน้ากลับมาสบตากับเธอในระยะประชิด ระยะห่างระหว่างลมหายใจเหลือเพียงแค่คืบ ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางซากปรักหักพังและฝุ่นควันยามวิกาล โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนลงตรงนั้น "มองอะไรครับหน้าผมมีฝุ่นติดอยู่หรือไง" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามแผ่วเบา รinc รอยหยักบนมุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหยันอย่างเคย แต่เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "เปล่า..." รสาตอบเสียงเบาอย่างลืมตัว หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเกือบหกล้มเสียอีก เธอกำลังจะอ้าปากแซوกลับเพื่อทำลายบรรยากาศที่ชวนใจเต้นแรงนี้ **แอ๊ด... ปัง!** เสียงประตูไม้หนักอึ้งที่ชั้นล่างถูกผลักเปิดออก ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนเรียกชื่อของดนัยที่ดังสะท้อนก้องขึ้นมาตามโถงบันไดมืดทึบ "รสา! คุณอยู่ข้างบนนี้หรือเปล่า! ผมมาช่วยหาของแล้วนะ!" รสาและกรณ์สะดุ้งสุดตัวราวกับคนทำความผิด ทั้งคู่รีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว กรณ์หน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางบันไดด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานกลับมาเต็มพิกัด "ให้ตายสิ มาขัดจังหวะได้ถูกเวลาจริงๆ ไอ้ผู้กำกับปากเสียคนนั้น..." กรณ์พึมพำลอดไรฟันด้วยความโมโห แต่ก่อนที่รสาจะได้เอ่ยปากแซวความหัวเสียของคนข้างๆ สัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยเก่าแก่บนเพดานก็ส่งเสียงกรีดร้องลั่น "กริ๊งงง!" พร้อมกับระบบไฟฉุกเฉินสำรองที่ดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดสนิทเข้าปกคลุมห้องใต้หลังคาในเสี้ยววินาที และก่อนที่ร่างบางจะได้ตั้งตัว กรณ์ก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่นกระชากเข้าหาอกแกร่งในความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบกระชากใจที่ดังอยู่ข้างหู "เงียบ... อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่า... เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ *ราชันย์หอกทมิฬ*
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%