"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงได้ทำหน้าเหมือนโลกใบนี้ติดหนี้คุณอยู่ส็อตตี้ตลอดเวลาแบบนั้น"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยคมมีดของรสาแทรกผ่านความเงียบของห้องโถงบูรณะอาคารเก่า ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของท้องฟ้าด้านนอกที่กำลังส่งสัญญาณเตือนภัย พายุฤดูร้อนนอกหน้าต่างกระจกสีโบราณกำลังโหมกระหน่ำสาดเม็ดฝนลงมาอย่างไร้ความปรานี ตัดขาดพวกเขาสองคนออกจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ
กรณ์ชะงักมือที่กำลังม้วนแปลนพิมพ์เขียวลง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความหงุดหอดที่ก่อตัวขึ้นในอก ดวงตาคมกราบสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทายของผู้จัดการกองถ่ายสาว
"ผมไม่ได้ทำหน้าเหมือนคนเป็นหนี้ใคร... ผมแค่กำลังใช้ความคิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูเหมือนคุณจะมองข้ามไปเสียสนิทตอนที่ตัดสินใจเอากองถ่ายบ้าๆ ของคุณมาบุกรุกพื้นที่หน้างานของผม" สถาปนิกหนุ่มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
รสาแค่นหัวเราะในลำคอ กอดอกมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อย "อ๋อเหรอคะ คุณสถาปนิกผู้แสนจะสมบูรณ์แบบ ฉันจำได้ว่าเราเซ็นสัญญาร่วมใช้พื้นที่กันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และถ้าความจำฉันไม่สั้นเกินไป คนที่เซ็นอนุมัติคนแรกก็คือคุณเอง... กรณ์"
การปะทะคารมดำเนินไปอย่างดุเดือดตามสไตล์ของทั้งคู่ เป็นสงครามประสาทที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดราวาศอก ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามสายฝนที่กระหน่ำซัดแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงเปรี้ยงของฟ้าผ่าครั้งใหญ่ทำให้ไฟในอาคารเก่าดับลงพรวดเดียว ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เหลือเพียงแสงแฟลชจากฟ้าแลบที่ส่องสว่างผ่านกระจกสีเป็นระยะ
"กรี๊ด!" รสาเผลอุทานออกมาด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้เธอพุ่งตัวไปคว้าแขนเสื้อของคนตัวโตกว่าไว้โดยไม่รู้ตัว แรงปะทะทำให้เธอกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของกรณ์อย่างจัง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของหญิงสาวและเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำในความมืด กรณ์นิ่งค้างไปชั่ววินาที มือหนาที่เคยถือแปลนพิมพ์เขียวค่อยๆ ยกขึ้นอย่างลังเล ก่อนจะวางแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของเธอเพื่อพยุงให้ทรงตัวได้มั่นคง
"ปล่อยมือจากเสื้อผมก่อนเถอะครับ... คุณผู้จัดการกองถ่าย หรือว่าติดใจอ้อมอกของสถาปนิกหน้าตายคนนี้เข้าแล้ว" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยแซวด้วยความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย แม้ในความมืดรสาจะมองไม่เห็นรอยยิ้มมุมปากของเขา แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า
"ใครติดใจคุณกันยะ! ปล่อยนะ!" รสาหน้าแดงก่ำ แม้จะมองไม่ค่อยเห็นในความมืด แต่ความร้อนที่ผ่าวขึ้นตามพวงแก้มนั้นฟ้องชัดเจน เธอรีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคลำหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเพื่อเปิดไฟฉาย
แสงไฟจากสมาร์ทโฟนส่องสว่างขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าสวยที่บึ้งตึงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย กรณ์ยืนกอดอกมองเธอด้วยแววตาที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงบรรยากาศรอบกายที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด
"นั่งลงก่อนเถอะครับ พายุคงไม่หยุดตกง่ายๆ หรอก" กรณ์เอ่ยเสียงนุ่มขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว เขาเดินไปหยิบเก้าอี้ไม้สักเก่าแก่มาวางไว้ใกล้ๆ แล้วใช้ผ้าเช็ดฝุ่นออกให้ลวกๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนลังไม้ฝั่งตรงข้าม
รสายืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ความเมื่อยล้าจากการเดินตรวจงานมาทั้งวันทำให้เธอต้องจำยอมหย่อนตัวลงนั่งตาม สภาพบรรยากาศรอบตัวที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกทำให้บทสนทนาที่เคยมีแต่คมเขี้ยวเริ่มเปลี่ยนทิศทาง
"ทำไมคุณถึงเกลียดกองถ่ายนักล่ะ?" รสาเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน น้ำเสียงของเธอไม่มีร่องรอยของการประชดประชันเหลืออยู่ มีเพียงความสงสัยที่สะสมมาตั้งแต่เริ่มทำงานร่วมกัน "ทุกครั้งที่คุณมองพวกเรา คุณทำเหมือนพวกเราเป็นตัวปัญหาที่คอยทำลายงานศิลปะของคุณ ทั้งที่ความจริงแล้ว โปรเจกต์นี้มันก็สร้างชื่อเสียงให้ตึกเก่าหลังนี้เหมือนกันนะ"
กรณ์เงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่สายฝนยังคงโปรยปรายสะท้อนกับแสงไฟจากเสาไฟฟ้าไกลๆ เขาถอนหายใจยาวก่อนจะยอมเปิดปากพูดเรื่องส่วนตัวที่ปกติไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
"ผมไม่ได้เกลียดกองถ่าย... ผมแค่เกลียดความมักง่าย" เสียงของกรณ์ทุ้มนุ่มและจริงจัง "ตึกหลังนี้มีประวัติศาสตร์ มีจิตวิญญาณของสถาปนิกในยุคก่อนซ่อนอยู่ทุกอณู ทุกครั้งที่ผมเห็นทีมงานของคุณเอาอุปกรณ์หนักๆมากระแทกผนังปูนปั้น หรือเอาสายไฟระโยงระยางมาพาดทับคานไม้โบราณ... มันเหมือนมีใครเอามีดมากรีดลงบนงานศิลปะที่ผมกำลังพยายามรักษาไว้ด้วยชีวิต"
รสาชะงักไป ดวงตากลมโตมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มในแสงสลัว เธอดำดิ่งลงไปในความรู้สึกของเขาเป็นครั้งแรก และตระหนักได้ทันทีว่าภายใต้ความปากร้ายและท่าทางเย่อหยิ่งนั้น ซ่อนความหลงใหลและความรับผิดชอบที่หนักอึ้งเอาไว้ขนาดไหน
"ฉัน... ไม่เคยคิดในมุมนั้นเลย" รสาเอ่ยเสียงแผ่วเบa ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นในอก "ฉันขอโทษก็แล้วกัน สำหรับความสะินเปลืองพื้นที่หรือความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านมา... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ"
กรณ์หันกลับมาสบตาเธอ แสงไฟจากหน้าจอมือถือสะท้อนประกายความรู้สึกบางอย่างในดวงตาคมคาย มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ผมรู้ครับ... ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ยอมให้คุณยืนเถียงผมอยู่ตรงนี้หรอก" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความอ่อนโยนที่ทำเอารสาถึงกับใจกระตุกวูบ
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มผ่อนคลายและอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด ความเงียบที่เคยอึดอัดกลับกลายเป็นความสบายใจที่ได้แชร์มุมมองชีวิตของกันและกัน รสากำลังจะเอ่ยปากถามเรื่องราวส่วนตัวของเขาต่อ ทว่าจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่ด้านหน้าอาคารก็ดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะบุกฝ่าพายุมาถึงที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้ รสาหันไปมองตามแสงไฟฉายที่ส่องไปยังประตูทางเข้า และก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตั้งตัว ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบุคคลที่ไม่คาดฝัน
ร่างสูงของดนัย ผู้กำกับหนุ่มรูปหล่อเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนยืนหอบหายใจอยู่ตรงธรณีประตู ในมือถือร่มคันใหญ่พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ที่เปื้อนหยดน้ำ
"รสา! ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่ โทรหาไม่ติดเลยตามมาดู... อ้าวนึกว่าใคร อยู่กับคุณสถาปนิกสุดเนี้ยบคนนี้นี่เอง" ดนัยเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใส แต่สายตาที่มองกรณกลับเต็มไปด้วยประกายความท้าทายอย่างปิดไม่มิด
รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่กรามของกรณ์ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน บรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตึงเครียดระลอกใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านนิยายและเตรียมพบกับตอนต่อไปที่ความสัมพันธ์กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาลนะครับ
*ราชันย์หอกทมิฬ*
ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น•ตอนที่ 5
ฝนตก รถติด และร่มคันเดียว
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!