ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น•ตอนที่ 4

ประชุมเดือดกลางไซต์งาน

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณดนัยยังคิดจะเอาสโคปไฟดวงใหญ่ยักษ์นี่มาตั้งทับแนวคานรับน้ำหนักหลักของอาคารโบราณสถาน ผมแนะนำให้ไปหาผู้รับเหมาที่พร้อมเซ็นรับผิดชอบใบมรณบัตรให้ทีมงานกองถ่ายของคุณเองจะดีกว่าครับ เพราะผมคนหนึ่งล่ะที่จะไม่ยอมเอาชื่อเสียงและจรรยาบรรณสถาปนิกยี่สิบปีของสำนักงานมาแลกกับความมักง่ายเด็ดขาด" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของกรณ์ดังแทรกขึ้นกลางวงสนทนา ทำเอาบรรยากาศในห้องโถงกว้างของอาคารเก่าที่กำลังบูรณะ ซึ่งเดิมทีควรจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการเตรียมงาน กลับลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา รสาที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดชะงักเท้าทันที เธอกวาดสายตาคมกริบมองแผ่นหลังกว้างในเสื้อเชิ้ตพับแขนของสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมาก ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยพิษร้ายแรงไปให้ "อ้าว รสา อยู่ที่นี่เองเหรอ? ผมกำลังตามหาตัวอยู่พอดี..." ดนัย ผู้กำกับหนุ่มรูปหล่อเอ่ยขึ้นทำลายความตึงเครียด พร้อมกับทำท่าจะเดินเข้าไปหารing-masterสาว แต่ยังไม่ทันที่รสาจะได้อ้าปากตอบ ประโยคถัดมาของดนัยก็ทำเอาบรรยากาศระอุขึ้นอีกรอบ "เอ๊ะ ฉันขัดจังหวะอะไรพวกคุณหรือเปล่าเนี่ย?" "ขัดเหรอครับ? ไม่เลย..." กรณ์หมุนตัวกลับมาช้าๆ ใบหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมปลาบกวาดมองดนัยหัวจรดเท้าก่อนจะหยุดนิ่งที่รสา "พวกเรากำลังตกลงกันด้วย 'เหตุผลและหลักการ' ของคนทำงานมืออาชีพ... ไม่ใช่การเอาอารมณ์หรือเรตติ้งละครมาเป็นข้ออ้างในการทำลายโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม" รสาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปยืนเคียงข้างดนัยราวกับจะประกาศตัวว่าเธออยู่ฝ่ายไหน ดวงตากลมโตจ้องมองกรณ์กลับอย่างไม่เกรงกลัว "อ๋อเหรอคะ คุณกรณ์ สถาปนิกผู้สูงส่งและมองโลกด้วยมุมองเรขาคณิตสามมิติ?" รสาเน้นเสียงประชดประชัน รอยยิ้มมุมปากของเธอยั่วประสาทจนสันจรามของกรณ์กระตุก "พวกฉันไม่ได้จะมาทำลายมรดกทางวัฒนธรรมอะไรของคุณสักหน่อย แค่จะขอใช้พื้นที่ตรงนี้เข้าฉากพระนางสารภาพรักกันโรแมนติกสักสามนาที ถ้าคานรับน้ำหนักของคุณมันจะเปราะบางขนาดที่โดนไฟกองถ่ายส่องแล้วถล่มลงมาล่ะก็ ฉันว่าคุณควรไปฟ้องบริษัทวัสดุก่อสร้างเมื่อร้อยปีที่แล้วมากกว่ามาลงกับพวกเรานะ" "นี่คุณ!" กรณ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวรสาโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนและบุคลิกคุกคามทำให้รสาต้องเงยหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ใจจะเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งแต่เธอก็ยังเชิดหน้าขึ้นสูง "ทำไมคะ? เถียงไม่ออกเหรอ หรือว่าหาข้ออ้างไม่ได้นอกจากคำว่า 'ระเบียบสำนักงาน'?" "ผมไม่ได้เถียงไม่ออก แต่ผมกำลังใช้ความอดทนอย่างถึงที่สุดในการคุยกับคนที่ไม่ยอมเปิดสมองรับฟังข้อมูลทางวิศวกรรม" กรณ์ลดเสียงลงกระซิบต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนรสาต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าว "ถ้าคุณใช้สมองคิดสักนิดแทนที่จะเอาแต่ใจตัวเอง คุณจะรู้ว่าไฟดวงนั้นมันแผ่ความร้อนสูงเกินกว่าที่ปูนฉาบโบราณจะรับไหว..." "พอเลยค่ะทั้งสองคน!" พิมพ์ชนก สถาปนิกสาวรุ่นพี่รีบแทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างคนทั้งคู่ เธอส่งยิ้มแห้งๆ ให้ดนัยก่อนจะดึงแขนกรณ์เบาๆ "คุณกรณ์คะ ใจเย็นก่อนนะ เดี๋ยวทางทีมกองถ่ายเขาจะปรับตำแหน่งมุมกล้องให้ใหม่... ใช่ไหมคะคุณดนัย?" ดนัยไหล่งอนขึ้นเล็กน้อย ยักคิ้วให้กรณ์อย่างผู้เหนือกว่า "ถ้าคุณสถาปนิกสุดเนี๊ยบยอมถอยให้สักก้าว ทางเราก็พร้อมจะอลุ้มอล่วยครับ รสา... ไปดูมอนิเตอร์กับผมทางโน้นดีกว่า ตรงนี้อากาศมันร้อนยังไงก็ไม่รู้" รสาปรายตามองกรณ์แวบหนึ่ง เห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นและดวงตาที่วับวามด้วยความไม่พอใจ เธอก็ยิ่งรู้สึกสะใจแปลกๆ "ค่ะ ผู้กำกับดนัย ไปกันเถอะค่ะ อยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวจะติดเชื้อโรคความเครียดเรื้อรังจากแถวนี้เอา" ว่าแล้วรสา1ก็สะบัดหน้าเดินตามดนัยไปอย่างไม่สนใจเสียงถอนหายใจหนักหน่วงของกรณ์ พิมพ์ชนกมองตามหลังนางเอกสาวก่อนจะหันมาส่ายหัวเบาๆ ให้รุ่นน้องหนุ่ม "เบาได้เบานะกรณ์ นายเล่นใส่ซะเต็มแม็กซ์ขนาดนั้น เดี๋ยวเขาก็เกลียดนายจริงๆ หรอก" "ผมไม่ได้ใส่ รสาต่างหากที่หาเรื่องก่อน" กรณ์เสียงแข็ง แต่สายตายังคงมองตามร่างบางที่กำลังยืนหัวเราะต่อกระซิงอยู่กับดนัยไม่วางตา มือหนากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอกจนน่ารำคาญ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงชอบทำให้เขาเสียอาการอยู่เรื่อยนะ! เวลาล่วงเลยจนเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ แสงแดดสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดโบราณ ทอดเงายาวทับถมลงบนพื้นไม้สักทอง การประชุมเครียดช่วงเช้าถูกพักไว้ด้วยการถ่ายทำฉากจริงที่มุมตึกฝั่งตะวันตก กรณ์ปลีกตัวขึ้นมาบนชั้นสองของอาคารเพื่อตรวจทานแบบแปลนโครงสร้างเงียบๆ คนเดียว หลีกหนีความวุ่นวายจากกองถ่ายด้านล่าง แต่เสียงเอะอะโها่และเสียงผู้กำกับสั่งคัทก็ยังคงลอดขึ้นมาให้ได้ยินเป็นระยะ *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ กรณ์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เพราะคิดว่าเป็นพิมพ์ชนก แต่ผ่านไปสักครู่ก็ยังไม่มีเสียงพูดคุย มีเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก "แอบมาหลบมุมอยู่ตรงนี้เองเหรอคะ นึกว่าจะนั่งกอดแบบแปลนตายคาโต๊ะทำงานซะอีก" เสียงหวานกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้น กรณ์เงยหน้าขึ้นช้าๆ พบรสายืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกว่าไม่ได้มาดีแน่ๆ "ถ้าไม่มีเรื่องงาน กรุณาลงไปข้างล่างครับ ที่นี่เขตหวงห้ามสำหรับคนนอกกองถ่าย" กรณ์ตอบเสียงเรียบ ก้มหน้าลงมองกระดาษตรงหน้าต่อ รสาเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ใช้ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนขอบโต๊ะทำงานของเขา "คนนอกอะไรกันคะ ฉันเป็นผู้จัดการกองถ่ายนะ... อีกอย่าง นายท่านสถาปนิกคะ ทางเรายอมเปลี่ยนตำแหน่งไฟตามที่คุณต้องการแล้วนะ ทำไมยังทำหน้าเหมือนคนอมขี้มาสามวันแบบนี้อีกเล่า?" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาสีนิลลẫบลงเมื่อเห็นความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดอยู่ใต้ดวงตากลมโตนั้น แม้ปากจะเก่งและเถียงฉอดๆ แต่เธอก็ทำงานหนักไม่แพ้ใคร "ผมไม่ได้อมขี้..." กรณ์ถอนหายใจยาว ปิดม้วนแบบแปลนลง "แค่คิดว่าคุณมันดื้อด้านเกินเยียวยา" "อ้าว! ปากเสียอีกแล้วนะ" รสาตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนกรณ์ต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ "ถ้าฉันไม่ดื้อ แล้วงานมันจะเดินไหมล่ะคะคุณกรณ์? เป็นสถาปนิกเนี่ย นอกจากออกแบบตึกแล้ว ต้องฝึกอบรมมารยาทการพูดจาให้รื่นหูคนอื่นด้วยนะคะ ไม่งั้นวันหลังจะไม่เหลือใครอยากทำงานด้วยหรอก" "รวมถึงคุณด้วยว่างั้น?" กรณ์ถามสวนกลับ เสียงทุ้มแหบพร่าลงอย่างกะทันหัน รสาชะงักไปนิดเมื่อจู่ๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาก็แคบลงอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมทำเอาเธอพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่าง "ฉัน... ฉันก็แค่อยากทำงานให้มันจบๆ ไปนั่นแหละ" รสาเบี่ยงสายตาหนีความวับวามในดวงตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกแล้ว กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าวโดยไม่มีทีท่าจะหยุด รสาถอยหลังไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือโบราณเสียงดัง *ตุบ* "ถอยทำไมล่ะครับ ไหนว่าเก่งนักไม่ใช่เหรอ?" เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดร่องคอจนรสาขนลุกซู่ มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นท้าวกับชั้นวางหนังสือ กักตัวเธอไว้ตรงกลางวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ รสาเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาด้วยความตกใจ "นี่คุณ... จะทำอะไรน่ะ ถอยไปนะ!" "ผมไม่ได้ทำอะไร..." กรณ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาซึนๆ ปากร้ายเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมอย่างมิดชิด "ผมแค่จะบอกว่า... ถ้าคุณยังทำหน้าดื้อใส่ผมอีกทีเดียว ผมจะ..." *ตึง! โครม!* เสียงสิ่งของหล่นกระแทกพื้นดังสนั่นมาจากห้องโถงชั้นล่าง พร้อมกับเสียงกรีดร้องตกใจของทีมงานและเสียงตะโกนเรียกชื่อรสาอย่างตื่นตระหนก "รสา! คุณอยู่ข้างบนไหม! แย่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงดนัยตะโกนเรียกดังลั่นขึ้นมาตามบันได รสาเบิกตากว้าง ผลักอกกรณ์ออกเต็มแรงด้วยความตกใจ ขณะที่กรณ์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ช่วงเวลาความเป็นส่วนตัวถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ "เกิดอะไรขึ้น..." รสาหน้าถอดสี กำลังจะก้าวเดินออกไป แต่กรณ์กลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น "เดี๋ยวก่อน..." กรณ์ขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณสถาปนิกเตือนภัยบางอย่าง "เสียงเมื่อกี้... ไม่ใช่แค่ของตกธรรมดา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะครับ --- *ราชันย์หอกทมิฬ*
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%