เสียงเคาะแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กดังรัวติดต่อกันมาเกือบสองชั่วโมง เป็นจังหวะเดียวกับที่หน้าจอโปรแกรมตัดต่อแสดงคิวงานพะเนินเทินทึกจนสมองของรสาแทบระเบิด เอกสารงบประมาณกองถ่ายฉบับแก้ไขรอบที่สี่ถูกเลื่อนขึ้นลงด้วยความหงุดหงิด ปลายนิ้วเรียวขยี้ขมับเบาๆ เพื่อไล่ความล้าที่เกาะกุม นัยน์ตากลมโตฉายแววเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตระหนักว่าเธอยังไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยตั้งแต่เที่ยง
ในห้องทำงานชั่วคราวของกองถ่ายที่ถูกเนรมิตขึ้นริมไซต์งานก่อสร้าง เสียงเครื่องเจาะปูนจากชั้นบนยังคงคำรามก้องเป็นแบ็กกราวด์ รสาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปิดฝาปากกาเสียงดังลั่นจนคนในห้องสะดุ้ง
"ถ้าโปรดิวเซอร์ยังแก้บทมาอีกรอบ ฉันจะเอาสตอรี่บอร์ดฟาดหน้าเขาจริงๆ ด้วย" รสาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแห้งผาก คอแห้งผากราวกับมีกระดาษทรายมาขัดอยู่ข้างใน
ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นไปควานหาขวดน้ำเปล่าอุ่นๆ บนโต๊ะวางของ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้อุ่นๆ พร้อมลายลาเต้อาร์ตรูปใบไม้เรียบง่ายแต่ประณีต ก็ลอยมาแตะจมูกเสียก่อน แก้วกระดาษสีครามเข้มถูกวางทิ้งไว้บนมุมโต๊ะทำงานของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ข้างกันนั้นมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลัง
*‘ดื่มซะ สมองจะได้ไม่ช้าจนงานพังไปมากกว่านี้’*
รสาชะงัก นิ้วเรียวที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟหยุดกงกลางอากาศ หญิงสาวหรี่ตามองลายมือคุ้นตาที่มักจะปรากฏอยู่บนแบบแปลนสถาปัตยกรรมมากกว่าจะมาอยู่บนแก้วกาแฟ นัยน์ตาสีรัตติกาลหันขวับไปมองทางโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม ซึ่งถูกกั้นด้วยฉากกระจกใสฝ้า
ที่นั่น... กรณ์ สถาปัตยกรรมหนุ่มมาatดขรึมกำลังนั่งไขว่ห้างสมาธิอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วแกร่งกำลังลากเส้นโมเดล 3D ด้วยความเร็วและแม่นยำ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม สันจมูกโด่งเป็นสันคมรับกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างเคร่งเครียด รอบตัวเขามีออร่าความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้
รสาแค่นหัวเราะในลำคอ หึ... พ่อสถาปนิกหน้าตาย ปากบอกว่ารำคาญความวุ่นวายของกองถ่าย แต่กลับแอบเอาคาเฟอีนมาหย่อนไว้ให้แก้เครียดเนี่ยนะ? ช่างเป็นความซึนเดระที่น่าหมั่นไส้เสียจริง
หญิงสาวตัดสินใจหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาสูดกลิ่นหอมกรุ่นเข้าปอด รสชาติละมุนลิ้นและความอุ่นที่แผ่ซ่านลงสู่กระเพาะช่วยบรรเทาความตึงเครียดในสมองได้ชะงัดนัก แต่ทว่า... ศักดิ์ศรีของผู้จัดการกองถ่ายสาวมือหนึ่งค้ำคออยู่ มีหรือที่เธอจะยอมปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายเหนือกว่าในเชิงจิตวิทยาแบบนี้
รสาผุดลุกขึ้นยืน สาวเท้าก้าวฉับๆ ตรงไปยังโต๊ะทำงานของฝ่ายชายทันที แรงกระแทกเบาๆ ที่มุมโต๊ะทำงานทำให้กรณ์ต้องละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเสียไม่ได้
ดวงตาคมกริบสีเข้มเงີบขึ้นสบตากับเธอ นิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงความระแวงระวังเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้ง
"มีอะไร ผู้จัดการรสา หรือว่าคิวถ่ายวันนี้มีปัญหาอีก?" กรณ์เปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และไร้อารมณ์ตามสไตล์ของเขา ปรุงแต่งด้วยความห่างเหินที่ตั้งใจสร้างขึ้น
รษายกแก้วกาแฟในมือขึ้นระดับสายตา กระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ ส่งสายתล้อเลียนไปให้ "เปล่าหรอกค่ะคุณสถาปนิก แค่จะมาถามว่า... กาแฟแก้วนี้หมดอายุหรือยัง? หรือว่าคุณตั้งใจจะวางยาพิษฉันกันแน่ ถึงได้แอบเอามาวางไว้แล้วทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนั้น"
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที สันจมูกกระตุกเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจกับคำพูดของหญิงสาว เขาดึงตัวพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองเธอด้วยสายตาคมกริบที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคำพูด
"ผมไม่ได้ว่างขนาดเอาเวลามาวางยาใคร ถ้าไม่อยากดื่มก็โยนทิ้งถังขยะไปซะ ไม่มีความจำเป็นต้องเดินมาถึงนี่เพื่อพูดจาไร้สาระหรอกมั้งครับ" ปากร้ายๆ ของเขาพ่นคำพูดที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้าออกมาอย่างไร้ความปรานี
"อ๋อเหรอคะ?" รสาหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ฉันก็นึกว่าคุณกลัวฉันสติหลุดกลางกองถ่ายจนงานของคุณพังเสียอีก ถึงได้ลงทุนเดินมาเนียนวางไว้ให้... แหม รู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหลเลยล่ะค่ะ แต่พอนึกถึงคำพูดคำจาของคุณแล้ว... ขอโทษทีเถอะค่ะ ฉันเกรงใจกระเพาะตัวเอง กลัวกินเข้าไปแล้วอาหารเป็นพิษจากวาจาเผ็ดร้อนของคุณเสียก่อน"
"ถ้าคิดว่าผมหวังดีจนมโนไปไกลขนาดนั้น ผมแนะนำให้คุณเอาเวลาว่างไปเช็คสมองกับจิตแพทย์ดีกว่านะครับ ผู้จัดการรสา" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราใบมีดโกน "ผมแค่รำคาญเสียงบ่นพึมพำของคุณที่ดังทะลุกระจกเข้ามาในห้องต่างหาก มันรบกวนสมาธิในการทำงานของผม กาแฟแก้วนั้น... ผมแค่ซื้อมาเกินแล้วไม่อยากถือกลับบ้าน ก็เท่านั้นเอง"
*ซื้อมาเกินงั้นเหรอ? โกหกหน้าตายชัดๆ!*
รสาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง อกบางกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธ เธอกำแก้วกาแฟในมือแน่นขึ้นจนกระดาษบุ๋มลงไปเล็กน้อย ผู้ชายอะไร ปากแข็งยิ่งกว่าหินแกรนิตที่ตัวเองออกแบบเสียอีก เห็นชัดๆ ว่าแอบเป็นห่วง แต่กลับต้องหาข้ออ้างสารพัดมากลบเกลื่อนความใส่ใจนั้น
"งั้นก็ขอบคุณสำหรับความ 'รำคาญ' ของคุณก็แล้วกันนะคะ!" รสากัดฟันพูดทีละคำ ชูแก้วกาแฟในมือขึ้นก่อนจะเทมันลงใส่ถังขยะข้างโต๊ะทำงานของเขาต่อหน้าต่อตา เสียงของเหลวไหลกระทบก้นถังดังชัดเจน ท่ามกลางความตกตะลึงที่ฉายวาบขึ้นในดวงตาคมของสถาปนิกหนุ่มเพียงเสี้ยววินาที
กรณ์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนดูทรงพลังและคุกคามขึ้นมาทันตาเห็น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองการกระทำของเธอด้วยความไม่เข้าใจระคนขุ่นเคือง
"คุณทำบ้าอะไรของคุณ?" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน
"ก็บอกแล้วไงคะว่าฉันกลัวอาหารเป็นพิษจาก 'ของเกิน' ของคุณ... เชิญทำงานต่อตามสบายเถอะค่ะคุณกรณ์ หวังว่าเสียงบ่นของฉันคงไม่รบกวนหูอันมีค่าของคุณจนเกินไปนะ!"
รสาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี หมุนตัวกลับหลังหันเตรียมจะก้าวเดินหนีจากสถานการณ์ที่หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความโมโห
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นขอบประตูห้องทำงาน แรงกระชากที่ข้อศอกก็ทำให้ร่างของเธอถูกดึงกลับเข้าหาแผงอกกว้างของใครบางคนอย่างแรง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยเข้าปะทะจมูก รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง และเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูนั้นทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"อวดเก่งนักนะ..." เสียงกระซิบแหบพร่า ร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนรสาตัวแข็งทื่อ "คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะยอมปล่อยคุณไปง่ายๆ งั้นเหรอ..."
รสาหันขวับกลับไปหมายจะต่อว่า แต่ปลายจมูกของทั้งคู่กลับเฉียดกันเพียงไม่ถึงเซนติเมตร ดวงตาสีรัตติกาลสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ฉายแววดุร้ายแต่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร ทว่า ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากเถียง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของดนัย ผู้กำกับหนุ่มรูปหล่อที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"อ้าว รสา อยู่ที่นี่เองเหรอ? ผมกำลังตามหาตัวอยู่พอดี... เอ๊ะ ฉันขัดจังหวะอะไรพวกคุณหรือเปล่าเนี่ย?"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมานะครับ
ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่เธอไม่ได้ขอ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!