“ดูท่าทาง… พวกคุณไม่ได้แค่มาถ่ายหนังเล่นๆ สินะครับ”
ประโยคทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ทว่าในวินาทีนี้ รสาไม่มีเวลามาใส่ใจน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววคุกคามของสถาปนิกหนุ่มผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว รองเท้าส้นสูงของเธอเพิ่งจะก้าวล่วงเข้าไปในเขตหวงห้ามเด็ดขาด—พื้นที่ปีกตะวันตกของอาคารเก่าแก่สถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่กำลังอยู่ระหว่างการบูรณะ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่กรณ์เฝ้าระวังมาตลอดสามวันเต็ม
*โครม!*
เสียงคานไม้ชั่วคราวลั่นไก เสียงเศษปูนเก่าแก่ร่วงหล่นกราวรูดราวกับใบไม้แห้ง รสาผถะถายถอยหลังตามสัญชาตญาณเมื่อโครงสร้างจำลองไม้เนื้อแข็งที่กรณ์ใช้ค้ำยันแนวผนังรับน้ำหนักเกิดทรุดตัวลงต่อหน้าต่อตา เอกสารแปลนงานกองโตของเธอปลิวว่อนกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนกองฝุ่นหนาเตอะ
“ให้ตายสิ…”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันมาด้วยความโกรธจัดดังขึ้นเหนือศีรษะ รสาเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบด้วยความดื้อรั้นตามนิสัยของคนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
กรณ์ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีและเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณคนทำงานช่าง เขากำลังจ้องมองซากโครงสร้างที่พังครืนลงมาสลับกับใบหน้าของเธอ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโมโหจนแทบจะมีประกายไฟพ่นออกมาได้
“หูหนวกหรือว่าอ่านหนังสือไม่ออกครับ คุณผู้จัดการกองถ่าย” กรณ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยฝีเท้าหนักแน่น ร่างสูงใหญ่กดดันจนรสาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นปูนและบุคลิกที่แผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาเป็นระลอกทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก “ผมติดป้ายตัวเบ้อเร่อว่า ‘เขตอันตราย ห้ามเข้าเด็ดขาด’ แต่คุณก็ยังอุตส่าห์แหกกฎเข้ามาทำลายงานสามเดือนของผมพังไม่เป็นท่าภายในเวลาสามวินาที สมองส่วนไหนของคุณที่ประมวลผลคำสั่งพื้นฐานนี้ไม่ได้ครับ”
“คุณกรณ์คะ! อย่ามาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับฉันนะ” รสาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาวาววับไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบสะดุ้งกับรัศมีคุกคามที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาก็ตาม “ถ้าโครงสร้างของคุณมันแข็งแรงจริง แค่ฉันเดินเฉียดเข้ามามันไม่พังครืนลงมาเป็นกองขยะแบบนี้หรอกค่ะ! พูดแบบนี้หมายความว่าคุณออกแบบโครงสร้างชุ่ยๆ แล้วพยายามจะโบ้ยความผิดให้ฉันงั้นสิทธิ์อะไรมา—”
“โครงสร้างนี้รับน้ำหนักเฉพาะแนวรับแรงเฉือนตามหลักวิศวกรรม ไม่ใช่ที่ให้คนสมองกลวงเดินเข้ามาเตะคานค้ำยันเล่น!” กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้ตะโกน แต่มันกดต่ำ ลึก และเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “นี่คืออาคารประวัติศาสตร์อายุร้อยปี ไม่ใช่ฉากละครตลกเกรดบีของคุณ อยากพังอะไรก็ไปพังที่อื่น แต่วงเวียนประวัติศาสตร์ตรงนี้… คือเขตหวงห้ามเด็ดขาด ฟังภาษาคนรู้เรื่องไหมครับ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเศษปูนเม็ดเล็กๆ ที่ยังคงร่วงกราวลงมาเบาๆ รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวบางกำหมัดแน่นข้างลำตัวด้วยความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ใบหน้า ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ชายหน้าตายคนไหนกล้าต่อว่าเธอด้วยถ้อยคำเจ็บแสบและดูถูกสติปัญญาขนาดนี้มาก่อน
“ปากคอเราะร้ายแบบนี้… ชาติที่แล้วเป็นสถาปนิกหรือเป็นเครื่องตัดหญ้าคะ ถึงได้คอยพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่คนอื่นอยู่ได้!” รสาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว “ฉันแค่วิ่งตามหาผู้กำกับดนัยเพราะเขาทำมือถือตกหายในโซนนี้ แล้วคิดว่ามันอาจจะอยู่แถวนี้ แค่นั้น! ถ้างานของคุณมันเปราะบางขนาดลมพัดก็พังได้ ทำไมไม่เอาไปสร้างในห้องทดลองส่วนตัวล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมานั่งอารมณ์เสียใส่ชาวบ้านเขาอยู่แบบนี้!”
กรณ์ชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อ ‘ดนัย’ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ความขุ่นเคืองในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ เขาปรายตามองไปยังซากไม้ที่พังลงมา ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์
“ดนัยเหรอครับ…” กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเยдяเย้ยถนัดชัดเจน “เพื่อนร่วมงานผู้แสนดีของคุณคงจะฉลาดมากสินะ ถึงได้กล้าพาผู้หญิงตัวเล็กๆ เดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตก่อสร้างอันตรายโดยไม่เตือนอะไรเลย หรือว่า… พวกคุณถนัดแต่สร้างภาพสวยๆ หน้ากล้อง จนลืมไปว่าโลกความเป็นจริงมันมีกฎเกณฑ์ที่ต้องเคารพ”
“หยุดพาดพิงถึงคนอื่นนะ!” รสาพุ่งเข้าประชิดตัวเขาด้วยความเหลืออด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง เธอนิ้วเรียวชี้หน้าสถาปนิกหนุ่มอย่างเอาเรื่อง “คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใครทั้งนั้น! และบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่ได้อยากจะเหยียบเข้ามาใน ‘เขตหวงห้าม’ งี่เง่าของคุณนี่นักหรอก ถ้าเลือกได้ ฉันไปนั่งกินกาแฟชิลๆ ข้างนอกยังมีความสุขกว่าต้องมาเถียงกับผู้ชายปากเสียอย่างคุณ!”
จังหวะนั้นเอง กรณ์ก้มมองปลายนิ้วที่ชี้อยู่ตรงหน้าอกของเขา รสาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่สะท้อนผ่านเนื้อผ้า หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ ตามจังหวะลมหายใจที่เริ่มติดขัด ดวงตาสสีนิลคู่นั้นก้มลงมองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป จากความโกรธเกรี้ยว… กลายเป็นความลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่ออก
“งั้นก็ดีครับ…” กรณ์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือพวงแก้มของเธอ “ในเมื่อคุณไม่ชอบเขตหวงห้ามนี้… นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป พื้นที่ชั้นสามทั้งหมดถูกประกาศเป็นเขตหวงห้ามส่วนบุคคล ห้ามกองถ่ายของคุณเฉียดเข้ามาใกล้รัศมีสิบเมตรเด็ดขาด และถ้าคุณยังฝ่าฝืนอีก… ผมจะอุคุณโยนออกไปนอกตึกด้วยตัวเอง”
รสาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหัน หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามจะถอยหลังหนีแต่ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาปูนด้านหลังเสียแล้ว กรณ์กักตัวเธอไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งที่ยันกับเสาปูน สายตาของเขาคมกริบจนเธอไม่กล้าสบตาตรงๆ
“คุณ… คุณมันเผด็จการ!” รสาเค้นเสียงออกมาได้แค่นั้น
“ขอบคุณที่ชมครับ” กรณ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แทบไม่เคยปรากฏให้ใครเห็น แต่มันกลับทำให้หัวใจของรสาเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม “ถือว่าเราตกลงกันตามนี้นะครับ คุณผู้จัดการกองถ่าย”
ในขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยเคมีประหลาดที่ชวนให้ใจสั่นระทึก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดวนด้านล่าง
“รสา! อยู่แถวนี้หรือเปล่า ทีมงานตามหาตัวเธอกันให้วุ่นแล้วนะ”
เสียงของดนัยดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รสาสะดุ้งสุดตัว กำลังจะอ้าปากตอบรับเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ทว่า… มือหนาของกรณ์กลับพุ่งเข้ามาปิดปากเธอไว้แน่นอย่างรวดเร็ว!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ กรณ์ขยับตัวเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้นจนร่างของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เขาพาเธอถอยร่นเข้าไปหลบหลังเสาต้นใหญ่ที่ถูกบังด้วยม่านพลาสติกกันฝุ่นอย่างมิดชิด ลมหายใจของเขาเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่
“ชู่…” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวัง “ถ้าไม่อยากให้ผู้กำกับของคุณเห็นสภาพเราตอนนี้… ก็เงียบซะครับ”
รสาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระส่ำราวกับจะหลุดออกมานอกอก ผ่านรอยแยกของม่านพลาสติก เธอเห็นเงาร่างของดนัยเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงซากปรักหักพังจุดที่เธอเพิ่งทำพังเมื่อครู่พอดี ดนัยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับ
และในจังหวะที่รสาโล่งอกเตรียมจะหันไปต่อว่าคนฉวยโอกาส… กรณ์กลับก้มหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธออีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาสติของเธอกระเจิงแทบไม่เหลือชิ้นดี
“แต่ดูเหมือนว่า… ความลับของเราสองคน จะไม่ได้จบลงแค่ตรงนี้นะครับ”
*คลิกอ่านตอนต่อไปทันทีเพื่อลุ้นว่าความลับของทั้งคู่คืออะไร!*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมานะครับ
ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น•ตอนที่ 2
เขตหวงห้ามของสถาปนิก
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!