“ถ้าจะจ้องหน้าผมเพื่อหาคำตอบขนาดนี้ เอาเวลาไปเขียนแปลนโครงสร้างชั้นสองให้เสร็จดีกว่าไหมครับ คุณรสา”
กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับวูบไหวราวกับมีพายุหมุนอยู่ภายใน เขาขยับตัวถอยห่างจากพื้นที่ส่วนตัวของหญิงสาวเพียงไม่กี่นิ้ว แต่แรงกดดันที่เขาทิ้งไว้ยังคงอบอวลอยู่ไม่จางหาย
รสาชะงัก เธอพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แม้จังหวะหัวใจจะยังเต้นรัวเหมือนกลองรบ พนักงานสาวมั่นอย่างเธอไม่มีทางยอมให้คนหน้าตายอย่างเขาเห็นความพ่ายแพ้แน่ เธอเชิดหน้าขึ้นพลางแค่นยิ้มบางๆ อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
“แปลนชั้นสองน่ะเหรอคะ? ก็เสร็จไปตั้งแต่คุณมัวแต่ยืนตีหน้านิ่งทำตัวเป็นรูปปั้นแล้วล่ะค่ะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “หรือว่าที่มองฉันไม่วางตา เพราะนึกเสียดายที่แผนจัดฉากของคุณมันดันมาสะดุดเพราะฉันทันเกมขึ้นมากันแน่คะ คุณสถาปนิก?”
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดุดันคู่นั้นหรี่ลง เขาก้าวเข้ามาหาเธออีกหนึ่งก้าวอย่างคุกคาม ระยะห่างที่ถูกร่นลงทำให้รสาต้องแผ่นหลังชิดกับผนังห้องโดยอัตโนมัติ
“ทันเกมเหรอครับ?” กรณ์โน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะไร้อารมณ์อยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ “คุณอาจจะคิดว่าตัวเองฉลาดที่อ่านผมออก แต่รสา... บางอย่างที่คุณกำลังเล่นอยู่ มันเป็นเกมที่อันตรายกว่าที่คุณคิดเยอะ”
ขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยพร้อมกับเสียงหัวเราะสดใสก็ดังแทรกเข้ามาในห้องสตูดิโอ ทำลายระยะห่างของคนทั้งสองจนกระเจิง
“รสา! ผมกลับมาเร็วกว่าที่คิดนะ!”
รสาเบี่ยงตัวหลบออกมาจากมุมอับนั้นด้วยความโล่งอก เธอหันไปมองต้นเสียงที่ก้าวเข้ามาด้วยมาดผู้กำกับหนุ่มไฟแรง ดนัยสวมเสื้อเชิ้ตลินินพับแขนดูสบายๆ ผิดกับกรณ์ที่ยังคงอยู่ในชุดสูทกึ่งลำลองที่เนี้ยบกริบจนน่าหมั่นไส้
ดนัยเดินเข้ามาหาหญิงสาวโดยไม่สนใจชายหนุ่มอีกคนที่ยืนหัวโด่อยู่ข้างๆ เขาถือวิสาสะวางมือลงบนไหล่ของรสาอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับยื่นแก้วกาแฟเย็นที่เธอโปรดปรานให้
“เห็นว่าวันนี้คุณต้องคุมงานหนัก เลยไปแวะร้านเจ้าประจำมาให้ หวังว่าจะยังไม่หายร้อนนะ” ดนัยยิ้มกว้าง แววตาของเขาที่มองรสาเต็มไปด้วยความชื่นชมและเสน่หาที่ไม่ได้ปิดบัง
กรณ์ที่ยืนกอดอกอยู่ห่างออกไป ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน แววตาที่เคยมองรสาด้วยความกดดัน เปลี่ยนเป็นสายตาเย็นชาที่จ้องมองไปยังฝ่ามือของดนัยที่แตะอยู่บนไหล่บางนั้นราวกับจะเผาให้ไหม้เป็นจุณ
“ดูเหมือนกองถ่ายจะยุ่งจนลืมไปแล้วว่าสถาปนิกเขามีตารางงานที่ต้องเคารพ” กรณ์เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือก “คุณดนัยครับ ถ้าจะมาคุยงาน ผมว่ารสาเขามีตารางคิวแน่นเอี้ยดตลอดทั้งวัน คงไม่มีเวลามานั่งละเลียดกาแฟกับคุณหรอก”
ดนัยหันไปมองกรณ์ด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก “อ้าว กรณ์... อยู่ด้วยเหรอครับ? โทษทีนะ พอดีผมเห็นแต่คนที่น่าสนใจกว่า เลยลืมสังเกตไปหน่อย”
คำตอบที่เหมือนตบหน้ากลางอากาศทำให้กรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง รสาสังเกตเห็นได้ทันทีว่าไหล่ของกรณ์เกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบแทรกตัวขึ้นทันทีเพื่อลดแรงปะทะที่อาจจะกลายเป็นสงครามเย็นย่อมๆ
“ขอบคุณสำหรับกาแฟนะคะคุณดนัย” รสาหันไปยิ้มให้ผู้กำกับหนุ่ม ก่อนจะปรายตามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนปั้นปึ่ง “ส่วนคุณกรณ์คะ ถ้างานตรงไหนมันติดขัดก็บอกมาตรงๆ ได้เลย ไม่ต้องประชดประชันกันแบบนี้ มันดู... ไม่สมเป็นมืออาชีพเลยสักนิด”
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขายังคงจ้องรสาไม่วางตา “มืออาชีพเหรอครับ? ผมว่าคนเราจะทำตัวมืออาชีพหรือเปล่า มันไม่ได้วัดกันที่คำพูด แต่วัดกันที่ว่าเขาให้ความสำคัญกับคนระดับไหนมากกว่า”
คำพูดกำกวมของกรณ์ทำให้รสาขมวดคิ้ว แต่ก่อนที่เธอจะได้โต้กลับ ดนัยก็ก้าวเข้ามาคั่นกลางอย่างถือดี
“รสา เดี๋ยวตอนเที่ยงเราไปหาที่นั่งวางแผนคิวถ่ายทำฉากพรุ่งนี้กันดีกว่า ผมมีไอเดียใหม่ที่น่าจะถูกใจคุณนะ” ดนัยพูดพลางเลื่อนมือจากไหล่ลงมาจับที่ข้อศอกของรสาอย่างเบามือ
กรณ์มองการกระทำนั้นด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ เขาแทบจะคุมอารมณ์ไม่อยู่เมื่อเห็นรสาไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสของดนัย ในขณะที่ตัวเขาเองกลับเป็นคนคอยจ้องจะจับผิดเธออยู่ทุกฝีก้าว
“ถ้าจะคุยเรื่องงาน ผมแนะนำให้ไปที่ห้องรับรองครับ” กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว “เพราะตรงนี้คือพื้นที่ส่วนตัวของสถาปนิก ที่ที่คุณ... ไม่มีสิทธิ์เข้ามาวุ่นวาย”
“พื้นที่ส่วนตัว?” ดนัยเลิกคิ้ว “ผมว่าที่นี่คือกองถ่าย และรสาคือผู้จัดการกองถ่าย ซึ่งมีหน้าที่ดูแลทุกอย่าง ไม่ใช่แค่คอยเอาใจสถาปนิกขี้หงุดหงิดอย่างคุณหรอกนะ”
บรรยากาศในห้องคุกรุ่นจนเกือบถึงขีดสุด รสามองคนทั้งสองสลับไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย เธอเริ่มสัมผัสได้ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องงานแล้ว แต่มันคือการประกาศอาณาเขตของลูกผู้ชายสองคนที่มีเธอเป็นเดิมพัน
“พอทั้งคู่เลยค่ะ!” รสาเอ่ยเสียงเฉียบ เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของดนัยและถอยห่างออกมา “ฉันไม่ใช่สิ่งของที่จะให้ใครมาแย่งชิง และที่นี่ก็คือกองถ่าย ไม่ใช่สนามมวย ถ้าจะทำงานก็ทำ ถ้าไม่ทำก็เชิญข้างนอก!”
เธอหันหลังเดินฉับๆ ไปยังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสาร ทิ้งให้ชายหนุ่มทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าฟัน กรณ์กระตุกยิ้มที่มุมปาก ทว่ามันเป็นยิ้มที่ดูน่ากลัวกว่าปกติ
เขาก้าวเข้าไปใกล้ดนัยจนได้ยินเสียงลมหายใจ “คุณอาจจะคิดว่าคุณรู้จักเธอดีนะดนัย แต่รสาไม่ใช่คนที่คุณจะคุมเกมได้ง่ายๆ”
“ผมไม่ต้องคุมเกมหรอกครับกรณ์” ดนัยตอบกลับด้วยเสียงที่นุ่มนวลแต่ท้าทาย “เพราะผมไม่ได้มองเธอเป็นแค่เครื่องมือในโปรเจกต์เหมือนคุณ”
กรณ์กำหมัดแน่นจนสั่น เขากำลังจะโต้ตอบกลับไป แต่เสียงโทรศัพท์มือถือของรสาก็ดังขึ้นทำลายจังหวะเสียก่อน เธอรับสายด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปทันที สีหน้าดูตกใจเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองมาที่กรณ์
“อะไรนะคะ? ...ได้ค่ะ ฉันจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้”
รสาวางสายแล้วหันมามองทั้งคู่ด้วยแววตาที่จริงจัง “พิมพ์ชนกโทรมาค่ะ เธอแจ้งว่าวัสดุที่จะใช้ในส่วนระเบียงพังเสียหายทั้งหมด และทางบริษัทรับเหมาปฏิเสธความรับผิดชอบ... ถ้าเราแก้ปัญหาไม่ได้ ภายในสามวันโปรเจกต์นี้พังไม่เป็นท่าแน่”
กรณ์ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนจากความไม่พอใจเป็นความเครียดขรึมทันที “พัง? เป็นไปไม่ได้ พิมพ์ชนกเป็นคนดูแลสต็อกเองนี่!”
เขารีบก้าวเดินไปหารสาด้วยความร้อนรน แต่ดนัยก็ยังคงก้าวตามไปติดๆ
ทว่าทันทีที่รสาหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา เธอก็ชะงักค้าง แสงไฟในสตูดิโอเกิดอาการกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงทั้งห้อง ทิ้งให้ทุกคนตกอยู่ในความมืดมิดที่เงียบสงัด จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูด้านหลังห้องถูกเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนในเวลานี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น•ตอนที่ 8
ผู้กำกับหนุ่มผู้มาเยือน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์รักฉบับจัดฉาก: เมื่อสถาปนิกหน้าตายต้องกลายเป็นพระเอกจำเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!