"สามสิบล้านเหรียญทอง... ฉันให้ราคาเท่านี้ ไม่มีทางที่เศษสวะอย่างแกจะเก็บบัตรประมูลใบนั้นไว้ได้หรอก ไคเซอร์!"
เสียงทุ้มต่ำที่กร้าวร้าวของไคเซอร์ หัวหน้ากิลด์มังกรสวรรค์ดังสะท้อนไปทั่วห้องประมูลใต้ดินชั้นวีไอพี แรงกดดันจากจิตสังหารระดับท็อปแรงก์แผ่ซ่านจนแขกเหรื่อรอบข้างต้องถอยร่น ไคเซอร์ยกย่องความเย่อหยิ่งของตนเองเป็นสรณะ ดวงตาคมปลาทูมองตรงไปยังเวทีกลางด้วยความกระหายใน "สร้อยคอแห่งอสุรกายโบราณ" ไอเทมระดับตำนานที่ถูกขนานนามว่าเป็นกุญแจสู่ดันเจี้ยนลับระดับทวีป
บนเวที มือสังหารหน้ากากเงินที่เพิ่งทำผลงานสะท้อนความตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ ค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อสายตาคมกริบของเรย์จดจ้องทะลุผ่านหน้ากากเข้ามา ราวกับตัวตนและอดีตอันสกปรกทั้งหมดกำลังถูกเปิดเปลือยต่อหน้าอดีตเพื่อนรักที่เขาเคยร่วมมือกันถีบลงเหว
เรย์ (อาเธอร์) ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงระยับ ภายในห้องประมูลส่วนตัวที่มองเห็นเวทีได้ชัดเจนที่สุด รัศมีแห่งความเย็นชาและความมั่นใจแผ่ออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มจนแม้แต่ลูน่า คู่ชีวิตที่นั่งเคียงข้างยังต้องแย้มยิ้มบางเบา มือเรียวสวยของอดีตนักบวชสาวเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น เธอรู้ดีว่าเกมนี้ ใครคือผู้ถือไพ่เหนือกว่า
"สามสิบล้านครั้งที่หนึ่ง... สามสิบล้านครั้งที่สอง..." เสียงผู้ประมูลบนเวทีขานรับด้วยความตื่นเต้น เม็ดเหงื่อผุดพรายบนขมับของเขา
ไคเซอร์แค่นหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาเหลือบมองมายังห้องวีไอพีฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาสสมเพชเวทนา พร้อมเอ่ยปากเยาะเย้ยผ่านเวทมนตร์ขยายเสียง "หึ... คิดจะเอาชนะกิลด์มังกรสวรรค์ด้วยเงินเก็บก้นถุงของแกงั้นเหรอ เรย์? แกมันก็เป็นได้แค่ผู้กล้าตกอับที่เกาะผู้หญิงกินไปวันๆ นั่นแหละ!"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นในหมู่ผู้ร่วมงาน หลายคนจำเรย์ได้และเริ่มซุบซิบถึงข่าวลือการล่มสลายของอดีตปาร์ตี้ผู้กล้า
แต่ทว่า... เรย์กลับไม่มีท่าทีสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวของเขากดปุ่มเปิดไมโครโฟนบนพนักพิงแขน ชายหนุ่มระบายยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ไคเซอร์ถึงกับชะงักกึกโดยไม่ทราบสาเหตุ
"สามสิบล้านงั้นเหรอครับ ไคเซอร์..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานดังสะท้อนไปทั่วห้องโถง "สำหรับแก มันคงเป็นเงินก้อนโตที่ต้องระดมทุนจากสมาชิกกิลด์จนแทบกระอักเลือด แต่สำหรับฉัน... มันเป็นแค่เศษเหรียญที่ฉันโยนให้ทานสุนัขข้างถนนเท่านั้นเอง"
"แกกว่ายังไงนะไอ้สวะ!" ไคเซอร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
เรย์ไม่สนใจเสียงเห่าหอนของสุนัขที่กำลังจนตรอก เขาหันไปพยักหน้าให้ลูน่า หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เธอนำการ์ดสีดำสนิทไร้รอยต่อ—การ์ดอภิสิทธิ์สูงสุดที่ออกโดยธนาคารกลางแห่งทวีป ซึ่งมีวงเงินหมุนเวียนไม่จำกัด—เสียบลงในช่องทำธุรกรรมของระบบประมูล
"ฉันขอเสนอราคา... หนึ่งร้อยล้านเหรียญทองครับ"
*กริ๊ง!*
เสียงระบบแจ้งเตือนการเสนอราคากลางดังลั่นกังวาน ตัวเลขสีแดงฉานพุ่งพรวดขึ้นบนจอภาพยักษ์กลางห้องประมูลจาก '30,000,000' กระโดดข้ามไปเป็น '100,000,000' ในพริบตาเดียว!
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องประมูลทันที ทุกคนอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกมาจากเบ้า หนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง! เงินจำนวนนี้สามารถซื้ออาณาจักรขนาดเล็กได้ทั้งอาณาจักรด้วยซ้ำ! แต่นี่... ถูกใช้เพื่อประมูลไอเทมชิ้นเดียวเนี่ยนะ?
ไคเซอร์หน้าซีดเผือด สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความหวาดหวั่นในเสี้ยววินาที เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง มือที่กำหมัดแน่นสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ "เป็นไปไม่ได้... เป็นไปได้ยังไง! เงินระดับนั้น... แกเอามาจากไหน! แกไม่มีทางมีเงินสดสำรองมากมายขนาดนี้แน่!"
"เงินของฉันมาจากไหน ไม่จำเป็นต้องรายงานให้สุนัขอย่างแกทราบหรอกครับ" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีอันกดดันแผ่กระจายจนไคเซอร์รู้สึกราวกับถูกภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า "แต่ถ้าแกอยากได้ไอเทมชิ้นนี้จริงๆ... ทำไมไม่ลองเสนอราคาที่สูงกว่าฉันดูล่ะครับ? เชิญเลย... ใช้เงินกิลด์ทั้งหมดของแกมาฟาดหน้าฉันสิครับ"
ลูน่าลุกขึ้นยืนเคียงข้างเรย์ รอยยิ้มอันอ่อนโยนของเธอมองตรงไปยังไคเซอร์ด้วยความสมเพชเวทนาอย่างถึงที่สุด เธอกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "การดูถูกคนอื่นโดยที่ไม่รู้ว่าเขามีกำลังสำรองเท่าไหร่ เป็นนิสัยที่น่าสมเพชมากเลยนะคะ ไคเซอร์... อ้อ ไม่สิ ตอนนี้คุณคงเหลือแค่เปลือกนอกที่กลวงเปล่าแล้วล่ะมั้งคะ"
มือสังหารบนเวทีที่ยืนอยู่ใกล้จอแสดงผลสะอึกเฮือก เขาตระหนักได้ทันทีว่าความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการรับงานมาเป็นศัตรูฆ่ากับปีศาจตนนี้
ผู้ดูแลการประมูลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะประกาศด้วยเสียงสั่นเครือ "ห... หนึ่งร้อยล้านเหรียญทองครั้งที่หนึ่ง... หนึ่งร้อยล้านเหรียญทองครั้งที่สอง..."
ไคเซอร์กัดฟันจนเลือดซึมออกจากมุมปาก ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้นและอับอาย เขามีเงินในบัญชีไม่พอสู้ราคานี้แล้ว การดึงดันจะทำให้กิลด์มังกรสวรรค์ล้มละลายทันที แต่ถ้าปล่อยให้เรย์ชนะ เขาจะกลายเป็นตัวตลกที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้อีกในโลกนี้!
"...ครั้งที่สาม! ปิดการประมูล! สร้อยคอแห่งอสุรกายโบราณ ตกเป็นของท่านเรย์ ด้วยมูลค่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองครับ!"
เสียงค้อนเคาะไม้ดังสนั่น ท่ามกลางความตกตะลึงของคนนับพันในห้องโถง
เรย์หยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว ชายหนุ่มวางแก้วลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องวีไอพี โดยมีลูน่าเดินคล้องแขนตามติดอย่างสง่างาม
ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวพ้นประตูห้องประมูล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงประกาศก้องจากระบบรักษาความลับของอาคารก็ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบ
*"แจ้งเตือนฉุกเฉิน: มีการตรวจพบการเคลื่อนย้ายกองกำลังปริศนาจำนวนหนึ่งหมื่นนายปิดล้อมรอบอาคารประมูลแห่งนี้แล้ว... และบุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตูทางออกของคุณในตอนนี้ คือ..."*
ประตูกระจกนิรภัยเบื้องหน้าเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลในชุดเกราะทองคำอร่าม ผู้ถือครองตราสัญลักษณ์สูงสุดแห่งราชวงศ์ ซึ่งเป็นคนสนิทที่ควรจะภักดีต่อไคเซอร์... แต่กลับก้มศีรษะลงคุกเข่าต่อหน้าเรย์และลูน่าอย่างนอบน้อม
"ยินดีต้อนรับกลับสู่บัลลังก์อย่างเป็นทางการครับ... องค์ชายเรย์ และองค์หญิงลูน่า"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" มาโดยตลอดนะครับ
เซียนไอเทมขยะกับอาณาจักรเงินสดถล่มทลาย•ตอนที่ 7
เงินสดฟาดหน้าศัตรู
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนไอเทมขยะกับอาณาจักรเงินสดถล่มทลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!