แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า•ตอนที่ 20

หมากรุกที่ไม่มีตัวเดิน

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงลอยวนอยู่เหนือโต๊ะเขียนหนังสือไม้สลักลายมังกรห้าเล็บ ควันสีขาวนวลเส้นเล็กๆ ม้วนตัวขึ้นสู่เพดานตำหนักใน ก่อนจะแตกซ่านและจางหายไปในความเงียบงัน ยามนี้ราตรีล่วงเข้าสู่ยามสาม (ประมาณ 23.00 - 01.00 น.) ความมืดมิดภายนอกราวกับผืนผ้าแพรสีนิลที่ถูกถักทอด้วยความหนาแน่น ทว่าภายในห้องหนังสือส่วนพระองค์ขององค์รัชทายาท กลับสว่างไสวด้วยแสงจากคบเพลิงน้ำมันปลาวาฬที่ส่งเสียงปะทุเบาๆ เป็นระยะ "หมากกระดานนี้... ท่านพี่เดินผิดตาไปก้าวหนึ่งแล้วกระมัง" เสียงหวานทุ้งกังวานดังขึ้นทำลายความเงียบ จางเหม่ยหลิน ในอาภรณ์ปักลายหงส์สีเหมยแดงเข้มขรึม นางนั่งอยู่เบื้องขวาของโต๊ะกระดานหมากล้อมหยกขาว นิ้วเรียวดั่งลำเทียนคีบเบี้ยหินสีนิลขึ้นมาพิจารณาครู่หนึ่ง ก่อนจะวางลงบนจุด 'สุริยัน' บนกระดานด้วยกิริยาเชื่องช้าแต่มั่นคง หลี่จวินเหอ แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหลี่ ซึ่งประทับอยู่ฝั่งตรงข้าม เงยพระพักตร์ขึ้นช้าๆ แววพระเนตรคมกริบดั่งใบมีดดาบกวาดตามองกระดานหมากที่สถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือเพียงเพราะเบี้ยตัวเดียวที่สตรีตรงหน้าเพิ่งวางลงไป เบี้ยสีนิลเม็ดนั้นไม่ได้รุกฆาต แต่มันปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมดของเบี้ยสีขาวฝั่งเขา คล้ายกับสถานการณ์การเมืองในราชสำนักยามนี้ ไม่มีผิดเพี้ยน ขุนนางฝ่ายเหนือที่เคยคุมกำลังทหารหัวเมืองเริ่มแปรพักตร์ทีละคน ส่วยและเสบียงที่ควรส่งถึงค่ายกลหลวงถูกสกัดกั้นไว้ที่ด่านอู่กวนอย่างมีเงื่อนงำ และเบื้องหลังความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้... คือเงาของเสนาบดีซ่ง ผู้กุมอำนาจในท้องพระโรง "เจ้าตั้งใจบีบให้ข้าต้องเลือกทางที่เจ็บปวดที่สุดสินะ เหม่ยหลิน" หลี่จวินเหอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้งดั่งขุนเขา "หม่อมฉันมิกล้าบังคับท่านแม่ทัพหรอกเจ้าค่ะ" เหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาดำขลับคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นลมพายุไว้เบื้องล่าง นางคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับเยียบเย็นถึงกระดูก "เพียงแต่... หมากบนกระดานหากปล่อยให้เน่าเฟะคาที่ ก็รังแต่จะทำให้กระดานทั้งกระดานแปดเปื้อน สู้ตัดเนื้อร้ายทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อรักษาตัวราชสำนักไว้ มิใช่หนทางที่ถูกต้องหรอกหรือ" บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงน้ำจากนาฬิกาทรายทองคำหยดลงกระทบถาดรองดังติ๊ดๆ สะท้อนความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง ความสัมพันธ์ของพวกเขามิใช่เพียงแค่แม่ทัพกับกุนซือ แต่มันคือพันธสัญญาเลือดที่ถูกผูกมัดไว้ด้วยความแค้นตระกูลและการแย่งชิงบัลลังก์มังกร ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน พระราชโองการลับจากฮ่องเต้ที่ทรงพระประชวรเรื้อรังถูกส่งมาถึงมือหลี่จวินเหอ เนื้อความในสาส์นฉบับนั้นสั้นกุด แต่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง—*'ขจัดเสนาบดีซ่ง พิทักษ์บัลลังก์'* แต่ปัญหาคือ ตระกูลซ่งไม่ได้มีดีแค่ อำนาจในราชสำนัก หากแต่กุมกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรและคลังหลวงไว้ทั้งหมด การจะโค่นล้มขุนนางใหญ่ผู้นี้จำเป็นต้องอาศัยหลักฐานการทุจริตชิ้นสำคัญ ซึ่งซ่อนอยู่ในห้องลับใต้ดินจวนเสนาบดีที่มีการคุ้มกันแน่นหนาดั่งค่ายกลกลืนวิญญาณ "ข้าได้รับรายงานจากหน่วยสอดแนมแล้ว" หลี่จวินเหอผ่อนลมหายใจยาว เหยียดพระวรกายพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์ "คืนนี้... หน่วยเงาทมิฬจะลงมือบุกจวนเสนาบดีเพื่อชิงบัญชีลับ แต่ข้าสังหรณ์ใจว่า มันอาจจะเป็นกับดัก" เหม่ยหลินหุบพัดกระดาษในมือลง เสียง 'พัป' เบาๆ ดังขึ้น นางขมวดคิ้วเล็กน้อยยามนึกถึงนิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายของเสนาบดีซ่ง "ท่านแม่ทัพทรงคาดการณ์ถูกแล้วเจ้าค่ะ จวนเสนาบดีมีค่ายกลค่ายกลคูเมืองและมือสังหารเงาคุ้มกันหนาแน่นปานนั้น ไฉนเลยข่าวการส่งหน่วยเงาทมิฬจะรั่วไหลไปถึงหูมันช้าเช่นนี้... เว้นเสียแต่ว่า มีคนจงใจเปิดประตูต้อนรับโจรเข้าบ้าน" "ไสยเวทการเมืองในวังหลวงช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก" แม่ทัพใหญ่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาฉายแววดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง "คนของเรากำลังเดินเข้าไปตายในกรงเล็บพยัคฆ์" "ถ้าเช่นนั้น... หม่อมฉันขออาสาเป็นคนเดินหมากตาต่อไปเองเจ้าค่ะ" หลี่จวินเหอชะงัก พระเนตรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากทัดทาน สตรีตรงหน้าก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์สีเหมยแดงสะบัดพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน นางหยิบกล่องไม้สนแกะสลักลวดลายประณีตใบเล็กขึ้นมาจากโต๊ะ เปิดฝาออกเผยให้เห็นป้ายคำสั่งหยกแท้สลักลายพยัคฆ์เงิน ซึ่งเป็นสิทธิ์ขาดในการเคลื่อนย้ายกองกำลังรักษาพระองค์ครึ่งหนึ่ง "เจ้าจะทำอะไร เหม่ยหลิน?" หลี่จวินเหอผุดลุกขึ้นตาม มือหนาเอื้อมไปควابข้อแขนเรียวของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นสะท้อนถึงความห่วงใยที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นมาตลอด "หม่อมฉันจะไปจวนเสนาบดี... ด้วยตัวเองเจ้าค่ะ" เหม่ยหลินหันมาสบตาเขา แววตาของนางแน่วแน่ เด็ดเดี่ยว และไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ "ในเมื่อเสนาบดีซ่งต้องการใช้หน่วยเงาทมิฬเป็นข้ออ้างในการประกาศกบฏ หม่อมฉันก็จะใช้พระราชโองการลับในมือ... เข้าไปตลบหลังมันในฐานะผู้ตรวจการพิเศษจากสำนักชำระบัญชี" "ไม่ได้! มันอันตรายเกินไป!" หลี่จวินเหอขึ้นเสียงอย่างลืมตัว ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญเสียคนรักในอดีตพุ่งย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เขาไม่อาจสูญเสียสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจคนนี้ไปได้อีกแล้ว "ข้าไม่มีทางยอมให้เจ้าเอาชีวิตไปเสี่ยงเด็ดขาด!" "ท่านแม่ทัพ..." เหม่ยหลินเอื้อมมืออีกข้างขึ้นมาแตะลงบนหลังมือหนาที่กุมข้อมือนาวไว้สัมผัสอันอบอุ่นและสั่นเทาเล็กน้อยนั้นทำให้ความแข็งกร้าวในใจของหลี่จวินเหออ่อนยวบลง น้ำเสียงของนางนุ่มนวลขึ้น ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา "ท่านแบกรับความแค้นของแผ่นดินไว้บนบ่ามามากเกินพอแล้ว ให้หม่อมฉันได้แบ่งเบาภาระนี้เถอะเจ้าค่ะ... หมากกระดานนี้ หากไม่มีใครยอมเสียสละเบี้ยตัวสำคัญ ย่อมไม่มีทางชนะศึกใหญ่ได้" นางคลี่ยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ก่อนจะดึงมือออกอย่างนุ่มนวล หมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังประตูตำหนัก ทิ้งให้แม่ทัพใหญ่ยืนนิ่งค้างอยู่เบื้องหลังท่ามกลางความเงียบงันของราตรี ทว่า... ในวินาทีที่มือเรียวผลักบานประตูไม้แกะสลักออกไปสู่ความมืดมิดเบื้องนอก เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยนายก็ดังขึ้นกึกก้องล้อมรอบตำหนักใน เสียงเกราะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางสายลมหนาวเหน็บ เงาร่างของทหารองครักษ์ชุดเกราะสีดำสนิทนับร้อยนายผุดขึ้นมาจากความมืด นำโดยขันทีเฒ่าคนสนิทของไทเฮา ผู้ถือถาดกระเบื้องเคลือบสีเขียวก้านบัว บนถาดนั้นมีกาชาหยกขาวและจอกสุราหนึ่งใบ น้ำในจอกส่งกลิ่นหอมหวานรelจรญวนใจ... ทว่าเจือด้วยกลิ่นฉุนประหลาดของ 'ดอกอู๋ซิน' พิษร้ายแรงที่ไร้ซึ่งยาแก้ "พระราชโองการจากไทเฮา!" ขันทีเฒ่าแผדเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้ายับย่น "กุนซือจางเหม่ยหลิน สมคบคิดกับกบฏ วางแผนลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้... มีรับสั่งให้ประทาน 'สุราไร้ใจ' แก่นาง ณ บัดนี้!" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ *นักเล่าประวัติศาสตร์*
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%