"จวนแม่ทัพใหญ่แห่งต้าหลี่ บัดนี้ถูกโอบล้อมด้วยเงาดำแห่งราชโองการที่ไร้ความปรานีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านแม่ทัพ!"
เสียงรายงานของรองแม่ทัพหนุ่มดังสะท้อนก้องผ่านความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ กลิ่นอายของสนิมเหล็กและกลิ่นอายคุกคามลอยอบอวลเข้ามาปะทะกับควันจางๆ จากเตากำยานกลิ่นไม้กฤษณา ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นราolดดั่งภูเขาไฟพร้อมระเบิด หลี่จวินเหอ กลับมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีนิลปักลายพยัคฆ์เงินยังคงนั่งนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองม้วนพระราชโองการสีทองอร่ามที่ถูกโยนลงแทบเท้าด้วยสายตาเยือกเย็นดั่งห้วงสมุทรลึก
ข้อหากบฏ... ช่างเป็นข้อหาคลาสสิกที่พวกขุนนางกังฉินมักใช้สังหารผู้ภักดีเสมอมา
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามา" หลี่จวินเหอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้รองแม่ทัพหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก "ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่า 'เสนาบดีจ้าว' จะใช้หมากตัวใดมาพังประตูจวนของข้าในคืนนี้"
เคียงข้างบุรุษผู้เป็นดั่งขุนเขาค้ำจุนแผ่นดิน จางเหม่ยหลิน ในอาภรณ์ชุดบัณฑิตหญิงสีขาวบริสุทธิ์ปักลายกอไผ่สีหมึก กำลังบรรจงรินน้ำชาลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ด้วยมือที่มั่นคง ปราศจากความสั่นเทาแม้แต่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาหลี่จวินเหอ แววตาคู่คมฉายประกายปัญญาที่เฉียบคมราวกับศาสตราวจีชั้นดี
"ท่านแม่ทัพมิได้ประมาทไปหรอเจ้าคะ..." เหม่ยหลินเอ่ยเสียงนุ่ม ละมุนละไมท่ามกลางพายุหมุนทางการเมือง "การที่เสนาบดีจ้าวดึงดันจะจับกุมตัวข้าในยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมมิใช่เพียงเพราะต้องการกำจัดกุนซือตัวเล็กๆ ผู้นี้... แต่พวกมันต้องการ 'ตราประทับบัญชาการทัพพยัคฆ์' ที่ซ่อนอยู่ต่างหาก"
หลี่จวินเหอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นเย็นเยียบจนน่าขนพองสยองเกล้า "พวกมันคิดว่าข้าคือพยัคฆ์สิ้นลายที่รอวันถูกตัดหัว... ช่างเป็นความโง่เขลาที่บรรยายมิได้"
ประตูกลอนไม้แกะสลักถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่กรูกันเข้ามาในเขตเรือนชั้นใน แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องกระทบเกราะเหล็กวาววับ กองกำลังลับของสำนักตรวจสอบแผ่นดินภายใต้การนำของ 'ขุนนางขันทีอวี้' ผู้มีใบหน้าขาวซีดราวดอกไม้จันทน์และรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์เสื้อแพรนับสิบชีวิต
"หลี่จวินเหอ! เจ้าบังอาจสะสมกำลังพลและสมคบคิดกับกุนซือจางเพื่อก่อกบฏต่อราชบัลลังก์ หลักฐานคาตาเช่นนี้ ยังมีสิ่งใดจะแก้ตัวอีก!" ขุนนางขันทีอวี้แผดเสียงแหลมสูง บาดแก้วหู บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้
หลี่จวินเหอยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับคนเบื้องหน้าเป็นเพียงอากาศธาตุ กิริยาที่เย่อหยิ่งและไม่เกรงกลัวผู้ใดนี้ทำให้ขุนนางขันทีอวี้หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ
"จับตัวพวกมันไป! ใครขัดขวาง... สังหารได้ทันทีไม่ต้องรอคำสั่ง!"
ทว่า ในวินาทีที่องครักษ์เสื้อแพรนับสิบกำลังจะพุ่งเข้ามาประชิดตัว เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นจากด้านหลังฉากกั้นลายปัก ภาพทิวทัศน์หุบเขา
*แปะ... แปะ...*
"ช่างเป็นสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีเสียจริง... เสนาบดีจ้าวคงภูมิใจในตัวท่านมากสินะ ท่านขันทีอวี้"
น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏกายของร่างระหงในชุดผ้าไหมแพรต่วนสีแดงเพลิง นางก้าวเดินออกมาจากความมืดด้วยจังหวะจะโคนอันสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทถูกเกล้าขึ้นด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์บิน ใบหน้างดงามล่มเมืองปราศจากรอยยิ้ม มีเพียงแววตาที่ดุดันและล้ำลึกเกินกว่าสตรีทั่วไปจะพึงมี
ขุนนางขันทีอวี้ถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อเห็นใบหน้านั้น "เจ้า... เจ้าคือ... บุตรสาวของอดีตราช C กรมคลังจางหย่งเหอ! เจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ!"
จางเหม่ยหลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะราวกับกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "บิดาของข้าตายเพราะความอยุติธรรมของพวกท่าน... แล้วข้าผู้เป็นบุตรสาว จะยอมตายก่อนทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลจางได้อย่างไรเล่า?"
นางโบกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทันใดนั้น บรรยากาศรอบด้านก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับพันนายดังขึ้นจากภายนอกจวน ประตูทุกบานถูกปิดตายอย่างรวดเร็ว กองกำลังทหารรักษาพระองค์ในชุดเกราะทองอร่ามภายใต้ธงสัญลักษณ์ 'พยัคฆ์คำราม' ได้เคลื่อนพลเข้าโอบล้อมกองกำลังลับของสำนักตรวจสอบแผ่นดินซ้อนไว้อีกชั้นหนึ่งแล้ว!
นี่คือแผนซ้อนแผนที่ไร้ช่องโหว่... พวกมันคิดว่ากำลังล่อปลาเข้าอวน แต่หารู้ไม่ว่า ปลาตัวนั้นจงใจว่ายเข้าอวนเพื่อรอเวลาขึงตาข่ายกลับต่างหาก!
"วะ... วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วอย่างนั้นหรือ!" ขุนนางขันทีอวี้หน้าถอดสี เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามขมับ ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อพบว่าตนเองตกอยู่ในวงล้อมของกองทัพพยัคฆ์เงินที่แท้จริง
หลี่จวินเหอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีอำมหิตออกมาราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลکคามือ เขาก้าวเท้าเดินผ่านหน้าขุนนางขันทีอวี้ช้าๆ ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"เจ้าคิดว่าพระราชโองการปลดข้า... เป็นฝีมือของฮ่องเต้งั้นหรือ? น่าเสียดายนัก... ที่พระเนตรพระกรรณของฝ่าพระบาท ทรงกระจ่างแจ้งนานแล้วว่า ใครคือสุนัขป่าที่คิดจะโค่นบัลลังก์"
ขุนนางขันทีอวี้เข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า พวกเขาตกหลุมพรางครั้งใหญ่เข้าเสียแล้ว การบุกจวนในคืนนี้มิใช่การกวาดล้างกบฏ... แต่มันคือพิธีฆ่าตัดตอนที่ถูกออกแบบมาเพื่อลากคอ 'เสนาบดีจ้าว' ออกมาสู่แสงสว่างต่างหาก!
จางเหม่ยหลินเดินเข้ามาเคียงข้างหลี่จวินเหอ นางเอื้อมมือเรียวบางไปแตะแขนแกร่งของเขาเบาๆ สายตาคู่นั้นทอดมองออกไปนอกหน้าต่างยามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาว แสงจันทร์สาดส่องลงมาอาบไล้เรือนร่างทั้งสองราวกับภาพวาดโบราณที่ได้รับการบรรจงสร้างสรรค์อย่างประณีต
หมากกระดานนี้... ตระกูลจ้าวพ่ายแพ้อย่างหมดรูปแล้ว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดไคลแม็กซ์ของการเผด็จศึก เสียงเกือกม้าศึกและเสียงตะโกนก้องก็ดังแหวกความเงียบมาจากถนนใหญ่เบื้องหน้าจวน เสียงฝีเท้าของม้าศึกนับร้อยตัวกำลังพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูงราวกับพายุฝน
เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดเกราะทองคำประดับอัญมณีล้ำค่า ควบอาชาสีดำสนิทพุ่งทะยานผ่านประตูจวนที่พังทลายเข้ามาหยุดอยู่กลางลานกว้าง แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของแขกผู้มาใหม่ที่ไม่ได้รับเชิญ รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากและแววตาที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมทำให้หลี่จวินเหอและจางเหม่ยหลินต้องขมวดคิ้วมุ่นทันที
"ช้าก่อน... ท่านแม่ทัพหลี่ ดูเหมือนท่านจะสนุกเกินไปหน่อยกระมัง?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปกับผมนะครับ
--- "นักเล่าประวัติศาสตร์"
แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า•ตอนที่ 19
แผนซ้อนแผนที่ไร้ช่องโหว่
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!