แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า•ตอนที่ 15

จดหมายเหตุที่ถูกลบเลือน

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณอายุร่วมสามทศวรรษคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมบางเบาของกำยานจันทน์เทศที่ถูกจุดไว้เพื่อไล่ความชื้นในห้องหนังสือลับใต้ดิน ชั้นไม้สักทองเนื้อหนาเรียงรายด้วยแฟ้มเอกสารราชการที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก แสงสลัวจากเปลวเทียนในเชิงทองเหลืองสั่นไหวตามแรงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักหน่วง จางเหม่ยหลิน สวมอาภรณ์สีนิลสนิทกลมกลืนกับความมืดมิดเบื้องหน้า เรียวปลายนิ้วที่สวมปลอกเล็บทองคำขาวประดับหยกเขียวค่อยๆ พลิกกระดาษแผ่นบางที่กรอบแกรบราวกับจะสลายกลายเป็นผุยผงได้ทุกเมื่อ ดวงตาคู่คมกริบดั่งหงส์กวาดมองตัวอักษรหวัดแกมบรรจงด้วยหมึกจีนชั้นดีที่ซีดจางไปตามกาลเวลา หัวใจที่เคยนิ่งสงบดั่งน้ำในบึงลึกกลับกระตุกวูบ ทุกตัวอักษรที่ปรากฏตรงหน้าเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลเก่าที่ยังไม่เคยสมานสนิท "บันทึกเหตุการณ์ปีหย่งเหอที่สิบห้า... คำสั่งลับจากสำนักชำระประวัติศาสตร์หลวง" เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากบางเฉียบที่ไร้รอยยิ้ม เอกสารฉบับนี้มิใช่เพียงแค่บันทึกราชการธรรมดา หากแต่มันคือ "จดหมายเหตุที่ถูกลบเลือน" ม้วนกระดาษที่ถูกซ่อนไว้ในชั้นลับสุดยอดของหอจดหมายเหตุแคว้น บ่งชี้ชัดเจนถึงโศกนาฏกรรมแห่งตระกูลจางเมื่อยี่สิบปีก่อน ความจริงที่ถูกบิดเบือนว่าบรรพบุรุษของนางเป็นกบฏและสมคบคิดกับศัตรู แท้จริงแล้วเป็นเพียงแผนการอันแยบคายของอัครเสนาบดีผู้เรืองอำนาจในอดีต เพื่อฮุบยึดคลังเสบียงและอำนาจทหารในมือตระกูลจาง บันทึกนี้ลงนามด้วยตราประทับสีชาดของบุคคลที่ปัจจุบันยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงส่งในราชสำนัก "เจ้าเจอสิ่งที่ตามหาแล้วสินะ" เสียงทุ้มต่ำกังวานดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง หลี่จวินเหอ ก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบราวกับพยัคฆ์ล่าเหยื่อ เขาอยู่ในชุดคลุมสีครามเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงิน อาภรณ์ของแม่ทัพผู้กุมกองทัพประจิมไร้ซึ่งความฟุ่มเฟือย มีเพียงกลิ่นอายของสนามรบและบรรยากาศอันเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา ร่างสูงใหญ่หยุดยืนเบื้องหลังนาง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายหนาที่ตัดกับความหนาวเหน็บของห้องใต้ดิน เหม่ยหลินไม่ได้หันกลับไปมอง เขายังคงทอดสายตาไปยังตัวอักษรเหล่านั้น มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะกำเข้าหากันแน่นจนปลอกเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นที่ถูกกดทับไว้ด้วยสติปัญญาและกาลเวลาค่อยๆ ปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้พื้นพิภพ "ท่านดูนี่ซิ ท่านแม่ทัพ..." นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยคลื่นอารมณ์อันรุนแรง "พวกมันไม่ได้เพียงแค่สังหารคนนับร้อยในจวนตระกูลจางอย่างไร้ความปรานี แต่พวกมันยังเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ลูกหลานของเรากลายเป็นกบฏในสายตาแผ่นดินไปชั่วกัปชั่วกัลป์" หลี่จวินเหอโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายอยู่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกับเส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้ด้วยปิ่นหยก สายตาคมกวาดมองเอกสารในมือของนางอย่างรวดเร็ว สมองอันชาญฉลาดและผ่านศึกมาโชกโชนประเมินสถานการณ์ได้ทันทีในเสี้ยววินาที "ประวัติศาสตร์ย่อมถูกเขียนโดยผู้ชนะเสมอ เหม่ยหลิน" น้ำเสียงของหลี่จวินเหอนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย เป็นความอ่อนโยนที่มีให้เพียงสตรีผู้นี้เท่านั้น มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่กำลังสั่นเทาของนางไว้ สัมผัสจากฝ่ามือที่หยาบกร้านเพราะผ่านการจับดาบมานับไม่ถ้วนส่งผ่านไออุ่นเพื่อดึงสติของนางกลับมา "แต่บัดนี้... ผู้ถือปากกาไม่ได้มีแค่พวกมันฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว" เหม่ยหลินหันกลับมาสบตา ประกายตาของเขาทั้งมืดมนและเด็ดเดี่ยว แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของนางที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความมุ่งมั่น ในยามที่โลกทั้งใบหันหลังให้และตราหน้าตระกูลของนาง มีเพียงบุรุษผู้นี้ที่พร้อมจะชักกระบี่เคียงข้างและแบกรับความอธรรมของแผ่นดินร่วมกับนาง "ข้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่การล้างมลทิน" เหม่ยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับงูพิษที่กำลังเล็งเหยื่อ "ข้าต้องการให้คนที่อยู่เบื้องหลังราชโองการฉบับนี้ ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปต่อหน้าต่อตา เช่นเดียวกับที่ข้าเคยได้รับเมื่อวันวาน" "ตามใจเจ้า" หลี่จวินเหอเอ่ยสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงดั่งขุนเขา ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความดุร้ายที่พร้อมจะถล่มราชสำนักให้ราบคาบเพื่อความต้องการของนาง "หากฟ้าดินไม่ยอมให้ความยุติธรรม เราก็จะใช้ดาบในมือของเราพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเสียใหม่" ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังอบอวลไปด้วยความผูกพันอันล้ำลึกและแผนการอันเหี้ยมเกรียมที่จะสั่นสะเทือนบัลลังก์ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะเกราะกระทบกันก็ดังแว่วมาจากบันไดหินเบื้องบน ตามด้วยเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์คนสนทร "ท่านแม่ทัพ! มีพระราชโองการด่วนจากในวังหลวงพญาอินทรี... ราชโองการฉบับนี้ระบุชื่อท่านและคุณจางโดยตรง!" หลี่จวินเหอและเหม่ยหลินสบตากันทันที รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของทั้งคู่พร้อมกัน ในขณะที่มือหนาของแม่ทัพใหญ่เลื่อนไปกุมด้ามกระบี่ประจำกายอย่างเป็นธรรมชาติ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%