กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเลือดเก่ากรังบนเกราะหนังแพะ ยังคงอบอวลปะปนกับไอหนาวของค่ำคืนเดือนแรมภายในกระโจมบัญชาการใหญ่ แสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดไหววูบตามแรงลมพายุทะเลทรายที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอก ทอดเงาของแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่บนโต๊ะไม้สนให้บิดเบี้ยวคล้ายสัตว์ร้ายกำลังดิ้นรน
หลี่จวินเหอ แม่ทัพผู้ไร้พ่าย นั่งนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังโต๊ะตัวนั้น นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของบุรุษผู้ผ่านการจับดาบมานับร้อยสนามรบ กำลังเคาะเบาๆ เป็นจังหวะบนด้ามกระบี่ประจำกาย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายจับจ้องไปยังรอยหมึกบนแผนที่ชายแดนประจิม ที่บัดนี้กำลังถูกกัดกร่อนด้วยเงาอำนาจมืดจากราชสำนัก
"รายงานจากหน่วยสอดแนมแจ้งว่า กองกำลังของแม่ทัพอู่เคลื่อนพลเลยแนวลำน้ำสาขาที่สามมาแล้วสามลี้ขอรับท่านแม่ทัพ พวกมันใช้ธงนำทัพปลอมเพื่อตบตาชาวบ้าน แต่รอยเกือกม้าของม้าศึกพันธุ์คอกหลวงนั้นปิดบังอย่างไรก็ไม่มิด" รองแม่ทัพฮั่นกราบทูลด้วยน้ำเสียงร้อนรน หน้าผากชุ่มด้วยเหงื่อกาฬ แม้ในยามที่อากาศหนาวเหน็บ
หลี่จวินเหอหาได้สะดุ้งสะเทือน ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างเยือกเย็น ตรรกะแห่งความตายที่เขาถือ ฟลุ๊ค โคจรวนเวียนอยู่ในสมอง ทุกชีวิตในค่ายนี้ล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้าย หากแม่ทัพอู่บุกมาถึงก่อนที่เสบียงสำรองจะมาถึง เกียรติภูมิแห่งตระกูลหลี่ที่สั่งสมมาสามชั่วคนคงต้องมอดไหม้เป็นจุล
"ปล่อยให้พวกมันเดินเข้าสู่หุบเขาผาเงาจันทร์..." เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินกระทบกันในถ้ำลึกดังขึ้น "ความโลภมักทำให้สุนัขป่าลืมมองว่าเบื้องล่างคือเหวลึก"
ทว่า ก่อนที่รองแม่ทัพฮั่นจะทันได้ประสานมือรับคำสั่ง เสียงฝีเท้าฝ่าความหนาแน่นของพายุทรายก็ดังขึ้นที่หน้ากระโจม ตามด้วยเสียงคมดาบกระทบกันและเสียงตวาดก้องขององครักษ์เงา
"หยุดนะ! ที่นี่คือเขตหวงห้ามของกองทัพประจิม ผู้ใดบังอาจ!"
หลี่จวินเหอหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักรบเตือนให้เขากำด้ามกระบี่แน่นขึ้น บรรยากาศภายในกระโจมดิ่งวูบลงราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงนับสิบองศา
ผ้า่านทางเข้ากระโจมถูกสะบัดออกด้วยเรียวมือขาวผ่องที่โผล่พ้นแขนเสื้อผ้าไหมปักลายหงส์เหิรสีชาด แม้ลมพายุจะพัดกระหน่ำจนเส้นผมสีดำสนิทรุ่ยร่ายปรกลงข้างแก้ม แต่ดวงหน้านั้นกลับนิ่งสงบราวน้ำในบึงลึก นางก้าวเข้ามาอย่างองอาจในชุดคลุมขนสัตว์กันหนาวตัวโคร่ง ทว่าเมื่อสะบัดผ้าคลุมออก ร่างระหงในชุดขุนนางฝ่ายวิเคราะห์แผนที่แบบฉบับราชสำนักก็ปรากฏแก่สายตา
จางเหม่ยหลิน... สตรีผู้ควรจะถูกเนรเทศไปเป็นทาสรับใช้ในกรมอาญาตามราชโองการเมื่อสามเดือนก่อน บัดนี้กลับมายืนอยู่ใจกลางกระโจมรบของแม่ทัพใหญ่ผู้กุมชะตากรรมแผ่นดิน
รองแม่ทัพฮั่นเบิกตากว้าง ชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง "สามหาว! เจ้านักโทษเนรเทศกล้าดียังไงถึงบุกรุกค่ายทหารหลวง องครักษ์! ลากตัวนางออกไปตัดหัวเสีย!"
"ถ้าท่านอยากให้กองทัพสามหมื่นนายในค่ายนี้กลายเป็นผีเฝ้าทะเลทรายก่อนตะวันรุ่ง ก็เชิญลงมือสังหารข้าเสียตอนนี้เถอะท่านรองแม่ทัพ"
น้ำเสียงหวานใสดุจระฆังเงินกังวานขึ้น แทรกกลางความอึงอลของพายุได้อย่างน่าประหลาด นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อคมดาบที่จ่ออยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่สวยคู่นั้นกวาดมองหลี่จวินเหอด้วยประกายลึกล้ำ ซับซ้อน และท้าทายในคราวเดียวกัน
หลี่จวินเหอยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม รองแม่ทัพฮั่นชะงักและถอยฉาก1ก้าวอย่างไม่เต็มใจนัก สายตาคมกราบของแม่ทัพใหญ่พินิจพิเคราะห์สตรีตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า กลิ่นอายของความตายและความสูญเสียที่เขากลัดกลุ้มมานานนับปีคล้ายจะหยุดชะงักลงครู่หนึ่งเมื่อได้สบตากับนาง
"เจ้าควรจะอยู่ที่แดนใต้ ไม่ใช่ที่นี่... จางเหม่ยหลิน" หลี่จวินเหอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้คนใจเสาะแทบสิ้นสติ
จางเหม่ยหลินไม่ตอบคำ นางสาวเท้าก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะยุทธศาสตร์มากขึ้น กลิ่นอายจางๆ ของชาดอกเหมยและหมึกจีนชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ นางยื่นมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ หยิบม้วนกระดาษหนังแกะสีเหลืองหม่นที่ประทับตราประทับลับของสำนักราชเลขาธิการออกมาวางแผ่ลงบนแผนที่ของหลี่จวินเหออย่างไม่เกรงใจ
"ข้าไม่ได้มาในฐานะนักโทษหนีอาญา... ท่านแม่ทัพหลี่" นางกล่าวเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "แต่ข้ามาในฐานะผู้เดียวที่จะช่วยชีวิตคนของท่าน จากกับดักที่แท้จริงที่ขันทีหลิวและแม่ทัพอู่ร่วมมือกันขุดรอไว้"
หลี่จวินเหอก้มมองแผนที่บนโต๊ะ รอยหมึกที่ปรากฏอยู่บนหนังแกะแผ่นนั้นทำให้นัยน์ตาของแม่ทัพผู้เยือกเย็นไหววูบเป็นครั้งแรก มันไม่ใช่แผนที่ชายแดนธรรมดา แต่มันคือแผนผังค่ายกลลับของกองทัพหลวงแปดทิศ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อบดขยี้กองกำลังประจิมให้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์โดยเฉพาะ และที่มุมซ้ายล่าง มีลายมือหวัดๆ ที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นของพี่ชายร่วมน้ำสังกัดที่เพิ่งแปรพักตร์ไป
ความเงียบงันเข้าปกคลุมกระโจมรบอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงลมพายุที่กรีดกรายอยู่ภายนอก หลี่จวินเหอเงยหน้าขึ้นจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา หัวใจที่ด้านชามานานนับแรมปีกลับเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างผิดจังหวะท่ามกลางคลื่นลมการแย่งชิงบัลลังก์ที่กำลังจะเผาผลาญทุกสิ่ง
จางเหม่ยหลินยกถ้วยชาอุ่นที่เหลืออยู่บนโต๊ะของเขาขึ้นมาจิบช้าๆ อย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่คมจ้องตอบเขากลับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ก่อนที่นางจะวางถ้วยแชะลงบนโต๊ะ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของหลี่จวินเหอสะดุด
"สิ่งที่ท่านกำลังรอคอยความช่วยเหลือจากราชสำนัก... แท้จริงแล้วเป็นยาพิษที่พวกมันส่งมาเพื่อปลิดชีพท่านตั้งแต่ก้าวแรกที่ชนะศึกต่างหากล่ะท่านแม่ทัพ"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า•ตอนที่ 2
แขกไม่ได้รับเชิญในกระโจมรบ
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!