แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า•ตอนที่ 9

คำสั่งเรียกตัวกลับราชสำนัก

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
หมึกสีชาดบนม้วนกระดาษแพรไหมยังไม่ทันแห้งสนิทดี กลิ่นอายของความตายก็ลอยอบอวลอยู่ทั่วกระโจมบัญชาการรบอันหนาทึบ ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือของจางเหม่ยหลินหยุดชะงักลงกลางอากาศ เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่คุ้นเคยย่างกรายเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า นางไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมอง ก็รับรู้ได้ถึงรัศมีไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น หลี่จวินเหอ ในยามนี้เขายังคงสวมชุดเกราะเหล็กกล้าที่อาบไล้ด้วยคราบเลือดแห้งกรังจากสนามรบเมื่อยามสนธยา แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงมาที่ม้วนราชโองการสีทองอร่ามประทับตราหยกมังกร ซึ่งถูกวางทับไว้บนตำราพิชัยสงคราม "พระราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... เรียกตัวข้าและเจ้ากลับเข้าเฝ้าเป็นการด่วน" หลี่จวินเหอเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่า จางเหม่ยหลินวางพู่กันลงอย่างช้าๆ นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา ดวงตาคู่คมกวาดมองตัวอักษรจีนตัวบรรจงบนแพรไหมสีทองด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม "ฮ่องเต้ทรงระแวงในชัยชนะที่ผาหมื่นศพเมื่อเดือนก่อน เกรงว่าท่านแม่ทัพจะมีอำนาจล้นฟ้าจนผู้คนลืมราชสำนัก... แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ในราชโองการฉบับนี้ มีชื่อของข้า 'จางเหม่ยหลิน' อดีตบุตรีโทษกบฏ ระบุให้ถูกคุมตัวกลับไปรับโทษทัณฑ์ในคุกหลวงอย่างชัดเจน" นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองบุรุษตรงหน้า "การที่ข้าก้าวเท้าเข้าเมืองหลวงครั้งนี้ มิใช่การเดินทาง แต่คือการเดินขึ้นลานประหาร" หลี่จวินเหอขยับกายเข้าประชิด ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทอดเงาทาบทับร่างระหงของกุนซือสาวจนมิด เขาเอื้อมมือหนาที่ผ่านการถือดาบมานับไม่ถ้วน แตะลงบนปลายคางมนของนางอย่างแผ่วเบา บังคับให้นางเงยขึ้นสบตา "เจ้ากลัวความตายหรือไม่, เหม่ยหลิน" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นดั่งหินผา "หม่อมฉันกลัวความตายมาตั้งแต่สวันที่ตระกูลจางต้องมอดไหม้ในกองเพลิงแล้วล่ะครับท่านแม่ทัพ..." นางจงใจใช้สรรพนามหยอกเย้าเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ "เพียงแต่... ความตายในคุกหลวงอย่างไร้เกียรติ ย่อมไม่คุ้มค่ากับการวางหมากกระดานนี้ที่ข้าเพิ่งเริ่มต้น" "เช่นนั้นก็จงจำคำพูดของข้าไว้..." หลี่จวินเหอโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นอายสนามรบทำให้หัวใจของกุนซือสาวกระตุกวูบ "ตราบใดที่ดาบในมือของหลี่จวินเหอยังไม่หัก และชีวิตของข้ายังคงลมหายใจ... ต่อให้เบื้องหน้าคือประตูยมโลก ข้าก็จะใช้ร่างของข้าเปิดทางให้เจ้าเดินผ่านอย่างสง่างาม ต่อหน้าบัลลังก์มังกรนั้นจำต้องสยบ" คำประกาศิตอันเยือกเย็นแต่ทรงพลังดุจคำมั่นสัญญาแห่งพันธะโลหิต ทำให้ห้องบัญชาการตกอยู่ในความเงียบงัน จางเหม่ยหลินนิ่งงันไปชั่วขณะ นางมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่มักมองโลกด้วยความตาย แต่วันนี้กลับมีประกายไฟแห่งความปกป้องคุ้มครองลุกโชนขึ้นอย่างเด่นชัด ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางลมหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้ ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เอกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบด้านนอกกระโจม "เรียนท่านแม่ทัพ! หน่วยสืบราชลับรายงานด่วนพ่ะย่ะค่ะ! ขบวนเสด็จลับขององค์ชายสาม และราชครูผู้เฒ่าผู้เป็นเบื้องหลังการออกราชโองการฉบับนี้ กำลังเคลื่อนพลมาถึงค่ายพักแรมของเราในระยะสามลี้แล้ว โดยอ้างพระราชอำนาจตรวจสอบบัญชีเสบียง!" หลี่จวินเหอหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบกายแทบจะแข็งตัว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของแม่ทัพผู้ไร้พ่าย "ตรวจสอบเสบียงอย่างนั้นหรือ... เกรงว่าพวกมันคงไม่ได้มาเพื่อตรวจบัญชี แต่ตั้งใจจะมาเด็ดหัวกุนซือของข้า ก่อนที่ข้าจะพาเจ้าเข้าเมืองหลวงเสียมากกว่า" หลี่จวินเหอหันกลับมามองจางเหม่ยหลิน พลางกระชับกระบี่ประจำกายในฝัก "เหม่ยหลิน เจ้าจงอยู่แต่ในเขตวงเวทย์ป้องกันนี้ ห้ามก้าวออกไปไหนเด็ดขาด... คืนนี้ ข้าจะแสดงให้สุนัขรับใช้พวกนั้นได้เห็นว่า แผ่นดินนี้ใครกันแน่ที่เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์" พูดจบ หลี่จวินเหอก็ก้าวเดินออกไปจากกระโจมด้วยฝีเท้าหนักแน่น ทิ้งให้จางเหม่ยหลินยืนอยู่เบื้องหน้ากองไฟที่กำลังมอดดับ นางก้มลงมองถ้วยชาอุ่นที่ยังคงส่งไอระเหยจางๆ พลางแย้มยิ้มเยือกเย็นออกมาที่มุมปาก ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงคำรามของม้าศึกนับร้อยตัวก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกค่าย พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวผ่านม่านกระโจมเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง แต่กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่โชยมาแตะจมูกทำให้จางเหม่ยหลินต้องผงะถอยหลังด้วยความตกตะลึง มือหนาที่ยื่นออกมาดึงผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่ขมับลงมาถึงคาง และดวงตาคู่ที่นางคิดว่าไม่มีวันได้พบเจออีกแล้วในชาตินี้ "ไม่คิดเลยใช่ไหม... ว่าข้าจะยังมีชีวิตอยู่มารอรับเจ้าที่นี่, คุณหนูจาง" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้ไร้พ่ายกับยอดกุนซือผู้ปิดฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%