"โรคประหลาดเช่นนี้ ใต้เท้ายังกล้าปิดบังฮ่องเต้ได้อีกนานเท่าใดเจ้าคะ?"
สุ้มเสียงหวานใสราวกับระฆังเงินกังวาน ทว่ากลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องโถงรับรองจวนมหาเสนาบดีฝั่งตะวันออก ไป๋ลี่หลินในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายเมฆสีหมอกเข้ม หมวกผ้าแพรบางเบาอำพรางใบหน้าครึ่งบน เหลือไว้เพียงดวงตาดั่งหงส์ที่พินิจพิเคราะห์ร่างของชายวัยกลางคน ซึ่งกำลังนอนไอโขกอยู่บนตั่งไม้แกะสลักลวดลายวิจิตร
ใต้เท้าจาง ขุนนางผู้กุมอำนาจคลังหลวง สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยอิ่มเอิบ บัดนี้กลับซูบผอมจนหนังหุ้มกระดูก นัยน์ตาเหลือกค้างด้วยความหวาดระแวง เขากัดฟันกรอด พยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง แม้ลมหายใจจะหอบกระชั้น
"เจ้า... เจ้าเป็นผู้ใดกัน! กล้าดียังไงบุกรุกเข้ามาในห้องพักฟื้นส่วนตัวของข้าราชการขั้นหนึ่ง!"
ลี่หลินไม่ได้สะท้านสะเทือน นางเพียงยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับเคลือบไว้ด้วยพิษร้ายแรงที่พร้อมจะคร่าชีวิตคนได้ในพริบตา นางค่อยๆ ก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่เงียบงันและสง่างามตามแบบฉบับสตรีสูงศักดิ์ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรหายากอย่าง 'บัวหิมะพันปี' ลอยกรุ่นอบอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัวนาง
"ข้าจะเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับว่า... หากท่านยังขืนใช้ 'ผงโสมสวรรค์' กดอาการพิษในชีพจรไว้อีกเพียงสามวัน อวัยวะภายในของท่านจะเน่าเปื่อยจากข้างในจนแม้แต่เงาของท่านก็จะไม่เหลือให้ผู้ใดจดจำนะเจ้าคะ"
คำพูดนั้นราสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ใต้เท้าจางหน้าถอดสีทันที มือที่สั่นเทาคว้าแก้วน้ำชาบนโต๊ะข้างกายจนปัดตกแตกกระจาย
"เจ้า... รู้ได้อย่างไรว่าข้าใช้ผงโสมสวรรค์?" เขากระซิบเสียงสั่นเครือ ความเย่อหยิ่งของขุนนางใหญ่ทลายลงในพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับสตรีลึกลับที่ล่วงรู้ความลับอันดำมืดที่สุดของตน
ในยุคที่ราชสำนักกำลังแบ่งฝักฝ่าย การกุมอำนาจคลังหลวงหมายถึงการกุมกระเป๋าเงินของแผ่นดิน หากใต้เท้าจางล้มป่วยกะทันหันหรือเสียชีวิตลงโดยไร้ทายาททางการเมืองรองรับ องค์ชายรองมู่หรงจิ้นย่อมเข้าฮุบผลประโยชน์เหล่านี้ไปทั้งหมดอย่างไร้รอยต่อ นั่นคือสิ่งที่ไป๋ลี่หลินไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด! นางต้องการดึงขุนนางผู้กุมคลังหลวงผู้นี้มาไว้ใต้เงาปีกของตน เพื่อใช้เป็นหมากตัวสำคัญในการเด็ดหัวศัตรูทีละคน
"ข้ารู้แม้กระทั่งว่าพิษในกายท่าน... ถูกส่งตรงมาจากตำหนักของใคร" ลี่หลินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของเขา น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามราตรี "หากท่านต้องการมีชีวิตอยู่ดูความพินาศของผู้ที่ลอบวางยาพิษท่าน จงดื่มสิ่งนี้เสีย"
นางสะบัดแขนเสื้ออย่างแผ่วเบา ขวดหยกสีชาบรรจุเม็ดโอสถสีดำสนิทกลิ้งหล่นลงบนโต๊ะไม้ กลิ่นอายความสดชื่นของสมุนไพรพุ่งทะลุจุกไม้ก๊อกออกมาเตะจมูก
ใต้เท้าจางจ้องมองขวดหยกนั้นด้วยความลังเล ความหวาดกลัวและความอยากมีชีวิตรอดตีรวนกันอยู่ในอก ทว่าเมื่อตระหนักได้ว่าตนไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว เขาก็คว้าขวดหยกนั้นขึ้นมาเปิด แล้วกลืนเม็ดโอสถลงคอไปทันที
ชั่วอึดใจต่อมา... โลหิตสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากปากของใต้เท้าจาง เสียงครางต่ำด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ก่อนที่ร่างนั้นจะนิ่งสงบลง ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับยาวขึ้นและสม่ำเสมออย่างน่าอัศจรรย์ ความอิดโรยบนใบหน้าเริ่มถูกแทนที่ด้วยสีเลือดฝาดจางๆ
ใต้เท้าจางเบิกตากว้างด้วยความทึ่งและความหวาดกลัวระคนกัน เขาก้มกราบลงแทบเท้าของนางอย่างลืมตัว "พระคุณของท่านหมอ... ช่างสูงล้ำยิ่งนัก นับแต่นี้ไป ข้าจางเหวินเฉิง ขอฝากชีวิตและภักดีต่อท่านแต่เพียงผู้เดียว!"
ลี่หลินมองดูขุนนางใหญ่ที่สยบแทบเท้าด้วยแววตาเรียบเฉย นางยื่นมือเรียวบางออกไปรับป้ายหยกประจำตัวขุนนางคลังหลวงที่อีกฝ่ายส่งมอบให้อย่างนอบน้อม รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏขึ้นอีกครั้งบนริมฝีปากอิ่ม
"ดีมาก... จงจำคำพูดของท่านไว้ให้ดี" นางเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเร้นกายหายไปในความมืดของราตรีตามเส้นทางเดิมที่จากมา
ทว่า... ในวินาทีที่นางผลักบานหน้าต่างไม้แกะสลักเพื่อหลบหนีออกไป ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ทมิฬตัวเข้ม กลับยืนขวางทางอยู่ก่อนแล้ว!
แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหยกขาว ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นทั้งลึกล้ำ เยือกเย็น และดุร้ายดั่งพญาเสือที่พบเหยื่ออันโอชะ รอยยิ้มที่มุมปากของท่านอ๋องมู่หรงเฉิงช่างทรงอำนาจและอันตรายยิ่งนัก
"ชายาตัวน้อยของเปิ่นหวาง... วิ่งเล่นซุกซนจนกู่ไม่กลับแล้วกระมัง ถึงได้กล้าแอบมาสร้างเครือข่ายอำนาจในเงาเช่นนี้"
มู่หรงเฉิงก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมสะบัดไหวตามแรงลมยามค่ำคืน มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวบางของนางเข้ามาชิดแนบกายอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูของนางจนซ่านสยิว
ลี่หลินชะงักไปชั่วขณะ นางไม่คาดคิดเลยว่าบุรุษผู้เยือกเย็นผู้นี้จะตามแกะรอยนางมาจนถึงจวนขุนนางใหญ่ได้เร็วถึงเพียงนี้!
ก่อนที่นางจะได้เอ่ยคำใดแก้ตัว นิ้วเรียวยาวของท่านอ๋องกลับเชยคางนางขึ้นบังคับให้สบตา พร้อมกับราชโองการลับฉบับหนึ่งที่ถูกยัดใส่มือของนางอย่างรวดเร็ว...
"อ่านเสีย... แล้วเจ้าจะรู้ว่าคืนนี้ มิใช่มีเพียงแค่เจ้าหรอกที่กำลังเดินหมากกระดานใหญ่"
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามาเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นในค่ำคืนนี้ค่ะ
มนตรากรรมสะท้อน
ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 9
หมอเทวดาไร้ชื่อ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!