ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 10

ยาถอนพิษราคาแพง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นหอมบางเบาของกำยานป่าหมื่นลี้ลอยวนอยู่เหนือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ในห้องรับรองชั้นในของโรงหมอสกุลไป๋ยามนี้ เงียบสงัดจนได้ยินเสียงน้ำเดือดปุดๆ จากเตาสัมฤทธิ์ ไป๋ลี่หลินนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม อาภรณ์ผ้าต่วนปักลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์แนบเนื้อขับเน้นเอวบางร่างน้อยให้ดูระหง นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวสวมปลอกเล็บทองคำขาวเคาะขอบโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ดวงตาดอกท้อหางตาตวัดขึ้นประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ตรงข้ามกับนางคือ 'สือเฉิน' องครักษ์เงาคนสนิทขององค์ชายรองมู่หรงจิ้น ซึ่งบัดนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ แขนเสื้อข้างขวาถูกฉีกขาดเผยให้เห็นรอยแผลพุพองสีดำคล้ำที่ลุกลามจากข้อมือขึ้นมาถึงข้อศอก—พิษงูอัคคีทมิฬ พิษร้ายกาจที่หาทางแก้ได้ยากยิ่งในแผ่นดินนี้ "หมอเทวดา... โปรดเมตตาด้วย ขอรับ" เสียงแหบพร่าเอ่ยอย่างยากเย็น องครักษ์หนุ่มพยายามข่มกลั้นความทรมานจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ ลี่หลินชำเลืองมองแผลนั้นด้วยหางตา ราวกับกำลังพิจารณาตำหนิบนเครื่องลายครามราคาถูก นางมิได้รีบร้อนหยิบเข็มเงินหรือขวดโอสถ นางเพียงยกจานกระเบื้องใส่เมล็ดบัวเชื่อมน้ำผึ้งขึ้นมาเคี้ยวอย่างใจเย็น เคี้ยวอย่างเงียบเชียบ ทว่าทุกเสียงขบเคี้ยวกลับกดดันประสาทสัมผัสของอีกฝ่ายจนแทบคลั่ง "มือข้างนี้ของท่าน องครักษ์สือ... เกรงว่าจะใช้จับดาบไม่ได้อีกภายในหนึ่งชั่วยามนี้กระมังเพคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างรื่นรมย์ ทว่าเย็นเยียบถึงขั้วกระดูก "น่าเสียดายยิ่งนัก เป็นถึงมือขวาคนสำคัญขององค์ชายรอง แท้จริงแล้วเหตุใดจึงซุ่มซ่ามไปเหยียบโดนสมุนไพรมีพิษแถวหุบเขาอสูรเช่นนั้นเล่า" สือเฉินลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เขารู้ดีว่าตนเองไม่ได้เหยียบพลาด แต่ถูกลอบกัดระหว่างมาสืบความลับเรื่อง 'โอสถทิพย์' ของหมอเทวดานางนี้ต่างหาก! ทว่ายามนี้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ต่อให้เจ็บแค้นเพียงใดก็ทำได้เพียงกัดฟันยอมรับ "ข้า... ข้าตระหนักถึงความสะเพร่าของตนเองขอรับ หมอเทวดาโปรดช่วยเหลือ ข้ายินดีจ่ายไม่อั้น!" ลี่หลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะดั่งระฆังแก้วกังวาน ทว่ากลับทำให้บรรยากาศรอบตัวหนתึบลงถนัดตา นางวางจานขนมลงอย่างประณีต ใช้ผ้าแพรไหมซับมุมปากช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเนิบนาบ "เงินทองของนอกกาย ข้าผู้เฒ่า... อ้อ ข้าผู้เยาว์หาได้ใส่ใจไม่" นางปรายตามองถุงเงินใบใหญ่ที่สือเฉินรีบควักออกมาวางกระแทกโต๊ะ "แต่ทว่า ยาถอนพิษขนานนี้ทำมาจากโสมพันปีเบ่งบานบนยอดเขาหิมะ คั้นด้วยหยาดน้ำค้างยามรุ่งอรุณสามร้อยราตรี ส่วนผสมแต่ละอย่างล้วนต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อ... ห้าหมื่นตำลึงทอง... เกรงว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับการซื้อลมหายใจของท่านกลับคืนมา" "ห... ห้าหมื่นตำลึงทอง?!" สือเฉินเบิกตากว้างจนแทบถลน ตะโกนลั่นด้วยความตกใจ นี่มันเท่ากับงบประมาณกองทัพย่อยๆครึ่งเดือนเลยทีเดียว! "ท่านตั้งราคาปล้นกันชัดๆ!" รอยยิ้มของลี่หลินหุบลงฉับพลัน แววตาคู่คมกริบดุจใบมีดตวัดสบตากับองครักษ์หนุ่มทันที บรรยากาศกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบางจนสือเฉินถึงกับหายใจติดขัด ราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนอก "ปล้นงั้นหรือ?" ลี่หลินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นหอมเย็นของดอกเหมยโชยเข้าจมูกสือเฉิน "ชีวิตของท่าน... มีค่าแค่นี้หรือเพคะ? ถ้างั้นเชิญท่านเดินออกไปจากประตูนี้ได้เลย อีกไม่เกินก้านธูป พิษนี้จะแล่นเข้าสู่หัวใจ เลือดตับของท่านจะละลายกลายเป็นน้ำหนอง... เชิญ" นางผายมืออย่างใจกว้าง ขณะที่พิษในกายเริ่มส่งผลระลอกใหม่จนสือเฉินกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายล้มพับลงไปกองกับพื้น มือสั่นเทาเอื้อมควชายเสื้อของนางอย่างหมดทางเลือก "ข้า... ข้าจ่าย... ข้าตกลง..." สือเฉินเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างน่าเวทนา ลี่หลินยิ้มเยาะในใจ *นี่เป็นเพียงดอกเบี้ยก้อนแรกเท่านั้น มู่หรงจิ้น... เงินที่พวกเจ้าปล้นชิงและสูบเลือดสูบเนื้อข้าไปในชาติก่อน ข้าจะทยอยทวงคืนจากพวกเจ้าทีละตำลึง จนกว่าพวกเจ้าจะล้มละลายไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินฝังร่าง!* นางสะบัดมือเบาๆ สาวใช้คนสนิทจึงนำหยกพกประจำตัวของสือเฉินไปประทับลายนิ้วมือทำสัญญาเงินกู้และตั๋วแลกเงินกับโรงรับจำนำหลวงทันที ก่อนจะโยนขวดกระเบื้องสีเขียวมรกตขนาดเล็กให้ สือเฉินรีบคว้าไว้แล้วเทเม็ดโอสถเข้าปากอย่างไม่คิดชีวิต ทันทีที่กลืนลงไป ความเย็นวาบก็แผ่ซ่านระงับความเจ็บปวด ร่างกายที่กำลังจะตายค่อยๆ ฟื้นคืนสภาวะปกติอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าหัวใจของเขากลับหนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม ยอดเงินมหาศาลที่เสียไปและความจริงที่ว่า หมอเทวดานางนี้ล่วงรู้ถึงเบื้องหลังของเขา ทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่า... สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา! ทว่า ในขณะที่ลี่หลินกำลังจะเอ่ยปากไล่แขกผู้หมดประโยชน์ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างไม่เกรงใจผู้ใด ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักลายพยัคฆ์ทมิฬด้วยดิ้นทอง ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรัศมีเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ใบหน้าหล่อเหลาดุดันคมคายไร้ที่ติ นัยน์ตาคู่นคมกริบกวาดมองสภาพห้องและสือเฉินที่นั่งหอบแฮกอยู่บนพื้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าหวานละมุนของไป๋ลี่หลิน ท่านอ๋องมู่หรงเฉิง... บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ผู้ที่ผู้คนต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น ไฉนจึงมาปรากฏตัว ณ โรงหมอเล็กๆ แห่งนี้ได้? ลี่หลินขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว นางไม่คาดคิดว่า "ท่านอ๋องผู้คลั่งรัก" ผู้นี้จะตามตื๊อและโผล่มาถูกจังหวะเวลาเช่นนี้ มู่หรงเฉิงก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าลี่หลิน ร่างสูงใหญ่บังแสงสว่างจนเงาของเขาโอบล้อมร่างนางไว้ทั้งหมด ดวงตาดำมืดคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตานาง สื่อความหมายล้ำลึกบางอย่างที่ทำให้นางใจกระตุกวูบ "ดูท่า... ชายาข้าจะสนุกกับการรีดไถเงินทองของผู้อื่นเสียแล้วสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเอ็นดูเจือความดุร้าย "เช่นนั้น... ห้าหมื่นตำลึงทองเมื่อครู่ ยกให้เจ้าหมดเลยดีหรือไม่? แลกกับการที่คืนนี้... เจ้าต้องยอมให้ข้าค้างแรมในห้องนอนของเจ้า" **รี้ดเดอร์ที่รักคะ... มู่หรงเฉิงผู้เยือกเย็นและดุร้าย เหตุใดจึงกลายร่างเป็นสุนัขปơจอมเจ้าเล่ห์ที่คอยตามติดนางเอกเช่นนี้? แล้วไป๋ลี่หลินจะรับมือกับข้อเสนอสุดอันตรายนี้อย่างไร? มาร่วมลุ้นและข้ามผ่านห้วงเวลานี้ไปด้วยกันในตอนหน้าได้เลยนะคะ!** **ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามาเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นในค่ำคืนนี้ค่ะ** **มนตรากรรมสะท้อน**
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%