"กี่ปีมานี้ ข้าเลี้ยงดูเจ้าจนเติบใหญ่ด้วยความเมตตา แต่นิตยสารความลับในเรือนหลัง ไฉนเจ้าจึงกล้าทำตัวสำส่อน นำความอัปยศมาสู่สกุลไป๋เล่า ลี่หลิน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วห้องหนังสืออันเงียบสงบ กลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่เคยอบอวลกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ไป๋ฮูหยินผู้เป็นแม่เลี้ยง ยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ (ที่ปั้นแต่งขึ้นอย่างแนบเนียน) ดวงตาคู่คมกวาดมองบุตรสาวต่างมารดาด้วยแววตาสมเพชเวทนาและเหยียดหยาม ข้างกายของนางคือไป๋รั่วซือผู้มีคราบน้ำตาประดับสองแก้มราวกับดอกไม้ต้องหยาดน้ำค้าง นางกำลังซบหน้าลงกับอกมารดา สะอื้นฮักจนตัวโยนด้วยความเสียใจแทนวงศ์สกุล
ไป๋ลี่หลินหาได้สะท้านสะเทือนไม่ ร่างระหงในชุดกระโปรงผ้าไหมปักลายหมู่มฤคเริงระบำสีมุกสลับด้ายเงินระยิบระยับ นางยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนเก้าอี้พนักพิงไม้ฮัวหลี ปลายเลี้ยวเรียวยาวสวมปลอกนิยายทองคำประดับหยกขาวแตะเคาะลงบนโต๊ะไม้จันทน์เป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังฟังเสียงเพลงขับกล่อมอันน่ารื่นรมย์
"ความเมตตาที่ท่านแม่ว่า... คือการส่งบุตรสาวอนุไปปรนเปรอองค์ชายรองตั้งแต่ข้ายังปักปิ่น หรือคือการแอบซ่อนจดหมายรักปลอมๆ นี้ไว้ใต้เบาะนอนของข้ากันแน่เจ้าคะ?"
น้ำเสียงหวานใสดังก้องกังวาน ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับเยือกเย็นเสียจนผู้ฟังต้องสันหลังวาบ ไป๋ลี่หลินปรายตามองกระดาษแผ่นบางที่ถูกปาลงตรงหน้า มันคือจดหมายนัดหมายชู้สาวที่เขียนด้วยลายมือดัดแปลง ซึ่งระบุเวลาและสถานที่ไว้อย่างดิบดี—คืนนี้ ณ ศาลาริมน้ำท้ายจวนตระกูลมู่
ช่างเป็นแผนการที่ตื้นเขินและน่าขันสิ้นดี หากชาตiก่อนนางคงลนลานร้องไห้คร่ำครวญจนตกหลุมพรางนี้ และถูกส่งตัวไปกักบริเวณที่วัดร้างอย่างไร้ความเมตตา แต่น่าเสียดาย... นางไม่ใช่ไป๋ลี่หลินคนเดิมผู้อ่อนแออีกต่อไปแล้ว
"พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้ทำเป็นปากแข็งแก้ตัวอีกเลยนะเจ้าคะ!" ไป๋รั่วซือเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่พร้อมจะร่วงหล่น "หลักฐานคาตาเช่นนี้ ท่านยังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือ? หากท่านอ๋องมู่หรงเฉิงผู้โหดเหี้ยมทราบเรื่องนี้เข้า ท่านคิดว่าตระกูลไป๋ของเราจะเหลือศีรษะอยู่บนบ่าสักกี่คนกัน!"
น้ำคำขู่ขวัญถูกพ่นออกมาเพื่อกดดันให้ลี่หลินยอมรับสารภาพและถูกกำจัดโดยเร็ว ไป๋ฮูหยินแค่นAเสียงฮึดฮัดในลำคอ กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ในเมื่อเจ้าไร้ยางอายถึงเพียงนี้ วันนี้ข้าในฐานะมารดาผู้ใหญ่จำต้องใช้วินัยบ้านชำระล้างความอัปยศ! คนนำตัวฮูหยินไปโบกสามสิบที แล้วขังไว้ในห้องเก็บฟืน!"
สิ้นคำสั่ง หญิงรับใช้ร่างกำยำสองคนก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาหมายจะจับกุมตัวไป๋ลี่หลิน ทว่า... ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มหวาดกลัวบนใบหน้าingงดงามหยาดเยิ้มนั้น ลี่หลินเพียงแค่ปรายตามองสาวใช้ทั้งสองด้วยหางตา
รอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง มันงดงามดั่งดอกไม้พิษที่ผลิบานในยามราตรี
"ช้าก่อน..." ลี่หลินยกมือขึ้นห้ามปรามด้วยท่าทีสุขุม ร่างบางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ปรับชายกระโปรงให้เรียบร้อยโดยไม่รีบร้อน "ท่านแม่จะรีบร้อนร้อนใจไปไยเจ้าคะ? ในเมื่อท่านอุตส่าห์เตรียมบทละครฉากใหญ่ให้ข้าได้รับชมถึงเรือนหนังสือ ทั้งยังอ้างชื่อท่านอ๋องผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์ทมิฬผู้เกรียงไกร เกรงว่า... ท่านแม่คงจะลืมไปเสียสนิทว่า ศาลาท้ายจวนที่ท่านระบุในจดหมายนั้น เป็นเขตหวงห้ามของกองทัพทมิฬ"
ไป๋ฮูหยินชะงัก สีหน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย "เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"หมายความว่า..." ไป๋ลี่หลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของบิดาผู้ล่วงลับ ซึ่งปัจจุบันถูกครอบครองโดยพี่ชายต่างมารดาผู้มักใหญ่ใฝ่สูง มือเรียวบางเอื้อมไปเปิดลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นหนังสืออย่างแม่นยำ ราวกับนางเป็นเจ้าของห้องนี้มานานแสนนาน
กรี๊ด! ไป๋รั่วซือหน้าถอดสี อุทานลั่นด้วยความตกใจ "พี่ใหญ่! ท่านกำลังทำอะไร? นั่นเป็นห้องหนังสือของท่านพ่อ ห้ามท่านแตะต้องนะ!"
แต่สายเกินไปเสียแล้ว...
สิ่งที่ไป๋ลี่หลินหยิบออกมาจากลิ้นชักลับ ไม่ใช่เอกสารธรรมดา หากแต่เป็น "สมุดบัญชีลับ" ปกหนังปลาฉลามสีดำสนิท ตราประทับลายนูนต่ำรูปพยัคฆ์ทมิฬปรากฏเด่นชัดบนหน้าปก—มันคือบัญชีส่วยและการติดสินบนขุนนางทุจริตขององค์ชายรองและตระกูลไป๋ ซึ่งเชื่อมโยงกับกองกำลังกบฏนอกด่านที่ท่านอ๋องมู่หรงเฉิงกำลังตามล่าตัวอย่างพลิกแผ่นดิน!
สีหน้าของไป๋ฮูหยินซีดเผือดลงทันทีราวกับคนตาย ไร้ซึ่งเลือดฝาดหลงเหลืออยู่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านยิ่งกว่าใบไม้ต้องลมหนาว
"นี่... นี่มันสมุดบัญชีของ... ของ..." ไป๋ฮูหยินพูดไม่ออก ลมหายใจสะดุดติดขัด
"สมุดบัญชีลับที่สามีของข้า—ท่านอ๋องมู่หรงเฉิง ทรงตามหามาแรมเดือน" ไป๋ลี่หลินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ นางพลิกหน้ากระดาษเปิดให้เห็นรายชื่อและจำนวนเงินที่ตระกูลไป๋แอบส่งให้องค์ชายรองอย่างชัดเจน "ท่านแม่บอกว่าข้าคบชู้... แต่ในสมุดเล่มนี้ กลับบันทึกไว้ว่า 'บุตรสาวสกุลไป๋ ถูกนำไปเป็นเครื่องบรรณาการแลกเปลี่ยนอำนาจ' ช่างน่าขันนัก... ตกลงว่าใครกันแน่ที่กำลังขายตัวเพื่อความมั่งคั่ง?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องหนังสือราวกับป่าช้า ไป๋รั่วซือทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง แววตาสิ้นหวังฉายชัดเจน นางรู้ดีว่าหากความลับนี้หลุดรอดออกไป หัวของคนทั้งตระกูลไป๋คงต้องหลุดจากบ่าภายในชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอน
ไป๋ลี่หลินกadสมุดบัญชีในมือแน่น รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏบนใบหน้างดงามอีกครั้ง ทว่าในแววตากลับว่างเปล่าและเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี นางกำลังจะเอאยปากตอกย้ำความพ่ายแพ้ของสองแม่ลูกให้จมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน
*ปัง!*
ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ลมพายุภายนอกพัดพากลิ่นอายไอสังหารอันเข้มข้นเข้ามาในห้อง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทอง กลิ่นอายความเยือกเย็น ดุร้าย และทรงอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
ท่านอ๋องมู่หรงเฉิง... เสด็จมาถึงแล้ว!
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ กวาดมองสภาพความโกลาหลภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของภรรยาเอกผู้ถือสมุดบัญชีลับไว้ในมือ รอยยิ้มมุมปากของท่านอ๋องช่างลึกล้ำและยากจะหยั่งถึง
"ชายาเอกของข้า..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าหวาดหวั่น "เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ในห้องหนังสือของพ่อตาข้า... พร้อมกับของเล่นชิ้นโปรดที่ข้าตามหามานานเล่า?"
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามาเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นในค่ำคืนนี้ค่ะ
มนตรากรรมสะท้อน
ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 11
กับดักในห้องหนังสือ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!