ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 12

การลงทัณฑ์ครั้งแรกในจวน

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"ตบปากสิบที… หากเสียงยังดังรบกวนเวลาพักผ่อนของฮูหยินเอกผู้นี้อีก ก็เชือดลิ้นทิ้งเสียให้สิ้นเรื่อง" สุ้มเสียงหวานใสแต่เยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดู หลุดออกมาจากริมฝีปากที่แย้มยิ้มราวกับกำลังเอ่ยถึงเรื่องสัพเพเหระทั่วไป ไป๋ลี่หลินในอาภรณ์ปักลายหงส์เหมันต์สีม่วงเข้ม ขอบแขนเสื้อกุดั่นด้วยขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ นางนั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอมสลักลายวิจิตร ดวงตาคู่หงส์หรี่มองกลุ่มบ่าวไพร่จากเรือนรองที่ยืนส่งเสียงกระเง้ากระงอดอยู่หน้าเรือนใหญ่ด้วยความรู้สึกระอาใจ บรรยากาศในลานเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดันที่น่าสะพรึงกลัว บ่าวรับใช้ชายฉกรรจ์ร่างกำยำสองคน ซึ่งเป็นคนสนิทของแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดาอย่างไป๋รั่วซือ ถูกกดตัวให้นั่งคุกเข่าอยู่บนแผ่นหินกรวดเย็นเยียบ ใบหน้าของทั้งคู่บิดเบี้ยวด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ ดวงตาตวัดมองฮูหยินเอกด้วยแววตาดดูแคลนระคนฮฮดฮัด เพราะคิดว่านางเป็นเพียงสตรีอ่อนแอที่เคยถูกเหยียบย่ำเช่นในอดีต "ฮูหยิน! พวกบ่าวเป็นคนของเรือนคุณหนูรอง ท่านไม่มีสิทธิ์มาสั่งลงโทษพวกเรานะเจ้าคะ!" ชุนหัน สาวใช้ปากกล้าประจำเรือนรองแผדเสียงแหลมสูงขึ้นมาโดยไม่เจียมกะลาหัว นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย อาศัยบารมีของไป๋รั่วซือที่กำลังเป็นที่โปรดปรานขององค์ชายรองมาค้ำคอ "หากคุณหนูรองทราบเรื่องนี้เข้า ท่านจะต้องไม่ยอมให้อภัยฮูหยินแน่!" *แปะ… แปะ… แปะ…* เสียงปรบมือเบาๆ สามครั้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ไป๋ลี่หลินยกถ้วยชาหยกขาวขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมของชาดอกเหมยผสานใบชาหลงจิ่งลอยกรุ่นขึ้นแตะนาสิก รอยยิ้มบนมุมปากของนางหวานหยาดเยิ้ม ทว่ากลับทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกหนีบสันหลังวาบอย่างประหลาด "คุณหนูรองของพวกเจ้าช่างมีอิทธิฤทธิ์ปานพิมพ์พระเจ้าสร้างกระนั้นหรือ ถึงได้กล้าก้าวก่ายอำนาจของฮูหยินเอกผู้ดำรงตำแหน่งภรรยาเอกพระราชทาน?" ไป๋ลี่หลินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้กระทบกันเบาๆ เสียงนั้นกังวานก้องในความเงียบ "ในจวนอ๋องแห่งนี้… หรือแม้แต่ในจวนสกุลไป๋ กฎระเบียบย่อมเป็นกฎระเบียบ บ่าวไพร่สามหาว พูดจาจาบจ้วงนายเหนือหัว มีโทษทัณฑ์สถานใด… กฎบ้านสี่สิบแปดข้อ คงไม่ต้องให้ข้าต้องพลิกตำราอ่านให้พวกเจ้าฟังกระมัง?" ซูเหนียง สาวใช้คนสนิทของไป๋ลี่หลินก้าวออกมารamคำนับด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ นางปรายตามองบ่าวทั้งสองด้วยแววตาเหยียดหยันดั่งมองเศษสวะ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งเสียงกร้าวกับกององครักษ์เงาที่ท่านอ๋องทิ้งไว้คุ้มครองเรือน "ลงมือ! ตามบัญชาของฮูหยิน โบกคนละสามสิบไม้ แล้วขังไว้ที่โรงม้าจนกว่าจะสำนึกผิด!" สิ้นเสียงคำสั่ง บ่าวร่างกำยำทั้งสองก็หน้าถอดสี ร้องโวยวายเสียงหลงพยายามจะดิ้นรนลุกขึ้นหนี ทว่ามีหรือจะสู้แรงขององครักษ์ผู้ฝึกยุทธมาอย่างโชกโชนได้ เพียงชั่วพริบตาเดียว เสียงหวดไม้กระทบเนื้อและเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดก็ดังระงมไปทั่วลานเรือน กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมของดอกไม้ประดับสวน ไป๋ลี่หลินไม่ได้แม้แต่จะกะพริบตา นางเพียงทอดสายตามองภาพการลงทัณฑ์นั้นด้วยรอยยิ้มพึงใจ ดั่งศิลปินกำลังชื่นชมผลงานชิ้นเอก ความทรงจำในชาติก่อนที่นางเคยถูกคนกลุ่มนี้รุมประชาทัณฑ์ ใส่ร้ายป้ายสีจนต้องตายอย่างอนาถไหลวนเข้ามาในหัว ยิ่งเสียงร้องโหยหวนดังมากขึ้นเท่าไหร่ หัวใจที่เคยแหลกสลายของนางก็ยิ่งได้รับการชำระล้างให้สะใจมากเท่านั้น นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น… บัญชีแค้นที่พวกมันฝากไว้ นางจะทยอยทวงคืนทีละต้นดอกอย่างสาสม "ฮูหยินเจ้าคะ…" ซูเหนียงกระซิบเสียงเบาขณะโน้มตัวลงมาใกล้ "บ่าวทางเรือนรองเริ่มส่งคนมาสอดแนมแล้วเจ้าค่ะ เกรงว่าไป๋รั่วซือคงกำลังเดินทางมาที่นี่พร้อมกับข้อหาใหม่เพื่อเล่นงานท่านอีกเป็นแน่" ไป๋ลี่หลินปัดเศษผงละอองที่ไม่มีอยู่จริงบนอาภรณ์ของตนเองอย่างใจเย็น นางป้องปากหาวหวอดเล็กน้อยด้วยความเบื่อหน่าย "ปล่อยให้นางมา… ข้ากำลังรอต้อนรับงูพิษที่คลานออกมาจากรูอยู่พอดี" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน จังหวะการก้าวเดินนั้นเต็มไปด้วยอำนาจและกลิ่นอายของสนามรบที่ผู้คนต่างพากันหวาดผวา บ่าวไพร่ที่กำลังลงทัณฑ์ต่างพากันหยุดมือและคุกเข่าลงหมอบราบกับพื้นทันทีแม้แต่เสียงหายใจก็ยังไม่กล้าส่งเสียงดัง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวสีดำปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทะยานฟ้า ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ดวงคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองภาพความวุ่นวายตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของฮูหยินเอกผู้กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายใจ มู่หรงเฉิงกวาดสายตาคมกริบมองรอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าของภรรยาตนเองแวบหนึ่ง ก่อนมุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย "ดูท่า… ชายาของข้าวันนี้จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถึงได้ลุกขึ้นมาออกกำลังกายบริหารข้อมือแต่หัววันเช่นนี้?" ไป๋ลี่หลินชะงักมือที่กำลังถือถ้วยชา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้าย ทว่าแววตาที่เขามองนางกลับไม่มีร่องรอยของความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับมีประกายความคลั่งรักซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมนั้นอย่างมิดชิด ก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากตอบคำใด ร่างสูงก็ก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางนางขึ้นเบาๆ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ "เจ้าจัดการบ่าวไพร่ได้ดี… แต่หากเหนื่อยนัก… ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีผู้นี้จัดการ 'คนเบื้องหลัง' ที่บังaอาจทำให้ชายาของข้าต้องระคายเคืองสายตา ดีหรือไม่?" ดวงตาคู่หงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจที่ด้านชามานานกลับเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปชั่วขณะภายใต้การรุกรานอันอุกอาจของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแคว้นผู้นี้ มนตรากรรมสะท้อนขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความแค้นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%