ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าที่ชุ่มน้ำหมึกสีชาด ค้างเติ่งอยู่เหนือกระดาษซวนจื่อเนื้อดีนานเท่าไหร่แล้ว... ไป๋ลี่หลินมิอาจล่วงรู้ได้
ในห้องนอนอันเงียบสงัด มีเพียงเปลวเทียนสีชาดที่กำลังไหววูบตามสายลมลอดช่องหน้าต่าง กลิ่นอายของกำยานราตรีสวัสดิ์ผสมผสานกับกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวลมาจากราชโองการลับบนโต๊ะหนังสือ แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบเข้ากับตัวอักษรบรรทัดสุดท้าย—บรรทัดที่ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมืออันทรงพลังและคุ้นตาจนน่าขนลุก
*“หากฮูหยินเอกแห่งจวนสกุลไป๋ล่วงรู้ความลับนี้… ให้ฆ่าปิดปากเสีย”*
มันไม่ใช่ลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้ หากแต่เป็นตราประทับหยกมังกรห้าเล็บของบุคคลผู้กุมอำนาจเงาเบื้องหลังบัลลังก์มังกร บุคคลที่นางเพิ่งเดินหมากพลาดไปเพียงตาเดียวในงานเลี้ยงวังหลวงเมื่อค่ำวานนี้
ร่างระหงในชุดคลุมนอนผ้าไหมสีมุกปักลายดอกเหมยสีเงินขยับไหวเล็กน้อย นางไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่สตรีทั่วไปควรจะเป็น ยามเมื่อเผชิญหน้ากับประกาศิตประหารชีวิต รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มดั่งน้ำผึ้งอาบยาพิษกลับค่อยๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอิ่มสวยคู่นั้น ดวงตาคู่หงส์หรี่ลงอย่างใช้ความคิด สมองอันปราดเปรื่องราวกับยอดกุนซือประมวลผลทุกความเป็นไปได้ในชั่วพริบตา
ช่างน่าขันสิ้นดี... คิดจะยืมมือฮ่องเต้กำจัดนาง หรือคิดจะปิดปากพยานที่รู้มากเกินไปกันแน่?
“หึ...” เสียงหัวoเราะแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของภูตพรายดังลอดริมฝีปากบาง
ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบราชโองการฉบับนั้นเข้ากองไฟเพื่อทำ1ลายหลักฐาน สัมผัสเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากคมดาบอันคมกริบ ก็แนบชิดติดเข้ากับผิวเนื้อบริเวณต้นคอระหงทันที โดยไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเตือนล่วงหน้า!
“ข้าไม่แนะนำให้เจ้าทำเช่นนั้นหารีบเร่งไป”
เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันจนแทบหยุดหายใจ ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังม่านเตียง ไป๋ลี่หลินนัยน์ตาหดแคบลง ร่างกายเกร็งตัวขึ้นโดยสัญชาตญาณ แต่นางมิได้กรีดร้องออกไปแม้แต่น้อย
กลิ่นอายบุรุษอันเป็นเอกลักษณ์—กลิ่นสนป่าผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ และสนิมเหล็กอันเป็นเครื่องหมายการค้าของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬผสมอาภรณ์สีดำสนิทกลกลืนไปกับรัตติกาล ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้องนอนราวกับภูตผีปีศาจ ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายยามล่าเหยื่อคู่นั้นกำลังจ้องมองนางด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก
ท่านอ๋องมู่หรงเฉิง!
บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยม เยือกเย็น และไร้หัวใจที่สุดในแคว้น เหตุใดจึงมายืนสง่าน่ากลัวอยู่ในห้องนอนของสตรีที่แต่งงานแล้วยามวิกาลเช่นนี้?
ไป๋ลี่หลินไม่ยอมหันหลังกลับไปมอง นางยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปลายศัสตราที่แนบอยู่ข้างลำคอไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัวแม้แต่ปลายเส้นขน กลับกัน... ริมฝีปากที่แต้มชาดสีแดงสดกลับยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย
“ยามวิกาลเช่นนี้ ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ปีนหน้าต่างเข้าห้องนอนของสตรีมีสามีแล้ว หากแพรพรายออกไป ชื่อเสียงอันเกรียงไกรของท่านคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีกระมังเพคะ” น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเจือแววเยาะหยันอย่างไม่เกรงกลัวต่อความตาย
มู่หรงเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย คมดาบในมือมิได้ขยับเข้าใกล้กว่าเดิม แต่แรงกดดันรอบตัวกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนอากาศภายในห้องคล้ายจะเบาบางลง
“ปากกล้าสมคำร่ำลือ... ไป๋ลี่หลิน” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ขณะที่เขาเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะหนังสือ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองราชโองการลับที่มีลายพระหัตถ์และลายมือปริศนา ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับนางตรงๆ “เจ้าคิดว่าราชโองการฉบับนี้จะปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือขององค์ชายรองได้หรือ? หรือเจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดพอที่จะรอดพ้นจากเกมการเมืองครั้งนี้ด้วยตัวคนเดียว?”
ไป๋ลี่หลินเงยหน้าขึ้นสบประสานสายตากับเขาอย่างไม่ลดละ ดวงตาคู่หงส์เปล่งประกายความเฉลียวฉลาดเจิดจ้า นางค่อยๆ เอื้อมมือเรียวขาวราวหยกสลักไปปัดคมดาบออกจากลำคออย่างไม่ใส่ใจ ราวกับมันเป็นเพียงกิ่งไม้แห้งไร้พิษสง การกระทำอันอาจหาญนี้ทำให้แววตาของมู่หรงเฉิงไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง
“หม่อมฉันไม่เคยคิดจะพึ่งพิงผู้ใด และไม่เคยคิดว่าตนเองเก่งกาจกว่าผู้ใด... แต่หม่อมฉันรู้ดีว่า ท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจเช่นท่าน ย่อมไม่เสด็จมาหาข้าถึงห้องนอนยามวิกาล เพียงเพื่อมากล่าววาจาไร้สาระพวกนี้หรอกกระมังเพคะ?”
นางย้อนถามด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด
มู่หรงเฉิงแค่นหัวoเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ บุรุษผู้นี้ไม่เพียงแต่มีอำนาจล้นฟ้า แต่รูปโฉมยังคมคายราวกับเทพเซียนที่ถูกสลักขึ้นจากหินหยกดำ ทว่าแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันตรายที่ชวนให้หลงใหล
“สมแล้วที่เป็นสตรีที่แม้แต่อรหันต์ยังต้องเหลียวหลังมอง” เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของนาง “เช่นนั้น ข้าจะไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา... ข้อเสนอของข้ามีอยู่ว่า เจ้ามอบรายชื่อสายลับในกองทัพขององค์ชายรองที่อยู่ในมือเจ้าให้ข้า ส่วนข้า... จะมอบกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬให้เป็นแบ็คหลังให้เจ้าถล่มจวนสกุลไป๋และเหยียบย่ำองค์ชายรองให้จมดิน”
คำพูดนั้นหนักแน่น เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยผลประโยชน์ที่ปฏิเสธไม่ได้
ไป๋ลี่หลินนิ่งงันไปชั่วลมหายใจ นางรู้ดีว่านี่คือการเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต หากร่วมมือกับมู่หรงเฉิง นางจะมีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินเป็นโล่กำบัง แต่หากพลาดพลั้ง... นางอาจกลายเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่ถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้ความปรานี
ในขณะที่ความเงียบกำลังโรยตัวลงมาปกคลุมบรรยากาศอันตึงเครียด มู่หรงเฉิงก็ยื่นมือหนาออกไปหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ที่วางอยู่ข้างพู่กันขึ้นมา ราวกับเจ้าของเรือน เขารินชาลงในจอกอย่างใจเย็น ก่อนจะยกขึ้นจิบช้าๆ พลางจ้องมองนางด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ลึกสุดหยั่ง
“ว่าอย่างไรล่ะ... ฮูหยินเอก ไป๋ลี่หลิน เจ้าจะเลือกเป็นศัตรูที่ต้องตายด้วยดาบของข้า หรือจะเลือกเป็นพันธมิตร... ที่จะกุมอำนาจเหนือใต้หล้าเคียงข้างข้า?”
ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง เมื่อปลายนิ้วเรียวของนางเอื้อมไปแตะขอบจอกชาที่เขาเพิ่งวางลง
ทว่า... ก่อนที่นางจะได้เอื้อ่มเอ่ยคำตอบใดๆ ออกไป เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงทุบประตูห้องนอนจากภายนอก ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงัดยามวิกาลเสียก่อน!
“ฮูแย... ฮูหยินเจ้าคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ! ทางเรือนหลักส่งคนมาแจ้งว่า... ว่า...!”
เสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของสาวใช้หน้าห้องทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มู่หรงเฉิงก็ขยับตัวเข้ามาประชิดร่างบาง พร้อมกับกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่
“ดูเหมือนว่าเกมกระดานนี้... จะสนุกเร็วกว่าที่เราคิดเสียอีกนะ... ชายาของข้า”
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและตื่นเต้นไปกับหมากตานี้ของท่านอ๋องและฮูหยินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 15
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!