ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 14

สตรีผู้กุมความลับ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินหลวงคละคลุ้งด้วยกลิ่นคาวเลือดและหยาดน้ำเน่าขัง ผสมผสานกับความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมผ่านแผ่นหินศิลาแกร่ง ทว่าท่ามกลางความมืดมิดและไร้ซึ่งความปรานีนั้น ไป๋ลี่หลินกลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางนั่งลงบนฟางข้าวเก่าๆ อย่างสง่างาม อาภรณ์ปักลายหงส์สีเพลิงแม้จะยับยี่ยamต้องคราบฝุ่นผง แต่ท่าทีเย่อหยิ่งทระนงดั่งนางพญาในกรงขังกลับทำให้ผู้คุมทหารยามต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่น ราชโองการด่วนที่กล่าวหาว่านางสมคบคิดกับกบฏ... ช่างเป็นหมากที่องค์ชายรองและไป๋รั่วซือร่วมกันเดินอย่างเร่งรีบเสียจริง คิดจะใช้ข้อหาอุกฉกรรจ์นี้ตัดหัวนางเพื่อปิดปากและรวบทางด่วนในการแต่งตั้งอนุภรรยาขึ้นเป็นฮูหยินเอกแทนกระนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี พวกเขายังไม่รู้เลยว่า ประตูแห่งขุมนรกที่แท้จริงเพิ่งจะถูกเปิดออกด้วยมือของนางเอง "ฮูหยินเอกไป๋... ใต้เท้าผู้ตรวจการมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารยามดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดเกราะทมิฬปักลายพยัคฆ์ก้าวเข้ามา มู่หรงเฉิง... ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น ดุร้าย และไร้ความเมตตาปรานีต่อผู้ใด ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บคู่นั้นกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าซี่กรงเหล็ก กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบกายแทบหยุดนิ่ง ไป๋ลี่หลินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มดั่งเคลือบยาพิษผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว นางมิได้ลุกขึ้นทำความเคารพ แต่กลับสบตากับผู้บัญชาการสูงสุดแห่งแคว้นอย่างท้าทาย "ลมอะไรหอบท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์มาเยือนคุกใต้ดินโสโครกแห่งนี้เล่าเพคะ? หรือว่าฝ่าบาททรงส่งท่านมาเพื่อตัดหัวหม่อมฉันด้วยพระองค์เอง" สุ้มเสียงหวานใสเอื้อnเอ่ยออกมาด้วยจังหวะจะโคนราบเรียบ ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องลมฟ้าอากาศในสวนดอกไม้ หาใช่เรื่องความเป็นความตายไม่ มู่หรงเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนด้ามกระบี่ข้างกาย "เจ้าช่างใจกล้านัก ไป๋ลี่หลิน... คนอื่นต่างหวาดกลัวจนสติหลุดลอยยามเมื่อก้าวเข้ามาที่นี่ แต่เจ้ากลับนั่งแย้มยิ้มราวกับกำลังชมจันทร์ ยิ่งไปกว่านั้น..." ท่านอ๋องหนุ่มย่างสามขุมเข้าไปใกล้ซี่กรง ก้มตัวลงสบตาในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายและกลิ่นอายสงครามลอยเข้ามารุมล้อม "กองทัพพยัคฆ์ทมิฬของเปิ่นหวางเพิ่งจะสืบทราบแผนลับการเคลื่อนพลของกองกำลังกบฏที่ชายแดนบูรพาเมื่อยามสามที่ผ่านมา แต่ช่างน่าแปลก... แผนที่ลับการเดินทัพและจุดอ่อนของค่ายกลที่กองทัพหลวงยังเจาะไม่แตก กลับถูกเขียนไว้อย่างละเอียดในกระดาษโน้ตที่พบในเรือนพักของเจ้า" หัวใจของคนฟังกระตุกวูบเล็กน้อย แต่นางเก็บอาการไว้ได้อย่างแนบเนียน ไป๋ลี่หลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะดั่งระฆังเงินระคนความเย้ยหยัน "ท่านอ๋องทรงปักปรัมปราหม่อมฉันเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ? สตรีในห้องหอที่แม้แต่ก้าวออกจากจวนยังต้องขออนุญาตสามี จะเอาปัญญาที่ไหนไปล่วงรู้เรื่องค่ายกลและการเคลื่อนพลทางทหาร" "นั่นคือสิ่งที่เปิ่นหวางกำลังสงสัยเช่นกัน..." มู่หรงเฉิงยื่นมือหนาผ่านซี่กรงเหล็กออกไป ใช้นิ้วเรียวเชยคางมนของนางขึ้นบังคับให้สบตา แรงบีบที่ปลายคางมิได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้นางรู้ว่าชายผู้นี้ไม่เหมือนองค์ชายรองผู้โง่เขลา "สายลับที่ส่งไปแฝงตัวในกองโจรพยัคฆ์ดำรายงานว่า มี 'หมอเทวดา' ลึกลับผู้หนึ่งส่งยาสมานแผลและแผนที่ค่ายกลให้พวกมันเพื่อแลกกับข่าวสารบางอย่าง... และรสมือการปรุงยาพิษชนิดนั้น เป็นสูตรเดียวกับที่ใช้ปลิดชีพอนุภรรยาในจวนของเจ้าเมื่อสัปดาห์ก่อน" ไป๋ลี่หลินนิ่งงันไปชั่วพริบตา ดวงตากลมโตฉายประกายไหววับก่อนจะกลับมาเรียบเฉย นางไม่ได้ตื่นตระหนกอย่างที่เขาคาดคิด กลับกัน รอยยิ้มหวานหยดเยิ้มกลับระบายบนใบหน้าหวานล้ำยิ่งขึ้น "ท่านอ๋องทรงรอบคอบสมคำร่ำลือเพคะ... แต่ท่านแน่ใจหรือว่า การที่หม่อมฉันรู้เรื่องเหล่านี้ เป็นเพราะหม่อมฉันเป็น 'กบฏ' หาใช่เพราะหม่อมฉันต้องการ 'ช่วย' แผ่นดินนี้จากเงื้อมมือคนทรยศตัวจริง?" มู่หรงเฉิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมดุหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด การเจรจาต่อรองครั้งนี้เหนือความคาดหมายของเขา สตรีผู้นี้มิเพียงแต่ไม่กลัวตาย นางยังกำลังเดินหมากตลบหลังผู้มีอำนาจอย่างไร้ความเกรงกลัว "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" "หากท่านอ๋องทรงปล่อยหม่อมฉันออกไปในคืนนี้... ภายในสามวัน องค์ชายรองและหนอนบ่อนไส้ที่แท้จริงในราชสำนักจะคุกเข่าสารภาพความจริงด้วยตนเองเพคะ" ไป๋ลี่หลินกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจราวกับถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู "แต่หากท่านเลือกที่จะตัดหัวหม่อมฉันตามราชโองการปลอมๆ ฉบับนั้น... แคว้นมู่ของท่าน ก็เตรียมตัวสูญเสียเมืองหน้าด่านบูรพาภายในเดือนหน้าได้เลยเพคะ" ความเงียบเข้าปกคลุมคุกใต้ดินชั่วขณะ มู่หรงเฉิงจ้องมองสตรีตรงหน้านิ่งนาน แววตาที่มองนางเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากความสงสัยกลายเป็นความสนอกสนใจอย่างลึกซึ้ง บุรุษผู้กุมอำนาจทหารทั่วหล้าไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด ทว่ายามนี้ หัวใจภายใต้เกราะเหล็กกลับเต้นผิดจังหวะให้กับความร้ายกาจและลึกล้ำของสตรีตรงหน้า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากท่านอ๋องผู้เยือกเย็น "น่าสนใจ..." มู่หรงเฉิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "เปิ่นหวางจะให้เวลาเจ้าสามวัน ไป๋ลี่หลิน... หากเจ้าทำไม่ได้อย่างที่พูด หัวบนบ่าของเจ้าคงต้องหลุดจากบ่าจริงๆ เสียแล้ว" สิ้นคำพูดของท่านอ๋อง ร่างสูงก็สะบัดชายเสื้อหันหลังเตรียมเดินจากไป ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพ้นจากเขตคุกใต้ดิน เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของขันทีประจำพระองค์ก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้ามู่หรงเฉิง เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ยื่นม้วนราชโองการสีทองอร่ามที่ประทับตราหยกแท้สั่นระริก "ฝ่าบาททรงมี... พระราชโองการลับฉบับใหม่ ส่งตรงถึงท่านอ๋องโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงเฉิงรับม้วนราชโองการมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขาดึงเชือกสีแดงออกแล้วกวาดสายตาอ่านข้อความด้านในเพียงปราดเดียว ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนขันทีหน้าซีดเผือด ในราชโองการลับฉบับนั้น... มีลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้สั่งให้ประหารชีวิต "ไป๋ลี่หลิน" ทันทีโดยไม่ต้องไต่สวน... แต่ทว่า ด้านล่างสุดกลับมีตัวอักษรเล็กๆ อีกบรรทัดหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาของผู้ทรงอำนาจอีกผู้หนึ่ง ซึ่งกุมความลับทั้งหมดของวังหลังเอาไว้! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มนตรากรรมสะท้อน" ด้วยดีเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%