ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 35

ข่าวกรองจากตำหนักอ๋อง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"หมึกแท่งนี้เนื้อละเอียดและเก่าเก็บถึงสามปี สีที่ขับออกมาจึงดำสนิทราwithรัตติกาลไร้เดือนดาว... เหมาะแก่การเขียนทัณฑบนโลหิตยิ่งนัก เพคะพระชายา" เสียงรินน้ำฝนค้างปีลงบนจานฝนหมึกหยกเนื้อดีดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบงัดของเรือนปักษาเหมันต์ ไป๋ลี่หลินปรายหางตามองจดหมายลับที่เพิ่งถูกส่งผ่านเข้ามาทางช่องลับใต้พื้นเรือนด้วยปลายนิ้วเรียวระหง นางสวมชุดกระโปรงยาวผ้าต่วนสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นด้วยดิ้นทองอร่าม ทรงผมเกล้าเป็นมวยทรงสูงประดับปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์กางปีก ท่วงท่าการนั่งพับเพียบสง่างามราwithนางพญาผู้กุมชะตาฟ้าดิน รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น ขณะกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษสาแผ่นบางที่บันทึกการเคลื่อนไหวล่าสุดของกองกำลังกบฏตระกูลซ่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน มิใช่เพียงแค่รายงานการเคลื่อนพลธรรมดา... แต่นี่คือผังค่ายกลลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้เชิงเขาซีซาน ซึ่งต่อให้เป็นแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชนเพียงใด หากมิมีแผนที่นี้ ย่อมต้องสูญเสียไพร่พลไปกว่าครึ่งค่อนกองทัพอย่างแน่นอน และผู้ที่ส่งมันมา... หาใช่สายลับไร้ชื่อผู้ใดไม่ *มู่หรงเฉิง*... บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นพยัคฆ์ทมิฬผู้เหี้ยมโหด มือเปื้อนเลือดนับพันในสนามรบ เหตุใดจึงขยันส่งพินัยกรรมความตายของศัตรูมาวางไว้แทบเท้าภรรยาเอกเช่นนาง ราwithเด็กน้อยที่กำลังนำผลไม้รสเลิศมาประเคนให้มารดาผู้พึงใจเล่า? "เรียนพระชายา..." ชิยุ่น สาวใช้คนสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบดั่งแมวย่าง นางย่อกายลงต่ำก่อนกระซิบด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง "องค์ชายรองทรงส่งคนมาวนเวียนอยู่แถวปีกตะวันตกอีกแล้วเพคะ อ้างว่าทรงเป็นห่วงพระสุขภาพของพระชายา... ช่างหน้าไม่อายเสียจริง เพิ่งจะร่วมมือกับคุณหนูรองตระกูลไป๋ใส่ร้ายท่านเมื่อคราวก่อน แท้จริงคงหวังจะมาสืบข่าวเรื่องการค้าเกลือของสำนักคุ้มภัยสินะเพคะ" ลี่หลินมิได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษแผ่นนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงพับจดหมายลับเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างใจเย็น นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะดุจเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบราวกับถูกลมหนาวพัดผ่าน "ปล่อยให้เขาเดินหมากไปเถอะชิยุ่น หมากตัวที่กำลังจะตาย ย่อมดิ้นรนหาทางรอดเป็นธรรมดา ยิ่งเขาพยายามเข้าใกล้เรือนหลังนี้มากเท่าไหร่... หลุมศพที่เขาขุดไว้ฝังตัวเองก็ยิ่งลึกขึ้นเท่านั้น" ลี่หลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาดอกท้อคู่งามฉายแววเฉียบคมดุจใบมีดอาบยาพิษ "ส่วนเรื่องข่าวกรองชุดนี้... เจ้าจงนำไปเผาไฟเสียครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง... ฝากคนส่งต่อไปให้ 'ท่านอ๋อง' พร้อมกับกาน้ำชาสมุนไพรบำรุงกำลังที่ข้าเพิ่งเคี่ยวเสร็จ" "เพคะ! บ่าวจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้" คล้อยหลังเงาร่างของสาวใช้ไป๋ลี่หลินจึงผ่อนลมหายใจยาวนาน บรรยากาศภายในห้องหนังสือกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครา ทว่ากลิ่นอายความกดดันกลับเข้มข้นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้น เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็ทาบทับลงบนบานหน้าต่างกระดาษ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่สง่างามดั่งเทพแห่งสงครามจะก้าวผ่านเข้ามาโดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง ลมพายุภายนอกพัดกรรโชกจนเปลวเทียนไหววูบ กลิ่นอายสงครามและกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและโลหิตลอยคลุ้งมาปะทะนาสิกทันที มู่หรงเฉิงในชุดคลุมยาวสีดำปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายสีเงินยวง ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวกับสลักจากหินผา ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองนางด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่แม้จะดูเยือกเย็น แต่หากผู้ใดได้มาเห็นย่อมรู้ดีว่ามันซ่อนความคลั่งไคล้อย่างไร้ขีดจำกัดเอาไว้เบื้องหลัง "ข่าวกรองที่เปิ่นหวางส่งให้... เจ้าพึงพอใจหรือไม่, ฮูหยินของข้า?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהขึ้น ทำลายความเงียบระคนระอุภายในห้อง มู่หรงเฉิงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางอย่างไร้ที่ติ ฝ่ามือหนากร้านศึกเอื้อมไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างกกหูของนางอย่างเบามือ ราwithเกรงว่าหากใช้แรงมากกว่านี้ ตุ๊กตาแก้วกระเบื้องเคลือบตรงหน้าจะแตกสลายคามือ ลี่หลินไม่หลบเลี่ยง นางเพียงแต่เอียงคอมองเขาด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษไว้สามเฉด ช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงเนตรคมกล้าอย่างไม่เกรงกลัว "ท่านอ๋องทรงขยันขันแข็งถึงเพียงนี้ ส่งแผนผังค่ายกบฏมาให้หม่อมฉันราวกับส่งจดหมายรัก... ทรงเกรงว่าหม่อมฉันจะเหงาหรือเพคะ?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เจือแววเย้าหยอกแต่เฉียบคม "เพียงแต่... การที่ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นยอมเปิดเผยความลับทางการทหารให้สตรีในเรือนหลังเช่นหม่อมฉันรับรู้ไม่เว้นแต่ละวัน หากความนี้รั่วไหลออกไป ศีรษะบนบ่าของหม่อมฉันคงมิอาจรักษาไว้ได้นะเพคะ" "ศีรษะของเจ้า?" มู่หรงเฉิงแค่นหัวเราะเสียงต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายบุรุษแผ่ซ่านเข้ามารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว "ต่อให้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เปิ่นหวางก็ไม่มีวันยอมให้ผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว... อีกอย่าง ข่าวกรองพวกนั้น หากไม่ใช่เพราะอยากเห็นรอยยิ้มพึงพอใจยามเจ้าได้แก้แค้นคนพวกนั้น เปิ่นหวางจะยอมเสียเวลาเขียนมันด้วยลายมือตนเองหรือ?" สายตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับมีประกายไฟปะทะ ลี่หลินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่ด้านชาไปตั้งแต่ชาติก่อน ไหววูบอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเผชิญหน้ากับความคลั่งไคล้ที่ไร้เหตุผลของบุรุษผู้นี้ บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพครึ่งค่อนแคว้น เย็นชาดุร้ายกับคนทั้งโลก แต่กลับยอมสยบแทบเท้าสตรีที่ขึ้นชื่อว่านางมารร้ายเช่นนาง "ท่านอ๋องช่างตรัสจาหวานเลี่ยนเกินไปแล้ว..." นางหลบสายตา เล็กน้อย ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความประหม่าที่หาได้ยากยิ่ง "แต่ในเมื่อพระองค์ทรงจริงใจถึงเพียงนี้ หม่อมฉันก็มิใช่คนไร้น้ำใจ ข่าวกรองที่ท่านส่งมา... องค์ชายรองและตระกูลไป๋กำลังจะใช้มันเป็นทางหนีทีไล่ในงานเทศกาลโคมไฟคืนพรุ่งนี้ หากพระองค์ทรงร่วมมือกับหม่อมฉันสักครา..." รอยยิ้มของลี่หลินในยามนี้ งดงามหยาดเยิ้มราwithปีศาจสาวจำแลงกาย ทว่ากลับทรงพลังอำนาจจนมู่หรงเฉิงต้องนัยน์ตาหรี่ลงด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง "หึ... ว่ามา ศาลเตี้ยของฮูหยินเอก ต้องการให้เปิ่นหวางจับใครมาให้เจ้าเชือดเล่นอีกเล่า?" ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังระอุเร่าด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจและความเสน่หาอันดำมืด ขันทีเฒ่าหน้าห้องก็ส่งเสียงรายงานแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงสั่นเครือ "กราบทูลท่านอ๋อง! พระชายา! มี... มีราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... องค์ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องนำกำลังทหารสามหมื่นนายบุกเข้าตรวจค้น 'เรือนรับรองลับ' [...] ทันทีพะยะค่ะ!" มู่หรงเฉิงชะงักฝ่ามือที่กำลังประคองแก้มของลี่หลิน ดวงเนตรคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งพันปีในพริบตาเดียว ส่วนลี่หลินหุบยิ้มทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ถึงกลลวงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังราชโองการฉบับนี้ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้มีรสนิยมทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%