ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 25

ความระแวงในใจองค์ชายรอง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นอายคาวเลือดที่โชยมากับสายลมราตรี ยังคงติดอยู่ที่ปลายนาสิกของมู่หรงจิ้น แม้ว่าบุรุษผู้เป็นเจ้าของเงาทมิฬนั้นจะควบม้าหายลับไปจากครรลองสายตาหลังกำแพงเมืองชั้นนอกนานแล้วก็ตาม “องค์ชายรอง...” เสียงกระซิบแหบพร่าของพ่อบ้านหลี่ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังบนพื้นหินอ่อนขัดมันวาวในศาลาแปดเหลี่ยม ภายในจวนอัครเสนาบดีที่เงียบสงัดยามวิกาล แสงจากโคมกระดาษทาน้ำมันวาดลายดอกเหมยไหววูบตามแรงลม ดึงเอาเงาทอดยาวของบุรุษผู้กุมอำนาจรองในราชสำนักให้บิดเบี้ยวคล้ายปีศาจ มู่หรงจิ้นยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมปลาทูหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นด้าย แววตานั้นเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยที่กำลังกัดกินจิตใจราวกับตัวด้อนหนอนชอนไชเนื้อไม้ ภาพของท่านอ๋องมู่หรงเฉิง... พยัคฆ์ทมิฬผู้เหี้ยมโหดและไม่เคยแยแสต่อสตรีใดในใต้หล้า ไฉนเลยจึงมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าประตูเมืองในยามวิกาลเช่นนี้ เพียงเพื่อส่งสายตาคมกริบมายังทิศทางที่รถม้าของไป๋ลี่หลินจอดอยู่เล่า? มันไม่ใช่ความบังเอิญ... สัญชาตญาณของสุนัขป่าทางการเมืองบอกเขาเช่นนั้น “เจ้าส่งคนไปสืบเรื่องของฮูหยินเอกแห่งจวนเสนาบดีไป๋ ได้ความว่าอย่างไรบ้าง” มู่หรงจิ้นเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับสร้างความกดดันให้ผู้ฟังจนแทบหยุดหายใจ พ่อบ้านหลี่ก้มศีรษะลงต่ำยิ่งกว่าเดิม สองมือประสานกันแนบแน่น “ทูลองค์ชาย บ่าวให้สายสืบจับตาดูทุกฝีก้าวแล้วพ่ะย่ะค่ะ... เอ๊ย... เรียนท่านรอง... นางมิได้ออกไปไหน นอกจากการไปโรงยาและพบปะพ่อค้าสมุนไพรตามประสาหญิงสูงศักดิ์ผู้มีใจบุญ แต่ทว่า...” “ทว่าอะไร?” มู่หรงจิ้นหันขวับมามอง น้ำเสียงกดต่ำจนน่ากลัว “ทว่า... ในคืนที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่คลังอาวุธกองทัพพยัคฆ์ทมิฬเมื่อเดือนก่อน มีพยานยืนยันว่าเห็นรถม้าลายปักรูปใบบัวหงส์ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ลับของจวนไป๋ วิ่งผ่านเส้นทางลับใกล้ค่ายทหารในยามดึกดื่นขอรับ” เพล้ง! จอกชาหยกเนื้อดีในมือของมู่หรงจิ้นแตกละเอียดคามือ เศษหยกคมกริบบาดลึก3ลงบนฝ่ามือจนโลหิตสีชาดไหลรินหยดลงกระทบพื้นหิน แต่บุรุษผู้กระหายอำนาจกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความโกรธเกรี้ยวและความระแวงสงสัยโหมกระพือขึ้นในอกราวกับไฟบรรลัยกัลป์ ไป๋ลี่หลิน... นาคนสตรีที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกทิ้งขว้าง ไฉนจึงกลายเป็นหนามยอกอกที่เชื่อมโยงกับอ๋องปีศาจผู้เป็นศัตรูตัวฉกาจของเขาได้! “นางกล้าดียังไง...” มู่หรงจิ้นเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น “กล้าเอาตัวเข้ามาพัวพันกับมู่หรงเฉิงเพื่อหวังจะเหยียบย่ำข้าผู้เป็นสบถสามีเช่นนั้นรึ ถ้านางคิดจะเล่นเกมนี้จริง ๆ ข้าก็จะทำลายหมากตัวนี้เสียก่อนที่มันจะแว้งกัดข้า!” ในขณะเดียวกัน ณ เรือนปีกตะวันออกอันเงียบสงบของจวนไป๋ ไป๋ลี่หลินกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งไม้จันทน์หอม แสงจากเทียนไขทอประกายอุ่นเรืองขับให้ผิวพรรณผุดผ่องราวนมโคสด แพรพรรณสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นดิ้นทองแนบเนื้อขับเน้นทรวดทรงระหงให้ดูสง่างามเย้ายวนแต่ทว่าเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน นางกำลังใช้หวีงาช้างสางเรือนผมดำขลับยาวสลวยอย่างใจเย็น เบื้องหน้าของนางคือปิ่นหยกโลหิตชิ้นนั้น—ปิ่นที่ท่านอ๋องผู้นั้นทิ้งร่องรอยไว้ให้ ปลายนิ้วเรียวเรียวดั่งลำหยกแตะสัมผัสลงบนเนื้อหยกเย็นเฉียบ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่งแต้มขึ้นที่มุมปากของนางอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่งดงามราวกับบุปผาแรกแย้ม แต่กลับซ่อนพิษร้ายที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ในคราเดียว “ท่านอ๋องมู่หรงนะมู่หรง... ท่านช่างเป็นบุรุษที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวเสียจริง” นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ แววตาทอประกายเจ้าเล่ห์ “รู้ทั้งรู้ว่าข้ากำลังเล่นสนุกกับแมลงเม่าอย่างมู่หรงจิ้น เหตุใดจึงยังต้องออกโรงมาแหวกหญ้าให้งูตื่นเล่า... หรือว่า... ท่านเองก็เริ่มจะอดใจรอที่จะเห็นเลือดของพวกมันหลั่งรินไม่ไหวแล้วเช่นกัน?” ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ตามด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาของชุนฮวา สาวใช้คนสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด “คุณหนูเจ้าคะ... บ่าวได้รับข่าวลับจากสายในจวนองค์ชายรองแจ้งมาว่า... องค์ชายรองทรงพิโรธอย่างหนัก และเริ่มระแคะระคายเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับท่านอ๋องแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้... พวกเขากำลังวางแผนบางอย่าง... เกรงว่าน่าจะไม่พ้นการใช้ “แผนสกปรก” เพื่อกำจัดท่านให้พ้นทางในงานเลี้ยงน้ำชาของพระสนมเอกในอีกสามวันข้างหน้านี้เจ้าค่ะ!” สิ้นคำของชุนฮวา รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋ลี่หลินมิได้เลือนหาย กลับยิ่งแย้มกว้างขึ้น รอยยิ้มนั้นงดงามจนชุนฮวาถึงกับต้องก้มหน้าหลบด้วยความหวาดหวั่น “กำจัดข้าอย่างนั้นหรือ?” ไป๋ลี่หลินวางหวีงาช้างลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความเงียบ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายผ้าแพรยาวลากพื้นราวกับสายน้ำไหล “ช่างบังเอิญเสียจริง... ข้าเองก็กำลังเบื่อที่จะเล่นซ่อนหากับพวกสุนัขลอบกัดเต็มทีแล้ว” นางหันกลับมามองสาวใช้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจที่เหนือกว่า “ไปเตรียม “ของขวัญ” ชิ้นพิเศษต้อนรับงานเลี้ยงในอีกสามวันข้างหน้าให้พร้อม... ในเมื่อพวกมันอยากจะเล่นเกมมรณะนัก ข้าก็จะจัดงานศพชุดใหญ่ให้พวกมันได้จดจำไปจนวันตายเอง!” บรรยากาศในห้องนอนอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ทว่าในวินาทีนั้นเอง... ประหน้าต่างห้องนอนที่ปิดสนิทจู่ๆ ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมวูบหนึ่ง เทียนไขทุกดวงในห้องดับลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมทว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและไอเย็นยะเยือกของสนามรบโอบล้อมรอบตัวนางทันที ก่อนที่ไป๋ลี่หลินจะทันได้เอ่ยปาก วงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กก็คว้าเอวบางของนางเข้าหาแนบชิด พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่ากระซิบติดริมใบหูที่ทำให้หัวใจของยอดแพทย์หญิงถึงกับกระตุกวูบ “ฮูหยินของข้า... ดูท่าเจ้าจะสร้างศัตรูไว้มากเกินไปเสียแล้ว... สนใจจะให้สามีผู้นี้ช่วย “ล้างบาง” ให้พวกมันหายไปจากแผ่นดินนี้ให้หมดในคืนเดียวเลยดีหรือไม่?” ชะตากรรมขององค์ชายรองและตระกูลไป๋กำลังจะพลิกผันไปตลอดกาล ทว่าความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการตายในอดีตชาติกลับเริ่มส่งเสียงร้องเรียกจากความมืด เมื่อจดหมายลับฉบับสุดท้ายจากฮ่องเต้ถูกส่งตรงมาถึงมือท่านอ๋องในยามวิกาล พร้อมกับรายชื่อของ “ผู้ทรยศตัวจริง” ที่แม้แต่ไป๋ลี่หลินก็คาดไม่ถึง! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความแค้นอันงดงามนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%