"หากความตายเป็นสิ่งเดียวที่องค์ชายรองปรารถนาจะมอบให้หม่อมฉัน เหตุไฉน... จึงไม่ลงมือด้วยพระองค์เองเล่าเพคะ"
สุ้มเสียงหวานใสประดุจเสียงกระดิ่งเงินท่ามกลางสายหมอกยามสนธยา เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มระเรื่อบนเรียวปากอิ่มสีชาด ไป๋ลี่หลินในอาภรณ์ปักลายหงส์บินวาดปีกสีมรกตเข้ม ทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ นางนั่งสงบนิ่งอยู่ภายในรถม้าหลวงที่ประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม ทว่าเบื้องหลังม่านไหมโปร่งบางสีนวล กลับตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันตรายที่ชวนให้ขนลุกชัน
จดหมายลับฉบับสุดท้ายจากฮ่องเต้ที่แนบมาพร้อมรายชื่อ “ผู้ทรยศตัวจริง” ในยามวิกาลเมื่อคืนวาน ยังคงร้อนผ่าวอยู่ภายในอกเสื้อของนาง ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้รอยยิ้มอันเสแสร้งของคนใกล้ชิด กำลังจะถูกชำระสะงักลง ณ ผืนป่าทึบเบื้องหน้านี้... ป่ารกร้างที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย ไร้ซึ่งผู้คนสัญจร เหมาะยิ่งนักสำหรับการฆ่าปิดปาก
*ฉับ!*
เสียงคมดาบแหวกอากาศผ่าสายลมหนาวเหน็บมาอย่างเฉียบพลัน ตามมาด้วยแรงสะเทือนสะท้านที่ทำให้รถม้าหลวงหยุดกะทันหัน เสียงม้าพยศร้องด้วยความตื่นตระหนกดังสนั่นหวั่นไหว องครักษ์เงาที่ติดตามมาต่างชักกระบี่ออกจากฝักด้วยความรวดเร็ว ทว่า... ความเงียบงันที่แผ่ขยายเข้ามาแทนที่เสียงฝีเท้าสัตว์ป่า กลับเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
มือสังหารในชุดดำสนิทนับสิบชีวิตพุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้สูงตระหง่าน ประหนึ่งฝูงกาฝูงใหญ่ที่กระหายกลิ่นเลือด ดวงตาของพวกมันซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีนิล เหลือเพียงประกายตาดุดันที่มุ่งตรงมายังรถม้าของฮูหยินเอกตระกูลไป๋อย่างไร้ความลังเล
ไป๋ลี่หลินมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปรายหางตามองเงาสีดำที่พุ่งเข้ามาใกล้ด้วยแววตาราบเรียบ เรียวหนายาวดุจปีกผีเสื้อกะพริบไหวช้าๆ มือเรียวบางดั่งหยกขาวค่อยๆ เอื้อมไปหยิบกาชาเคลือบมุกที่บรรชาน้ำชาสมุนไพรฤทธิ์เย็นขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ราวกับภายนอกนั้นมิได้กำลังเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่แต่อย่างใด
"ฮูหยิน ระวังตัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ!" หัวหน้าองครักษ์ประจำตัวแผดเสียงก้อง พร้อมกับตวัดกระบี่เข้าปะทะกับคมดาบแรกที่พุ่งทะลุผนึกไม้ของรถม้าเข้ามาอย่างจัง
เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผ้าม่านไหมโปร่งสีนวล กลายเป็นลวดลายบุปผาโลหิตที่งดงามและน่าสะพรึงกลัวในคราเดียวกัน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเข้ามาในพื้นที่แคบๆ ทว่าหญิงสาวกลับแย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มปานเทพเซียน ทว่ากลับอาบยาพิษร้ายกาจที่พร้อมจะกัดกินผู้มองให้มลายหายไปทั้งเป็น
*พวกมันคิดว่านางเป็นเพียงสตรีในห้องหอที่รอวันถูกเชือดเฉือนกระนั้นหรือ... น่าขันสิ้นดี*
ในยามที่คมดาบเล่มหนึ่งกำลังจะแทงทะลุผ่านม่านเข้ามาปลิดชีวี ไป๋ลี่หลินกลับดีดปลายนิ้วเบาๆ เข็มเงินเคลือบพิษเจ็ดราตรีพุ่งออกจากข้อมือด้วยความเร็วแสงทะลุกรอบผ้าไหม ปักเข้าที่หว่างคิ้วของมือสังหารคนดังกล่าวอย่างไร้ที่ติ ร่างนั้นแข็งค้างในท่านั่งเตรียมสังหาร ก่อนจะหงายหลังร่วงหล่นลงจากรถม้าอย่างไร้สุ้มเสียง
"ฝีมือตกต่ำลงเสียจริง..." ไป๋ลี่หลินพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางรู้ดีว่ามือสังหารเหล่านี้หาใช่เงาของตระกูลไป๋ไม่ แต่เป็นหน่วยลับเลือดเย็นที่องค์ชายรองมู่หรงจิ้นใช้กระทำความชั่วมานักต่อนัก สามีผู้โง่เขลาในอดีตชาติผู้หวังจะกำจัดเสี้ยนหนามอย่างนาง เพื่อตบแต่งสตรีตระกูลรองอย่างไป๋รั่วซือเข้ามาแทนที่
ทว่า... ในชาตินี้นางหาใช่เหยื่ออันโอชะอีกต่อไปแล้ว
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบกายพลันหนาบดลงฉับพลัน อุณหภูมิในป่าทึบลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงกรีดร้องของมือสังหารที่เคยดังกึกก้อง กลับถูกกลืนหายไปด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากเบื้องหลังผืนป่า ราวกับกองทัพอสูรกายกำลังเคลื่อนพล
มู่หรงเฉิง...
บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นท่านอ๋องพยัคฆ์ทมิฬ ผู้กุมอำนาจกองทัพครึ่งค่อนแผ่นดิน ปรากฏกายขึ้นบนหลังอาชาสีดำสนิทราวกับมัจจุราชจากขุมนรก อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายพยัคฆ์คำรามสะท้อนแสงจันทร์สลัว ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองซากศพเกลื่อนกลาดรอบรถม้าด้วยแววตาดุร้าย เยือกเย็น และอำมหิตจนไร้ผู้ใดกล้าสบตา
"บังอาจนัก..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהดลอดไรฟัน ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งพงไพร แผ่ซ่านไอสังหารที่หนักอึ้งกดทับสรรพสิ่งจนแทบหยุดหายใจ "กล้าดีอย่างไร... ถึงมารังแกคนของเปิ่นหวางถึงเพียงนี้"
ไป๋ลี่หลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางค่อยๆ แงื้มม่านรถม้าออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้างดงามล่มเมืองที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่นั้นสบประสานเข้ากับนัยน์ตาดุดันของท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่ง ท่ามกลางซากศพและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ทั้งสองสบตากันโดยปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความเข้าใจอันลึกซึ้งและแผนการร้ายที่สอดประสานกันอย่างลงตัว
ท่านอ๋องมู่หรงเฉิงมิได้เร่งรีบเข้าไปหานาง ทว่าเขากลับชักกระบี่ประจำกายที่อาบไปด้วยโลหิตชุ่มโชก ชี้ตรงไปยังหัวหน้ามือสังหารที่เหลือรอดเพียงคนเดียว ซึ่งกำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อไอสังหารของท่านอ๋อง
"บอกเจ้านายของเจ้าไป..." มู่หรงเฉิงแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่ายมทูต "ว่าบัญชีแค้นของฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋อง... เปิ่นหวางจะเป็นคนทวงคืนด้วยตนเองทุกหยาดหยด!"
สิ้นเสียงคำราม ดาบในมือของท่านอ๋องก็สะบัดออกเพียงครั้งเดียว ร่างของมือสังหารคนสุดท้ายก็ขาดสะบั้นลงเป็นสองท่อน เลือดสีสดสาดกระเซ็นย้อมผืนป่าให้กลายเป็นสีชาดอันวิจิตร
มู่หรงเฉิงควบม้าเข้ามาใกล้รถม้า ก่อนจะโน้มตัวลงมาใช้มือหนาประคองใบหน้างดงามของภรรยาตนเองอย่างทะนุถนอม ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญเมืองหลวงให้เป็นจุล
"เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่... ลินเออร์" น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง กลับสั่นเครือด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ยามที่ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง
ไป๋ลี่หลินแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นางเอียงแก้มแนบฝ่ามืออุ่นของสามี ก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยถ้อยคำที่ทำให้ดวงตาคมกริบของท่านอ๋องหรี่แคบลงด้วยความเหี้ยมเกรียมขั้นสุด
"หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แต่ดูเหมือนว่า 'ของขวัญ' ที่องค์ชายรองส่งมาต้อนรับในวันนี้ จะทำให้หม่อมฉันอยากตอบแทนพระองค์ท่านเสียยิ่งกว่าสิ่งใด..." นางเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มเคลือบยาพิษที่งดงามที่สุด "ท่านอ๋อง... ถึงเวลาที่เราควรจะไปเยี่ยมเยือนตำหนักขององค์ชายรองกันแล้วกระมังเพคะ?"
มู่หรงเฉิงหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มของเขาและนางช่างคล้ายคลึงกันเสียจนน่ากลัว เป็นรอยยิ้มของผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อเปิดฉากล้างแค้นครั้งประวัติศาสตร์ จู่ๆ ลมพายุประหลาดก็พัดกรรโชกเข้ามาอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงเกือกม้าฝีเท้าม้าปริศนาที่ดังใกล้เข้ามาด้วยความเร็วสูง
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีเทาเข้มกระโดดลงมาจากยอดไม้อย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับโยนวัตถุกลิ่นอายแปลกประหลาดตกลงตรงหน้าม้าของท่านอ๋อง
เมื่อไป๋ลี่หลินก้มลงมองวัตถุดังกล่าวผ่านแสงจันทร์สลัว ดวงตากลมโตของนางก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก...
มันคือ "ป้ายหยกประจำตัว" ของฮ่องเต้... ที่สลักรอยเลือดสดๆ พร้อมข้อความด้วยลายพระhastที่นางจำได้ไม่เคยลืม!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความหอมหวานของยาพิษบทนี้ด้วยกันนะคะ
ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 26
แผนลอบสังหารกลางป่าทึบ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!